แจ้ง 3 ข้อหาหนัก “เสี่ยเอ็ม” ทำร้ายเมียท้อง 2 เดือน บาดเจ็บสาหัส

ตำรวจสายไหม แจ้ง 3 ข้อหา หนัก “เสี่ยเอ็ม” ทำร้ายเมียท้อง 2 เดือน บาดเจ็บสาหัส ก่อนคุมตัวฝากขังศาลมีนบุรี ขณะเจ้าตัวขอโทษ พร้อมให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา

นายชลวิทย์ หิรัญ หรือ “เสี่ยเอ็ม” เจ้าของธุรกิจรถยนต์มือสอง ที่ก่อเหตุทำร้ายร่างกายแฟนสาวที่กำลังตั้งครรภ์อยู่ 2 เดือน จนได้รับปาดเจ็บเมื่อวันที่ 22 ที่ผ่านมา พร้อมทนายความ ได้เข้ามามอบตัวตามหมายเรียกของพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลสายไหม โดยพนักงานสอบสวนได้ใช้เวลาสอบปากคำประมาน 3 ชั่วโมง

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ไม่ให้ประกันตัวในชั้นพนักงานสอบสวน และได้คุมตัวไปฝากขังผัดแรกที่ศาลจังหวัดมีนบุรี พร้อมแจ้ง 3 ข้อกล่าว คือ ทำร้ายร่างกาย/ทำให้เสียทรัพย์/ดูหมิ่นเจ้าพนักงาน ส่วนนายชลวิทย์ จะได้ประกันตัวหรือไม่ ต้องขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของศาล

ภายหลังสอบปากคำแล้วเสร็จ นายชลวิทย์ ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน โดยกล่าวว่า ต้องขอโทษทางฝ่ายภรรยากับสิ่งที่เกิดขึ้น ตนเองก่อเหตุโดยไม่คิดถึงลูกในท้อง ตอนนี้ตนยอมรับผิดทุกอย่างแล้ว และอยากขอโทษพี่ๆที่อัสสัมชัญด้วยที่ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง ส่วนทางด้านคดี ตนเองขอให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา

ฉวยโอกาสช่วงน้ำท่วม ขนยาเสพติดข้ามชายแดน

รวบหนุ่มค้ายาเสพติดข้ามชาติ ฉวยโอกาสช่วงน้ำท่วม ขนยาเสพติดข้ามชายแดน แต่ไปไม่รอดเจ้าหน้าที่ยึดได้เกือบ 3พันเม็ด

วานนี้ ( 30 กค.) ที่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน จ.นครพนม พล.เอก.ชัยพฤกษ์ กองสมบัตร รองผู้อำนวยการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน จ.นครพนม ได้ทำการแถลงการณ์จับกุม นายสุรเชษฐ์ สีใน อายุ 37 ปี ชาว อ.เมืองนครพนม พร้อมของกลางยาบ้า จำนวน 2,600 เม็ด เงินสดจำนวน 8,000 บาท และรถกระบะที่ใช้กระทำความผิด

โดย เจ้าหน้าที่ สืบทราบว่า จะมีการลักลอบขนส่งยาเสพติด จากประเทศ สปป.ลาว ในช่วง ที่เกิดพายุฝน มีน้ำท่วม เพื่อหลีกเลี่ยงการจับกุมของเจ้าหน้าที่ จึงวางแผนจับกุมและสามารถจับตัวผู้ต้องหาได้ ขณะขับรถยนต์ นำยาบ้าไปรอส่งให้ลูกค้าตามนัดหมาย บริเวณถนน ในหมู่บ้านนาโพธิ์ ต.บ้านผึ้ง อ.เมือง นครพนม จากการตรวจค้นพบของกลางยาบ้า จำนวน 2,600 เม็ด ซุกซ่อนภายในรถ จึงควบคุมตัวมาสอบสวน ดำเนินคดี

เบื้องต้นทางผู้ต้องหาให้การรับสารภาว่า ได้ติดต่อรับจ้าง ส่งยาบ้าให้กับนายทุนชาวลาว ได้ค่าจ้างครั้งละ 5,000 – 10,000 บาท แล้วแต่จำนวน เคยทดลองทำแล้วได้เงินง่าย จึงหันมาทำอีก แต่มาถูกจับกุมได้ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่จะได้มีการสอบสวนขยายผลติดตามผู้ร่วมขบวนการมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ฮือฮา! มนุษย์ไฮยีนา ในเอธิโอเปีย ลุยป้อนอาหารให้ปากต่อปาก

แปลกแต่จริง ประเพณีป้อนอาหารไฮยีนา ที่เอธิโอเปีย  วัฒนธรรมโบราณที่มีมานานนับ 100 ปี 

สำนักข่าวต่างประเทศได้รายงานว่า ที่ เอธิโอเปีย ได้เกิดสุดแปลกไม่คาดคิดว่าจะเกิดขึ้นในโลกได้ เมื่อปรากฏมีประเพณีป้อนอาหารให้แก่ไฮยีนา  วิถีชีวิตเก่าแก่ที่สืบทอดกันมานานนับร้อยปี

โดยรายงานเผยว่า ประเพณีนี้จะมีเพียงครอบครัวที่ได้รับคัดเลือกให้ทำหน้าที่ ถึงแม้ว่าจะไม่ค่อยมีคนอยากทำก็ตาม แต่กระนั้นก็ไม่ใช่กับ อับบาส ยูเซฟ  เจ้าของฉายา “มนุษย์ไฮยีนา”  เพราะเขาได้ปฏิบัติตามประเพณีเรื่อยมา หลังจากครอบครัวของเขาเป็นผู้สืบทอดกิจกรรมน่าหวาดเสียวนี้

ซึ่งเขาได้เผยว่า สาเหตุที่มีต้องป้อนอาหารให้ไฮยีนาสัตว์อันตรายอีกชนิดนั้น  เนื่องจากชาวเมืองเชื่อว่าไฮยีนาเป็นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ ให้โชคลาภ  และเกี่ยวข้องกับศาสดาโมฮัมหมัด ผู้นำของเมืองในสมัยโบราณ ดังนั้นจึงจำเป็นต้องให้พวกเขาอยู่ดีกินดี ถึงแม้ว่าโดยลักษณะนิสัยพวกเขาจะชอบคุ้ยหาเศษอาหารกินก็ตาม ซึ่งการป้อนอาหารดังกล่าวผู้ป้อนต้องป้อนเนื้อดิบให้แก่พวกมันจากปากเท่านั้น

อย่างไรก็ดีหลังจากที่ข่าวดังกล่าวได้แพร่สะพัดออกไปก็ทำให้นักท่องเที่ยวจำนวนมากเดินทางไปยังเมืองฮาราร์ เพื่อเที่ยวชมโบราณสถานที่สำคัญ และดูกิจกรรมสุดระทึกเร้าใจนี้

สำหรับ ไฮยีนา จะเป็นสัตว์มีขนาดและรูปร่างเล็กกว่าสิงโต แต่จะเป็นสัตว์ที่สิงโตจะแพ้เมื่อล่าเหยื่อได้แล้ว  เนื่องจากพวกมันมักจะเข้ามาก่อกวนเพื่อที่จะแย่งซากสัตว์ที่ล่าได้ จนสิงโตเป็นฝ่ายล่าถอยไป จนมีความเชื่อกันว่า ไฮยีนาเป็นสัตว์ขี้ขลาด แต่ไฮยีนาก็มีพฤติกรรมล่าเหยื่อได้เอง

ไฮยีนา เป็นสัตว์ที่กินไม่เลือก แม้แต่กระดูกก็กินได้ รวมทั้งซากศพด้วย อีกทั้งยังมีความเชื่อว่า ไฮยีนาเป็นสัตว์เจ้าเล่ห์ เมื่อถูกหมาป่ารุมทำร้าย ไฮยีนามักจะทำเป็นแกล้งตายเพื่อหลอกหมาป่า ทันทีที่หมาป่าละความสนใจ ก็จะลุกขึ้นหนีไป