เจ้าหน้าที่นำตัว “วศิน” ฝากขังแล้ว ขณะที่ศาลไม่ให้ประกันตัว “เบนซ์”

เจ้าหน้าที่นำตัว “วศิน” ฝากขังที่ทัณฑสถานบำบัดพิเศษขอนแก่นแล้ว ขณะที่ศาล จ.ขอนแก่น ไม่อนุญาตให้ประกันตัว “เบนซ์” 

ที่ทัณฑสถานบำบัดพิเศษขอนแก่น เจ้าหน้าที่เรือนจำกลางขอนแก่น พร้อมด้วยหน้าที่จากกรมราชทัณฑ์ และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ขอนแก่น ได้ทำการควบคุมตัว นายวศิน ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดขอนแก่น ในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และลอบฝังซ่อนเร้นย้ายหรือทำลายศพ เพื่อปิดบังการตาย หรือเหตุแห่งการตาย ปล้นทรัพย์ หรือรับของโจร มาทำการคุมขังผัดแรก 12 วัน

โดยมีนายณธพงษ์ แอนุ้ย ผู้อำนวยการทัณฑสถานบำบัดพิเศษขอนแก่น พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่กว่า 10 นายดูแลความเรียบร้อยในขั้นตอนต่างๆ ตามระเบียบของกรมราชทัณฑ์ ผู้อำนวยการทัณฑสถานบำบัดพิเศษขอนแก่น กล่าวว่า นายวศิน และผู้ต้องหาใหม่ทั้งหมดในวันนี้จะต้องเข้ารับการตรวจร่างกาย การตรวจสอบสิ่งของและทรัพย์สินต่างๆ ซึ่งหากมีไว้ในครอบครองจะถูกจัดเก็บไว้โดยเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบ

จากนั้นจะเข้าสู่ขั้นตอนของการตรวจสอบร่างกาย และการรับประทานอาหารเย็น ขณะที่ในวันพรุ่งนี้ (2 มิ.ย.) จะเข้าสู่ขั้นตอนของการทำเอกสาร รท.101 หรือแบบฟอร์มรับผู้ต้องขังใหม่ เพื่อทำประวัติส่วนตัว การพิมพ์ลายนิ้วมือ การสอบปากคำเพื่อจัดทำเป็นข้อมูลประวัติตามระเบียบของกรมราชทัณฑ์

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ทนายความของ น.ส.จิดารัตน์ พรหมคุณ หรือเบนซ์ ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาล จ.ขอนแก่น ได้มีการยื่นขอประกันตัวต่อศาลจังหวัดขอนแก่น โดยไม่เปิดเผยถึงหลักทรัพย์ หรือรายละเอียดของการยื่นประกันตัวแต่อย่างใด โดยศาลจังหวัดขอนแก่น พิจารณาแล้วไม่อนุญาตให้ประกันตัว โดยให้เหตุผลว่าเป็นโทษที่มีอัตราสูง ทำให้ น.ส.จิดารัตน์ ยังคงต้องอยู่ในการควบคุมตัวของเรือนจำกลางขอนแก่น เป็นคืนที่ 2 ตามที่พนักงานสอบสวน สภ.เขาสวนกวาง ขออำนาจศาลจังหวัดขอนแก่น ฝากขังเป็นผัดแรก

อย่างไรก็ตาม สำหรับการคุมขังผู้ต้องหานั้นเจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์ได้ทำการแยกการคุมขัง ผู้ต้องหาทั้ง 2 ออกจากกัน โดยกรณีของ น.ส.จิดารัตน์ จะถูกควบคุมตัวไว้ที่แดนหญิงเรือนจำกลางขอนแก่น ขณะที่ นายวศิน จะถูกควบคุมตัวไว้ที่ ทัณฑสถานบำบัดพิเศษขอนแก่น

อุตุฯ ยันไม่จริง ข่าวนาซาเตือนไทย จะเกิดน้ำท่วมใหญ่-ไฟดับ 7 เดือน

อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ยันไม่จริง ข่าวนาซาเตือนไทย จะเกิดน้ำท่วมใหญ่-ไฟดับ 7 เดือน ชี้ไม่ได้มีหน้าที่เกี่ยวข้อง แนะอย่าตระหนก วอนอย่าส่งต่อ 

รายงานข่าวแจ้งว่า วันนี้ (1 มิ.ย. 60) นายวันชัย ศักดิ์อุดมไชย อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ได้ออกมาชี้แจงถึงกรณีที่มีข่าวลือถูกส่งต่อผ่านทางไลน์ว่า องค์กร NASA คาดการณ์ว่าช่วงกลางเดือนกันยายนปี 2560 จะเกิดน้ำท่วมใหญ่กรุงเทพฯ เมืองชายฝั่งของไทย ระดับความสูงตึก 4 ชั้น ไฟจะดับทั่วกรุง เป็นเวลานาน 7 เดือน จนกรุงเทพฯ กลายเป็นเมืองบาดาล ให้ประชาชน เตรียมตัวอพยพ และวางแผนหาที่ตั้งใหม่ นั้นว่า เรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริง

เพราะ NASA ไม่ได้มีการออกมาแจ้งเตือนตามข้อความที่ส่งต่อแต่อย่างใด อีกทั้งก็ไม่ได้มีหน้าที่เกี่ยวข้องหรือมีบทบาทในเรื่องการเตือนภัย และเป็นไปไม่ได้ที่จะออกมาเตือน เจาะจงเฉพาะประเทศไทยพื้นที่เดียว ซึ่งข่าวลือในลักษณะดังกล่าวเคยเกิดขึ้นมาแล้ว 4-5 ครั้ง แต่ก็ยังไม่ทราบวัตถุประสงค์ของผู้ปล่อยข่าวว่าทำไปเพื่ออะไร ที่ทำให้ประชาชนเกิดความสับสนและตื่นตระหนก

ส่วนมหาพายุ Super Tornado ยืนยันว่าไม่มีในบริเวณของประเทศไทย อย่างไรก็ตามที่ยังคงต้องเฝ้าระวังและมีความกังวล คือพายุหมุนเขตร้อนที่คาดว่าในปีนี้จะเข้าประเทศไทย 2 ลูก ช่วงเดือน ก.ค – ก.ย ซึ่งถือว่าเป็นปกติเช่นทุกปี

เหี้ยม ! พระวัดดังเมืองคอน ‘ฆ่าฝังดินสามเณร’ อ้างแค้นถูกขโมยเงิน

พบแล้วสพสามเณร หลังหายจากวัดร่วมเดือน ที่แท้ถูกพระฆ่าโหดฝังไว้ภายในวัด 

วันที่ 1 มิ.ย. 2560 ผู้สื่อข่าว  MThai ได้รับรายงานว่า พล.ต.ต.วันไชย เอกพรพิชญ์ (ผบก.ภ.จังหวัดนครศรีธรรมราช) สั่งการให้ พ.ต.อ.เชาวศิลป์ บุญประดิษฐ์  (รอง ผบก.ภ.จว.นครศรีธรรมราช)  และพ.ต.อ.รังสรรค์ สุขเกื้อ จัดกำลังชุดกำลังชุดสืบสวนสอบสวน เพื่อติดตามคดีโหด “ฆ่าฝังดินสามเณร” พระลูกวัดวังตะวันตก ต.คลัง  อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช ที่คาดว่าจะถูกอุ้มฆ่าและซ่อนเร้นอำพรางทำลายศพ โดยผู้ต้องสงสัยเป็น พระรูปหนึ่งในวัดวังตะวันตก ที่เคยมีเรื่องบาดหมางทะเลาะวิวาทกับสามเณรปลื้ม

หลังจากใช้เวลาการสืบสวนได้สักระยะ จึงได้เบาะแสที่ชัดเจนว่าสามเณรปลื้ม ถูกฆ่าตายและนำศพไปฝังไว้ในดินภายในบริเวณวัดวังตะวันตก โดยเจ้าหน้าที่เข้าควบคุมตัวพระภิกษุต้องสงสัยรูปดังกล่าวพร้อมเพื่อนที่เป็นฆราวาสจำนวนหนึ่ง มาเค้นสอบสวนปากคำนานกว่า 6 ชม.

ในที่สุดพระภิกษุรูปดังกล่าวให้การรับสารภาพว่าลงมือฆ่าสามเณรปลื้มและนำศพไปฝังบริเวณใต้ฐานพระพุทธรูป หน้ากุฏิเก่าภายในวัด ซึ่งลงมือฆ่าตอนยังเป็นฆราวาส หลังฆ่าได้บวชเป็นพระที่วัดดังกล่าว ส่วนสาเหตุเพราะโกรธแค้นสามเณรปลื้มที่ขโมยเงิน 50,000 บาท พร้อมสร้อยคอทองคำหนัก 5 บาท พระเลี่ยมทองหนัก 1 บาท 1 เส้น

อย่างไรก็ตามการสืบสวนของตำรวจ ดำเนินการแบบลับ และยังไม่แจ้งข้อกล่าวหากับพระภิกษุรูปดังกล่าวและเพื่อนที่เป็นฆราวาสแต่อย่างใด เนื่องจากยังไม่พบศพสามเณรปลื้ม ส่วนการขุดศพสามเณรปลื้ม จะต้องร่วมมือกับตำรวจกองพิสูจน์หลักฐานและเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง เพราะเกรงว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นญาติ ของสามเณรปลื้มและประชาชนจะรับกับการกระทำของพระภิกษุรูปดังกล่าวไม่ได้  และแห่มารุมประชาทัณฑ์ จึงไม่สามารถขุดเลยทันทีได้

ล่าสุดตำรวจได้จัดชุดเวรยามจำนวนหนึ่ง เฝ้าหลุมฝังศพตลอดเวลา และพรุ่งนี้ (2 มิ.ย.60) พล.ต.ท.เทศา ศิริวาโท ผบช.ภ.8 จะเดินทางมาอำนวยการ  การขุดศพ  สามเณรปลื้ม เบื้องต้นพระภิกษุฆาตกรและเพื่อนที่เป็นฆราวาส อยู่ในความดูแลของเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างใกล้ชิด เนื่องจากเกรงว่าพระลูกวัดดังกล่าวและเพื่อนฆราวาส ผู้ต้องสงสัย จะฆ่าตัวตาย เนื่องจากมีอาการเครียดอย่างหนัก