คลิปชายอ้างเป็นวิศวกรสุดกร่าง ด่าหมอ-พยาบาล ลั่นโรงพยาบาล

คลิปว่อน ชายอ้างเป็นวิศวกร ตะโกนด่าหมอหยาบคายลั่นโรงพยาบาล หลังไม่พอใจการปฏิบัติหน้าที่ ก่อนสั่งพร้อมชี้นิ้วด้วยคำหยาบ มึงไปดูเมียกูเดี๋ยวนี้ !!

วันนี้ (23 ก.ค. 60) ในโลกออนไลน์ได้เกิดเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง เมื่อเพจ แหม่มโพธิ์ดำ ได้มีการเผยแพร่คลิปไม่เหมาะสมของชายคนหนึ่ง ที่อ้างตัวเป็นวิศวกร ออกอากาศไม่พอใจการทำหน้าที่ของแพทย์และพยาบาล ด้วยการใช้ถ้อยคำหยาบคาย เนื่องจากคิดว่าไม่สนใจรักษาภรรยาของตนเองที่เป็นผู้ป่วย

โดยคลิปได้เผยให้เห็นภาพของชายคนดังกล่าว บุกไปอาละวาดตะโกนด่าเจ้าหน้าที่ถึงในห้องตรวจ ในทำนองว่า “มึงเป็นหมอ มึงจะคุยกับคนเป็นทำไม ไปคุยกับคนป่วยโน้น สมองหมาหรือสมองควาย กูเป็นวิศวกร จะเรียกคุยกับผู้จัดการโรงพยาบาลว่าทำไมสอนหมอให้เป็นแบบนี้

ขณะที่ผู้โพสต์ได้มีข้อความระบุว่า  #ญาติคนไข้เทวดากับคืนที่ธรรมดาของหมอเวร

ลุงวิศวะเค้าอยากดังรึเปล่าค่ะ ประกาศตัวว่าเป็นวิศวะ ด่าหมอ ค่ะ เหตุเกิดที่รพแห่งหนึ่งในสกลนครเมื่อคืนวันที่ 22 กค หนูเจอกับตัวเองมา ด่าหมอทั้งๆที่หมอก็ไปดูอาการเมียเค้าแล้ว ลองดูในคลิปนะคะ หนูนั่งกลัวตัวสั่นกลัวลุง พอถึงคิวไปคุยกับหมอ หมอเสียงสั่นเลย สงสารหมอมากๆ ค่ะควีน

ทั้งนี้เมื่อคลิปดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไปก็ทำให้มีคนเข้าไปแสดงความเห็นและส่งต่อเป็นจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่ ไม่เห็นด้วยกับการกระทำของชายคนดังกล่าว เพราะเชื่อว่าคงไม่มีเจ้าหน้าที่หรือหมอคนไหน เมินไม่สนใจที่จะไม่รักษาคนไข้ ทั้งนี้ก็อยากให้เป็นอุทาหรณ์สำหรับญาติผู้ป่วย ควรระงับอารมณ์ และพูดจาดีๆ เพื่อที่จะได้ไม่บั่นทอนจิตใจของเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงาน

คลิปจาก แหม่มโพธิ์ดำ

นายกฯ สั่ง ตม. ศึกษายกเลิกใบ ตม.6 หวังเพิ่มความสะดวกประชาชน

นายกฯสั่ง ตม.ศึกษายกเลิกกรอกเอกสาร“ตม.6” เข้า-ออกประเทศที่สนามบิน หวังเพิ่มความสะดวกให้คนเดินทาง

รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อวันที่ 20 ก.ค. ที่ผ่านมา สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีหนังสือเวียนถึงกระทรวงต่างๆ เรื่องข้อสั่งการนายกรัฐมนตรี โดยในส่วนข้อสั่งการด้านการบริหารราชการแผ่นดินและอื่นๆ ระบุว่า

นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้สำนักงานตรวจคนเมือง (ตม.) เร่งพัฒนาปรับปรุงกระบวนการตรวจคนเข้าเมือง ณ ท่าอากาศยานต่างๆให้มีประสิทธิภาพและรวดเร็วมากขึ้น เพื่อลดระยะเวลารอตรวจและลดความแออัดของผู้โดยสารที่เดินทางเข้า-ออกประเทศ

โดยให้ ตม.ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งพิจารณาความจำเป็นเหมาะสมกรณีหากยกเลิกข้อกำหนดที่ให้ผู้เดินทางเข้า-ออกประเทศ ต้องกรอกเอกสาร ตม.6 โดยไม่ก่อให้เกิดผลกระทบใดๆ ทั้งนี้เพื่อให้สะดวกคล่องตัวและลดภาระแก่ผู้เดินทาง

สำหรับใบ ตม.6 เป็นเอกสารที่ผู้โดยสารใช้กรอกเวลาเข้าและออกจากประเทศไทย แสดงให้กับเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง ณ ท่าอากาศยานต่างๆ  ทั้งนี้เป็นที่น่าสังเกตว่าข้อสั่งการดังกล่าวของนายกฯ สอดคล้องกับมติคณะรัฐมนตรี(ครม.) เมื่อวันที่ 17 ม.ค.ที่ผ่านมา

ซึ่งเห็นชอบหลักการตามที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเสนอแก้ไขกฎกระทรวง เรื่องกำหนดแบบเอกสารตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมืองและวิธีการขอหลักฐานการแจ้งออกไปนอกราชอาณาจักรเพื่อกลับเข้ามาอีก และการขอกลับเข้ามามีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักรตามเดิม พ.ศ.2559 โดยให้ใช้ใบตม.6 แบบเดิมจนถึงวันที่ 30 ก.ย.2560

นอกจากนี้ให้กระทรวงการท่องเที่ยวฯ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกระทรวงมหาดไทยรับข้อสังเกตของกระทรวงการต่างประเทศและสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเกี่ยวกับการนำระบบ Electronic Traveller Authorization System (ETAS) ซึ่งกำหนดให้ผู้เดินทางที่ได้รับสิทธิยกเว้นการตรวจลงตรา กรอกข้อมูลส่วนตัวก่อนการเดินทางผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์มาใช้ จะทำให้การเก็บข้อมูลและการใช้ข้อมูลส่วนนี้มีประสิทธิภาพมากกว่าการให้ผู้เดินทางบันทึกลงในใบตม. 6

และถ้าในภายหลัง กระทรวงการท่องเที่ยวฯและกระทรวงมหาดไทยที่เป็นผู้รักษาการตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมือง รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาร่วมกันแล้วเห็นควรแก้ไขแบบ ตม.6 สามารถเสนอครม.เพื่อพิจารณาต่อไปได้

ภาพจาก dplusguide.com

น่าคิด! โน้ส อุดม แซวแรงไทยแลนด์ 4.0 แนวคิดดีแต่เทคโนโลยีใช้ไม่ได้

โน้ต อุดม เหน็บเจ็บไทยแลนด์ 4.0 ในงานสัมมนาเชิงวิชาการของมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ เผยเป้าหมายสวยหรู แต่ทำจริงไม่ได้ 

เกิดเป็นที่ฮือฮาในโลกออนไลน์ เมื่อเพจ  มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ DPU  ได้มีการโพสต์คลิปบันทึกถึงเหตุการณ์ ในงานสัมมนาเชิงวิชาการของมหาวิทยาลัยที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 21 ก.ค. 60  ที่ผ่านมา หลังจากนักพูดชื่อดัง “โน้ส” อุดม แต้พานิช ที่ได้รับเชิญให้ไปพูดบนเวทีได้กล่าวถึงเรื่อง ไทยแลนด์ 4.0  ไว้อย่างน่าสนใจ ว่า

ตอนนี้การแก้ปัญหาแท็กซี่ไม่รับ ก็มีอูเบอร์ขึ้นมา ซึ่งผู้โดยสารสามารถเลือกรถ-คนขับเองได้ เสมือนผู้โดยสารเลือกรถ ไม่เหมือนกับที่รถแท็กซี่ในปัจจุบันเป็นผู้เลือกผู้โดยสาร แต่ตรงนี้มองว่าเมื่อมีเทคโนโลยีขึ้นมา กลับไม่ยอมพัฒนาส่งเสริมให้ใช้ แต่กลับไปไล่จับ

นอกจากนี้ยังพูดถึงเรื่องผู้พิการที่ต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยายาลของรัฐบางแห่ง บางครั้งลืมนำบัตรผู้พิการมา เจ้าหน้าที่ยังบอกให้กลับไปนำบัตรผู้พิการมาเพื่อยืนยันว่าพิการจริงหรือไม่ ทั้งที่คนพิการดูภายนอกก็ดูออก และตั้งคำถามว่าทุกคนมีบัตรประชาชนแบบที่มีชิบ แต่ทำไมบัตรประชาชนไม่มีข้อมูลอะไรเลยหรือ  เรามีเทคโนโลยี นี่หรอ นี่หรอ การใช้เทคโนโลยี มาสร้างประสิทธิภาพ ประสิทธิผล ไม่ต้องถึงการศึกษา แค่นี้ก็ไปไม่รอด