ศาลอนุมัติหมายจับ 4 ผู้ต้องหา ทีมฆ่าอดีตรองนายก อบจ.เมืองคอน

ศาลอนุมัติหมายจับ 4 ผู้ต้องหาทีมสังหาร “รองนันต์” อดีตรองนายก อบจ.เมืองคอน – มือสังหารเป็นพลแม่นปืนทหารเรือ

จากกรณีที่คนร้ายบุกใช้อาวุธสงครามกราดยิงถล่ม นายอนันต์ คลังจันทร์ อายุ 54 ปี อดีตรองนายก อบจ.นครศรีธรรมราช และอดีตนักการเมืองชื่อดังทั้งในระดับท้องถิ่นและระดับชาติ เสียชีวิตขณะอาบน้ำให้วัว บริเวณหน้าบ้านเลขที่ 107/1 หมู่ที่ 3 บ้านทวดทอง ต.ชะอวด อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุด (27 มิ.ย. 60) เมื่อเวลา 19.00 น. พ.ต.อ.ธรรมนูญ ไฝจู ผกก. สภ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช  เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำสำนวนเสนอขอหมายจับกุมผู้ต้องหาที่ร่วมก่อเหตุสังหาร นายอนันต์ จำนวน 4 คน ตามหมายจับศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช เลขที่ 219-222 /2560 ลงวันที่ 27 มิ.ย. 2560 ประกอบด้วย

1. ว่าที่ ร.ต.ศรายุทธ ศูนย์ราษฏร์ อายุ 24 ปี ครูอัตราจ้างโรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.พัทลุง ทำหน้าที่ขับรถให้มือปืน

2. นายศักดิ์ณรงค์ หรือ เล็ก ทองร่วง อายุ 33 ปี อยู่บ้านเลขที่ 112 หมู่ 4 ต.บ้านตูล อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช

3. นายชัยอนันต์ หรือ เอ็ม ทองร่วง อายุ 30 ปี น้องชายนายศักดิ์ณรงค์ หรือ เล็ก อยู่บ้านเลขที่ 21/1 หมู่ 4 ต.บ้านตูล  อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช โดยทั้งสองคนทำหน้าที่ชี้เป้าและดูต้นทาง

4. จ่าโท สหัสภัทรพล ด้วงสวัสดิ์ อายุ 24 ปี พลแม่นปืน (ซุ่มยิง) สังกัดหน่วยปฏิบัติการพิเศษทหารเรือสัตหีบ จ.ชลบุรี อยู่บ้านเลขที่ 19 หมู่ 1 ต.นาท่อม อ.เมือง จ.พัทลุง มือปืน

ทั้งนี้ หลังศาลอนุมัติหมายจับผู้ต้องหา 4 คน ตนได้ส่งหมายจับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปราม เดินทางไปประสานกับผู้บังคับบัญชาของ จ่าโท สหัสภัทรพล ด้วงสวัสดิ์ มือปืน เพื่อจับกุมตัวมาดำเนินคดีต่อไป ส่วนอีก 4 คน ได้ส่งกำลังตำรวจไล่ล่าติดตามจับกุมตัว คาดว่าจะได้ตัวทั้ง 4 คน เร็ว ๆ นี้อย่างแน่นอน หลังจากนั้นหากจับกุมผู้ต้องหาได้จะนำมาสอบสวนขยายผลไปสู้ผู้บงการ จ้างวานสังหารต่อไป

ส่วนแนวทางสืบสวนของตำรวจพบว่า มีสาเหตุมาจากการฆ่าล้างแค้นกรณีคนร้ายยิงถล่มสังหารโหด นายอั้น รักษาชล อายุ 71 ปี อดีตกำนันและนายก อบต.บ้านตูล อ.ชะอวด อย่างอุกอาจกลางงานรื่นเริงเทศกาลสงกรานต์คืนวันที่ 10 เม.ย. 2560

นอกจากนี้ พ.ต.อ.ธรรมนูญ กล่าวอีกว่า ส่วนของรถยนต์พาหนะของคนร้ายเป็นรถยนต์ยี่ห้ออิซูซุ ตอนเดียว รุ่นเก่า ทะเบียน นข -9675 สงขลา ตำรวจสามารถติดตามยึดมาได้แล้วหลังจากคนร้ายนำเข้าอู่ทำสีที่อู่ซ่อมรถยนต์แห่งหนึ่งใน อ.เขาชัยสน จ.พัทลุง โดยสำนวนในคดีนี้แน่นหนามาก สามารถเอาผิดกับผู้ต้องหาทั้งหมดได้อย่างแน่นอน

“เปิดใจพ่อแม่น้องธันย์” หลังได้ทำงาน รพ.ดัง รับ 1 ล้านบาท/เดือน

เปิดใจพ่อแม่น้องธันย์ เหยื่อรถไฟทับขาขาดทั้ง 2 ข้าง ได้ทำงานที่ ร.พ.เวิลด์เมดิคอล ตำแหน่งผู้สำรวจความสุขคนไข้ รับเงิน 1 ล้านบาท/เดือน

วันนี้ (27 มิ.ย. 60) ที่ ร้านตรังสแควร์  “นายกิตติ์ธเนศ เป็นเอกชนะศักดิ์” อายุ 62 ปี พร้อมด้วย “นางพิมพ์ณดา เป็นเอกชนะศักดิ์” อายุ 56 ปี พ่อแม่ของ น้องธันย์ “น.ส.ณิชชารีย์ เป็นเอกชนะศักดิ์” ซึ่งเคยประสบอุบัติเหตุรถไฟฟ้าทับขาขาดทั้งสองข้างที่ประเทศสิงคโปร์ เมื่ออายุ 14 ปี จนต้องถูกตัดขา แต่น้องธันย์ก็สามารถก้าวข้ามความเจ็บปวด มองโลกในแง่ดี และใช้ชีวิตประจำวันได้เหมือนคนทั่วไป

ทั้งนี้ นายกิตติ์ธเนศ เป็นเอกชนะศักดิ์ และ นางพิมพ์ณดา เป็นเอกชนะศักดิ์ พ่อแม่ของ น้องธันย์ ได้เปิดใจกับผู้สื่อข่าว MThai ว่า ทางโรงพยาบาลเวิลด์เมดิคอล ระบุตำแหน่ง “ผู้สำรวจความสุขคนไข้” จะได้รับเงินเดือนสูงถึงเดือนละหนึ่งล้านบาทนั้นเป็นความจริง จึงต้องขอขอบคุณทางโรงพยาบาลและคณะกรรมการ ที่ให้โอกาส ลูกสาว

โดยตนได้ทราบผลเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน ที่ผ่านมา ทั้งนี้วันที่ 25 มิถุนายน น้องธันย์จะเดินทางไปเรียนซัมเมอร์ต่อที่ประเทศแคนาดา ประมาณ 6 สัปดาห์ กลับมาไทยในวันที่ 7 สิงหาคม และจะเริ่มทำงานกับทางโรงพยาบาลในวันที่ 16 สิงหาคม ทางด้านโรงพยาบาลเวิลด์เมดิคอล ได้เปิดโอกาสให้ไปเรียนได้ไม่ต้องดร็อบการเรียน โดยไปเรียนวันจันทร์ถึงวันพุธช่วงบ่าย แต่พ่อกับแม่ก็คุยกับลูกว่าต้องชดเชยให้กับทางโรงพยาบาล โดยจะทำงานในวันเสาร์อาทิตย์เพิ่มให้

ส่วนพ่อกับแม่ของน้องธันย์ ได้พูดถึงกรณีที่น้องธันย์เคยให้สัมภาษณ์ในรายการต่างๆ เกี่ยวกับคำพูดของลูกว่า ถ้าเราไม่เป็นเราก็ไม่รู้ในสิ่งที่เป็น” ตนได้สอนลูกว่า ปัจจุบันนี้โอกาสที่จะเกิดนั้นเกิดได้กับทุกคนเหมือนกับการซื้อหวย ซื้อล็อตเตอร์รี่ โอกาสมันถูกน้อยแต่มันถูกแน่ แต่เราไม่มีวันรู้ว่าเราจะถูก เหมือนกับอุบัติเหตุที่ย่อมเกิดขึ้นได้กับทุกคนก็เช่นกันหากเราไม่ประมาท แต่เมื่อมันเกิดขึ้นแล้วเราก็ไม่ต้องเสียใจ และรับความเป็นจริงให้ได้แล้วชีวิตจะมีความสุข

ทั้งนี้ทีมข่าว MThai ได้สอบถามในเรื่องการเขียนหนังสือของ น้องธันย์ ที่ได้เขียนตั้งแต่ปี 2554 ซึ่งผลิตมาหมื่นกว่าเล่มตอนนี้เหลือ 200-300 เล่ม ทางแฟนคลับได้เรียกร้องให้น้องธันย์เขียนต่อ แต่ยังคงไม่มีเวลาว่าง เนื่องจากติดทั้งการเรียน การทำรายการคิดการณ์ไกล และเข้าทำงานในโรงพยาบาลเวิลด์เมดิคอล  ในสัญญา 6 เดือน เดือนละ 1 ล้านบาท หากน้องธันย์จะต่อสัญญาทางโรงพยาบาล ก็ยินดีที่จะต่อให้ 

สิ่งที่ผ่านมาทั้งหมดนั้นตนและครอบครัวเจออะไรมามาก และสิ่งต่างๆ เหล่านี้เป็นเพียงการผ่านมาและผ่านไป ทุกสิ่งทุกอย่างเหมือนธรรมชาติ  แต่สิ่งสำคัญคือคุณงามความดีที่จะติดตัวเรา ไม่สร้างปัญหาให้กับสังคม ส่วนที่ด้อยของเรา เรานำมาตีแผ่ สร้างแรงบันดาลใจ และตนก็ยึดหลักการดูตัวอย่างของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ที่พระองค์ท่านทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจ เป็นตัวอย่างที่ดีในการแก้ปัญหาช่วยเหลือปัญหา และสร้างสรรค์สิ่งต่างๆให้กับพสกนิกรของพระองค์ท่าน ถือว่าเราเป็นคนไทยส่วนหนึ่งที่โชคดีได้เกิดมาเป็นพสกนิกรชาวไทย

นอกจากนี้ น้องธันย์ เผยอีกว่า เป้าหมายของน้องธันย์ จะเน้นเรื่องการเรียนเป็นหลัก ซึ่งหลังจากจบปริญญาตรี เธอก็จะเรียนต่อปริญญาโท ปริญญาเอก ด้านจิตวิทยา โดยมีจุดมุ่งหมายสำคัญคือ “เป็นวิทยากรระดับโลก และสร้างแรงบันดาลใจให้คนทั่วโลก”

ซีพี เยียวยาให้ครอบครัวหนุ่มชัยภูมิ “ตกบ่อบำบัดเสียชีวิต” 3 ล้าน

ซีพี เร่งเยี่ยวยา มอบ 3 ล้านบาท ช่วยพนักงานซีพีเอฟชาวชัยภูมิ ตกบ่อบำบัดน้ำเสียชีวิต 

หลังเกิดเหตุการณ์โศกนาฏกรรม นศ. ดูงานและพนักงานของ บริษัท ซีพีเอฟ ชาวจ.ชัยภูมิ ตกบ่อบำบัดน้ำเสียชีวิตหมู่รวม 5 ราย ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุดวันนี้ (27 มิ.ย. 60) บริษัทซีพีเอฟและหน่วยงานภาครัฐเร่งให้ความช่วยเหลือเยียวยาครอบครัวผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตเป็นการด่วนและในส่วนครอบครัวของ “นายพรศักดิ์ บุญบาล” อายุ 40 ปี หัวหน้างานอนามัยของบริษัทฯ ซึ่งเป็นชาว จ.ชัยภูมิ ทางบริษัทได้ติดต่อเพื่อมอบเงินช่วยเหลือแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิตชาว รวม 3 ล้านบาท

พร้อมกันนี้ทางญาติๆได้นำศพมาตั้งบำเพ็ญกุศลไว้ที่บ้านเกิดเลขที่ 178 หมู่ที่ 13 บ้านหนองแดงน้อย ตำบลโคกมั่งงอย อำเภอคอนสวรรค์ จังหวัดชัยภูมิ ท่ามกลางความโศกเศร้าเสียใจของนายศิลา อายุ 68 ปี บิดาและนางสมตา วัย 68 ปี มารดา ที่ปัจจุบันทั้งสองไม่มีอาชีพรายได้อะไร และมีบุตรชายคือนายพรศักดิ์ เพียงคนเดียวเป็นเสาหลักของครอบครัวที่คอยส่งเงินมาช่วยดูแลพ่อกับแม่และญาติพี่น้องมาโดยตลอด
ในส่วนของพิธีตั้งศพบำเพ็ญกุศลนั้น จะทำการสวดบังสกุลเป็นเวลา 3 คืน ซึ่งเริ่มมาตั้งแต่วันที่ 25 – 27 มิ.ย.นี้ ก่อนที่จะทำการฌาปนกิจศพบุตรชายในวันที่ 28 มิ.ย.นี้ ที่วัดในหมู่บ้านเกิดของผู้ตายต่อไป
ขอขอบคุณข้อมูลจาก : INNNEWS