วิวาห์ล่ม เจ้าสาวแจ้งจับเจ้าบ่าว เหตุสินสอดไม่ครบ

วิวาห์ล่ม เจ้าสาวโคราชแจ้งความจับเจ้าบ่าวพิจิตรกลางงานแต่งเหตุปมสินสอดเรียก 1 แสน ให้ได้แค่ 5 หมื่น

นางทองไหว อายุ 64 ปี จ.กาฬสินธุ์ พร้อมญาติพี่น้องพา น.ส.เบญจภรณ์ อายุ 25 ปี ชาว อ.พิมาย จ.นครราชสีมา เจ้าสาวและเป็นหลานสาวเข้าแจ้งความกับ พ.ต.ท.เด่นชัย ชำนาญในเมือง รองผกก.สส.สภ.พิมาย จ.นครราชสีมา หลังถูกเจ้าบ่าวหอบเงินสินสอดหนีไป

สอบถามนางทองไหว เล่าว่า หลานสาวของตนคือ น.ส.เบญจภรณ์ ทำงานเป็นพนักงานของบริษัทเอกชน อยู่ที่กรุงเทพฯ และได้คบหาดูใจกับ นายอดิเรก ชาวจังหวัดพิจิตรเจ้าบ่าวมาได้สักระยะหนึ่งหลังจากทั้งคู่ได้รู้จักกันที่กรุงเทพฯและได้ตกลงแต่งงานกัน โดยผู้ใหญ่ทั้ง 2 ฝ่าย ได้คุยปรึกษาหารือกันและผู้ใหญ่ทางฝ่ายหญิงได้เรียกค่าสินสอดทองหมั้นเป็นเงิน 1 แสนบาทกับทองคำหนัก 1 บาท ฝ่ายชายก็ตกลงตามนั้น

และมีกำหนดจัดงานแต่งงานขึ้นที่บ้านใน ต.รังกาใหญ่ อ.พิมาย จ.นครราชสีมา ซึ่งเป็นบ้านของเจ้าสาว ในวันนี้เสาร์ที่ 24 มิ.ย. 2560 โดยทางเจ้าสาวได้แจกการ์ดเชิญให้กับแขกประมาณ 100 ใบ และจ้างโต๊ะจีนกว่า 50 โต๊ะ โดยลงทุนจัดงานเป็นเงินนับแสนบาท

พอถึงเวลาช่วงนับเงินสินสอดปรากฏว่าในขันหมากมีเงินสดเพียง 5 หมื่นบาท และทองคำหนัก 1 บาท เงินสินสอดขาดไป 5 หมื่นบาท ญาติผู้ใหญ่ทางฝ่ายเจ้าบ่าวยืนยันว่าจะให้แค่นี้คือเงิน 5 หมื่น และทอง 1 บาท จะไม่มีการเพิ่มให้อีก ทำให้ฝ่ายเจ้าสาวไม่พอใจ จึงโต้เถียงกัน จากนั้นฝ่ายเจ้าบ่าวขับออกจากงานไป พร้อมกับนำเงินสินสอดและสร้อยคอทองคำรูปพรรณหนัก 1 บาทไปด้วย ญาติเจ้าสาวจึงรีบนำตัวเเข้าแจ้งความกับตำรวจ สภ.พิมาย ให้ช่วยติดตามตัวเจ้าบ่าวให้มารับผิดชอบ

ด้าน พ.ต.ท.เด่นชัย ชำนาญในเมือง รองผกก.สส.สภ.พิมาย เปิดเผยว่า ตำรวจจะเรียกฝ่ายเจ้าบ่าวมาพูดคุยตกลงกันกับฝ่ายเจ้าสาวถึงความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการจัดงานแต่งงาน โดยจากการสอบปากคำเบื้องต้นเจ้าสาวต้องการให้เจ้าบ่าวมารับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการจัดงาน ส่วนเงินสินสอดนั้นทางเจ้าสาวและญาติๆ ไม่ติดใจอะไรและได้แจ้งล้มเลิกงานแต่งงานให้ฝ่ายเจ้าบ่าวทราบไปแล้ว

ข่าวจาก INN

สปท.ชงเลิก จนท.รัฐสภาดูงานเมืองนอก เหตุไร้ประโยชน์ ไม่ตอบโจทย์ทำงาน

“สปท.” ชงยกเลิก จนท.รัฐสภาดูงานเมืองนอก เหตุไร้ประโยชน์ แถมเสนอไม่ต้องหาคอมฯ ให้สมาชิกรัฐสภาด้วย เหตุทุกคนมีสมาร์ทโฟนอยู่แล้วคุณสมบัติเหมือนกัน

รายงานข่าวแจ้งว่า วันนี้ (24 มิ.ย.60)  นายเสรี สุวรรณภานนท์ ประธานกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ได้ออกมาเปิดเผยว่า วาระการประชุม สปท.ในวันที่ 27 มิ.ย.ที่จะถึงนี้

กมธ.จะเสนอรายงานการปฏิรูปการปฏิบัติงานในรัฐสภาให้ที่ประชุมสปท.ให้ความเห็นชอบ โดยสาระสำคัญ คือการปฏิรูปการทำหน้าที่ของสมาชิกรัฐสภา รวมทั้งสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาที่มีหน้าที่สนับสนุนการทำงานฝ่ายนิติบัญญัติให้เกิดประสิทธิภาพในทางปฏิบัติ อาทิ

การเสนอยกเลิกการจัดสรรงบประมาณการศึกษาดูงานต่างประเทศของคณะกรรมาธิการชุดต่างๆ เนื่องจากที่ผ่านมากมธ.ทั้งสองสภามักจัดสรรงบประมาณจำนวนมากไปดูงานต่างประเทศแต่ละปีหลายครั้ง โดยใช้ภาษีของประชาชน แต่ในทางปฏิบัติพบว่า แฝงการไปท่องเที่ยว จึงควรยกเลิกการดูงานต่างประเทศทั้งหมด

หากกมธ.คณะใดอยากไปดูงานต่างประเทศต้องออกงบประมาณเอง ยกเว้นการเดินทางไปประชุมองค์การรัฐสภาระหว่างประเทศ หรือประชุมทวิภาคีระหว่างรัฐสภาต่างประเทศให้ปฏิบัติตามระเบียบว่าด้วยการเดินทางไปราชการโดยเคร่งครัด

นอกจากนี้ยังเสนอให้ยกเลิกการจัดหาเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนตัวแบบพกพาให้แก่สมาชิกรัฐสภาด้วย เนื่องจากสมาชิกรัฐสภาทุกคนมีสมาร์ทโฟนที่มีคุณภาพเทียบเท่าเครื่องคอมพิวเตอร์พกพาที่รัฐสภาจัดให้สมาชิกอยู่แล้ว หากไปจัดหาเครื่องคอมพิวเตอร์ให้อีกจะสิ้นเปลืองงบประมาณโดยเปล่าประโยชน์

สั่งสอบแล้ว คลิปตร.พัทยา ทะเลาะเดือดประชาชน

รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.เมืองพัทยา สั่งสอบแล้ว หลังคลิปตำรวจทะเลาะกับประชาชนถึงขั้นท้าต่อยกันหน้าโรงพัก

วันนี้ (24 มิ.ย.60) ผู้สื่อข่าว MThai รายงานถึงความคืบหน้า กรณีเพจดัง “เรารักพัทยา” ได้มีการเผยแพร่คลิปวีดีโอขณะเจ้าหน้าที่ตำรวจ เกิดปะทะคารมกับประชาชนในพื้นที่ จนถึงขั้นท้าต่อยกันหน้าโรงพัก เหตุเพราะตำรวจร้อยเวรไม่รับแจ้งความ เพราะใกล้จะเปลี่ยนผลัดเวร จึงทำให้เกิดปากเสียงกัน จนความคิดเห็นวิพากษ์วิจารณ์ต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นจำนวนมากหลังคลิปดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไปนั้น

ล่าสุด พ.ต.ท.ออมสิน สุขการค้า รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี และได้รับการเปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ปรากฏในคลิปคือ พ.ต.ท.อรรถรส ครองราชย์ รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.เมืองพัทยา ซึ่งภายหลังคลิปดังกล่าวเผยแพร่ออกไปทาง พ.ต.อ.อภิชัย กรอบเพชร ผกก.สภ.เมืองพัทยา ได้สั่งการให้เขียนรายงานชี้แจงแล้ว

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นคงต้องมีการตรวจสอบรายละเอียดในคลิปให้แน่ชัดเสียก่อน และพร้อมจะให้ความเป็นธรรมกับทั้ง 2 ฝ่าย
อย่างไรก็ตาม จริงๆ แล้วหน้าที่ตำรวจคือให้บริการประชาชน แต่บางครั้งอาจจะมีประชาชนเดินทางมาแจ้งความเป็นจำนวนมาก การบริการอาจจะไม่ทั่วถึง บางทีเลยทำให้เกิดความความขัดแย้งบ้าง แต่ตำรวจเองก็ต้องมีความอดทนอดกลั้น เพราะว่าเราปฏิเสธงานในส่วนนี้ไม่ได้

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ช่วงสายวันเดียวกัน พ.ต.ท.อรรถรส ครองราชย์ รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.เมืองพัทยา ยังคงเดินทางมาทำงานตามปกติถึงแม้จะไม่ได้เข้าเวรก็ตาม เพราะมีนัดสอบปากคำพยานในคดีค้างเก่า ซึ่งจากการสังเกตพบว่าในระหว่างที่เดินเข้ามาในโรงพักทาง พ.ต.ท.อรรถรส ครองราชย์ ไม่ได้มีสีหน้าวิตกกังวลต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแต่อย่างใด และเอ่ยเพียงสั้นๆ ว่า เกี่ยวกับเรื่องนี้มีหลักฐานยืนยันความบริสุทธิ์ ก่อนที่จะขอตัวไปสอบปากคำพยานที่นัดหมายไว้