ยังไม่แจ้งข้อกล่าวหา ปมนักศึกษา-คนงาน CPF พลัดตกบ่อบำบัดน้ำเสียดับ 5 ศพ

รองโฆษก สำนักงานตำรวจแห่งชาติเผย ยังไม่แจ้งข้อกล่าวหา ปมนักศึกษากับคนงาน CPF พลัดตกบ่อบำบัดน้ำเสียดับ 5 ศพ – เร่งรวบรวมพยานหลักฐาน

วันที่ 26 มิ.ย.60 พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยความคืบหน้าเหตุ นักศึกษาคณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬ่าลงกรณ์มหาวิทยาลัย พลัดตกบ่อบำบัดน้ำเสีย ของบริษัท ซีพีเอฟ จำกัด (มหาชน) ย่านบางนาตราด เป็นเหตุให้เสียชีวิตพร้อมกับคนงานที่ลงไปช่วยรวม 5 คนว่า

ขณะนี้ยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหากับบุคคลใด โดยพนักงานสอบสอบสวนตำรวจนครบาลบางนา อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานและสอบปากคำพยานแวดล้อม ซึ่งทราบว่ามีการสอบปากคำไปแล้วกว่า 10 ปาก รวมถึงเพื่อนของนักศึกษาที่รอดชีวิต

เบื้องต้นให้การที่เป็นประโยชน์แต่ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ พร้อมย้ำว่า แม้บริษัทที่เกิดเหตุจะเป็นบริษัทใหญ่และมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักแต่ไม่ส่งผลต่อการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างแน่นอน

โดยหากผลการสอบสวนแล้วเสร็จก็จะมีการพิจารณาว่าจะแจ้งข้อกล่าวหากับบุคคลใดได้บ้าง แต่ในชั้นนี้ ยังไม่สามรถชี้ชัดได้ว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเกิดจากความประมาทของผู้ตายเอง หรือเจ้าหน้าที่รับผิดชอบดูแลบริเวณดังกล่าวหรือกรรมการบริษัทที่รับผิดชอบ

ขอบคุณข้อมูลจาก แฟนเพจ สถานีโทรทัศน์สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

คลิกอ่านข่าว >>> กรมโรงงานฯ แจงปมนักศึกษาตกบ่อบำบัดน้ำเสีย โรงงานซีพีเอฟดับ

“มาร์ธา” หมาหน้าย่น คว้าแชมป์การประกวดสุนัขน่าเกลียดที่สุดในโลก

“มาร์ธา” หมาหน้าย่น น้ำหนักถึง 57 กิโลกรัม คว้าชัยชนะในการประกวดสุนัขที่หน้าตาน่าเกลียดที่สุดในโลกประจำปีนี 60

มาร์ธา สุนัขเพศเมียวัย 3 ปี ที่มีน้ำหนักตัวมากถึง 57 กิโลกรัม ได้คว้าตำแหน่งชนะเลิศในการประกวดสุนัขหน้าตาน่าเกลียดที่สุดในโลกครั้งที่ 29 ซึ่งจัดขึ้นที่เมืองเปตาลูม่า รัฐแคลิฟอร์เนียของสหรัฐฯ มาร์ธา สุนัขพันธุ์เนโปลิแทน มาสทีฟฟ์สีดำ สามารถเอาชนะใจคณะกรรมการด้วยใบหน้าที่เหี่ยวย่น และอัปลักษณ์จนโดดเด่นกว่าสุนัขตัวอื่นๆ ที่ส่วนใหญ่เป็นสุนัขพันธุ์ไร้ขนอย่างไชนีส เครสต์ ซึ่งมักจะคว้าแชมป์อยู่เป็นประจำ

โดย เชอร์ลี่ ซินดเลอร์ ผู้เป็นเจ้าของมาร์ธา บอกว่า มาร์ธาได้รับการช่วยเหลือเมื่อตอนที่มันกำลังจะตาบอด แต่หลังจากที่ได้รับการผ่าตัดหลายครั้ง มันก็กลับมามองเห็นได้อีกครั้ง มาร์ธา สามารถเอาชนะสุนัขหน้าตาประหลาดอีก 13 ตัว โดยได้รับเงินรางวัลราว 5 หมื่น 900 บาท พร้อมถ้วยรางวัล และจะได้เดินทางไปนครนิวยอร์ก เพื่อเผยโฉมต่อสื่อมวลชน

สำหรับสุนัขที่ได้รางวัลอันดับที่ 2 ก็คือ “โม” สุนัขพันธุ์ผสมระหว่าง “ปั๊ก” กับ “บรัสเซลส์ กริฟฟอน” อายุ 16 ปี ตามมาด้วยอันดับที่ 3 คือเจ้า “เชส” อายุ 14 ปี ซึ่งเป็นพันธุ์ “ไชนีส เครสต์” ผสมกับ “ฮาร์ก” ขณะที่ เว็บไซต์ของผู้จัดงานระบุว่า นี่คือการประกวดที่จัดขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองให้กับสุนัขที่อาจจะไม่ได้หน้าตาดีที่สุด แต่ก็มีนิสัยน่ารักและสามารถรับไปเลี้ยงได้

ยืนยัน! ผลดีเอ็นเอ ‘สามเณรปลื้ม’ ตรงกับพ่อแม่

ผบก.ภ.นครศรีธรรมราช ยืนยันผลดีเอ็นเอ ‘สามเณรปลื้ม’ ตรงกับพ่อและแม่ หลังมีข่าวลือดีเอ็นเอ ไม่ตรงกัน

วันที่ 26 มิ.ย.60 พล.ต.ต.วันไชย เอกพรพิชญ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรนครศรีธรรมราช เปิดเผยถึงความคืบหน้าของคดีสามเณรปลื้ม หรือ นายศุภโชค เอกเกียรติกุล ที่ถูกฆาตกรรมแล้วฝังภายในวัดวังตะวันตก อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช ว่า คดีสามเณรปลื้มตอนนี้แจ้งข้อหาเพิ่มเติมกับผู้ต้องหาอีกคน ซึ่งเป็นผู้ใช้จ้างวาน คือ น.ส.ปิยฉัตร อรุณสกุล หรือ บิว ที่ในเรือนจำกลางนครศรีธรรมราชแล้ว ตอนนี้กำลังรวบรวมพยานหลักฐาน ไม่ว่าจะเป็นพยานบุคคล วัตถุพยานทั้งหมดจากที่เกิดเหตุ

ทั้งนี้จากที่เราไปขุดศพ และผลนิติวิทยาศาสตร์ที่ได้มาถือว่าสมบูรณ์ ส่วนกระแสข่าวลือว่าผลตรวจดีเอ็นเอของสามเณรปลื้ม ไม่ตรงกับแม่นั้น ยืนยันว่าผลตรวจออกมาตรง ทั้งแม่และพ่อของสามเณรปลื้ม โดยผลตรวจดีเอ็นเอเบื้องต้นของแม่ได้มาแล้วและก็ตรงกันกับดีเอนเอของสามเณรปลื้ม ส่วนผลของพ่อที่เจ้าหน้าที่เก็บดีเอ็นเอตรวจนิติวิทยาศาสตร์นั้น ได้รับแจ้งว่าตรงกันกับสามเณรปลื้ม แต่ผลการตรวจของพ่อที่เป็นเอกสารยังส่งมาไม่ถึง

พล.ต.ต.วันไชย เผยอีกว่า ส่วนเรื่องของความคืบหน้าอื่น ๆ นั้น ตอนนี้ก็รอผลรายงานการตรวจพิสูจน์จากวัตถุพยานต่างๆ จากกองพิสูจน์หลักฐาน ส่วนรายละเอียดอื่นๆเพิ่มเติมจากการสอบปากคำเพิ่มเติมเพื่อให้พยานหลักฐานสมบูรณ์นั้น ตอนนี้เราทำเสร็จแล้ว ถ้าผลการตรวจออกมาเร็วเราก็สรุปสำนวนส่งให้อัยการสั่งฟ้องเลย