ป.ป.ช. ตั้งกรรมการสอบตร. หลังล่าช้าไม่ออกหมายจับ ‘บอส ทายาทกระทิงแดง’

 ป.ป.ช.ตั้งกรรมการสอบ พล.ต.ต. กฤษฎิ์ เปียแก้ว หลังล่าช้าไม่ออกหมายจับ ‘บอส ทายาทกระทิงแดง

สืบเนื่องจากกรณี ด.ต. วิเชียร กลั่นประเสริฐ ผบ.หมู่ ป. สน.ทองหล่อ ถูกนายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือ บอส ทายาทกระทิงแดง ขับรถหรูเฟอร์รารี่พุ่งชนขณะกำลังขี่จักรยานยนต์เสียชีวิตคาเครื่องแบบ บนถนนสุขุมวิท เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2555 จนถึงปัจจุบันคดียังไม่คืบ โดยขณะนี้อยู่ในขั้นตอนขอส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน

วานนี้ (19 ก.ค. 60) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ (ป.ป.ช.) เปิดเผยว่า เมื่อช่วงมิถุนายนที่ผ่านมา คณะกรรมการ ป.ป.ช. ชุดใหญ่มีมติแต่งตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนกรณีกล่าวหา พล.ต.ต.กฤษฎิ์ เปียแก้ว เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผู้บังคับการตำรวจนครบาล 5 กับพวก โดยมีรายชื่อดังนี้

1. พ.ต.อ. สุคุณ พรหมายน รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 5
2. พ.ต.อ. ไตรเมต อู่ไทย รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 5
3. พ.ต.อ. ชุมพล พุ่มพวง ผู้กำกับการ สน.ทองหล่อ
4. พ.ต.อ. สัมฤทธิ์ เกตุแย้ม พนักงานสืบสวนสอบสวนผู้ทรงคุณวุฒิ สน.ทองหล่อ
5. พ.ต.ท. วิบูลย์ ถิ่นวัฒนากูล พนักงานสอบสวน สน.ทองหล่อ
6. พ.ต.ท. วิรดล ทับทิมดี พนักงานสอบสวน สน.ทองหล่อ

ซึ่งกระทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ และตำแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรม โดยสอบสวนเพื่อช่วยเหลือ “นายวรยุทธ อยู่วิทยา ไม่ให้ถูกดำเนินคดีฐานขับรถขณะเมาสุรา” ขับรถเร็วเกินกว่าอัตรากฎหมายกำหนด ความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด และไม่ดำเนินการออกหมายจับผู้ต้องหา เพื่อให้ได้ตัวมาส่งพนักงานอัยการฟ้องร้องดำเนินคดี
จึงเป็นเหตุให้นายวรยุทธหลบหนี และไม่ได้ตัวมาฟ้องภายในอายุความ โดยมีนายสุรศักดิ์ คีรีวิเชียร กรรมการ ป.ป.ช. เป็นประธานอนุกรรมการไต่สวน และได้แจ้งคำสั่งแต่งตั้งอนุกรรมการไต่สวนไปให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ทราบ

สุดยอด! ยายทวด ลุยขายขนมจีนน้ำยาเลี้ยงชีพ แม้มีอายุถึง 99 ปี

คลิปยายขุ้ย ขายขนมจีนในตำนาน เลี้ยงชีพแม้มีอายุถึง 99 ปี ลูกค้าแน่นอุดหนุน 

วันนี้ (20 ก.ค. 60) ในโลกออนไลน์ได้มีการส่งต่อคลิปสุดประทับใจ ของหญิงชรารายหนึ่งที่ไม่หยุดพัก ขอเดินหน้าลุยขายขนมจีน-น้ำยาต่อ แม้จะมีอายุมากถึง 99 ปีจนถูกยกให้เป็นร้านขนมจีนในตำนวนในพื้นที่  ก่อนทราบชื่อต่อมาคือยายทวดขุ้ย ชาว ต.พนางตุง อ. ควนขนุน จ.พัทลุง

ขณะที่เพจ  อัยย๊ะ ทะเลน้อย #เที่ยวอย่างไรให้ถึงทะเลน้อย  ซึ่งเป็นผู้เผยแพร่เรื่องราวดังกล่าว ได้มีข้อความระบุว่า
::–>> #ตำนานขนมจีน_ยายขุ้ยพัทลุง เป็นต้องแวะมาชิม ถึงแม้อายุจะ 99ปี แต่ไม่ใช่อุปสรรคในการทำ ใครผ่านไปมาแวะได้ครับ <<–::

ยายขุ้ย แม่ค้าขนมจีนในตำนาน  99 ปี ไม่ใช่อุปสรรค แวะมาอุดหนุนและให้กำลังใจยายขุ้ยได้  ณ สะพานสายกลางบ้าน ชุมชนทะเลน้อย หมู่ที่ 2 ตำบลพนางตุง อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง 091-985-8723

ทั้งนี้เมื่อภาพและข้อความดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไปก็ทำให้มีคนเข้าไปแสดงความเห็นเป็นจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่ต่างคิดเห็นไปทำนองเดียวกันว่า อยากลงไปอุดหนุนและอยากชิมฝีมือคุณยาย สักครั้ง  อีกทั้งยกให้เป็นกรณีตัวอย่างที่แสดงให้เห็นว่า อายุไม่ใช่อุปสรรคในการหาเลี้ยงชีพ และสร้างความสุขให้ตนเอง

ครูโหด! เฆี่ยนขาเด็ก เป็นแผลช้ำหนัก หลังไปกด ATM ไม่ได้ขออนุญาต

คุณครูโหด! เฆี่ยนขาเด็ก เป็นแผลช้ำหนัก หลังออกจากโรงเรียนไปกด ATM โดยไม่ได้ขออนุญาตก่อน

วันนี้(20 ก.ค.) โลกออนไลน์ได้มีการแชร์เรื่องราวจากเฟซบุ๊กเพจ แหม่มโพธิ์ดำ ซึ่งเผยว่ามีเด็กนักเรียน 2 คนถูกเฆี่ยนขาคนละ 15 ครั้ง จนเป็นรอยแดงช้ำอย่างหนัก หลังจากที่ออกไปกดเอทีเอ็ม แต่ไม่ได้ขออนุญาตครูก่อน โดยข้อความทั้งหมด มีดังนี้

“เรียน คุณควีนครับ ผมขออนุญาตเล่นเรื่องราวที่คิดว่าอยากจะขอความช่วยเหลือจากคุณควีน เพราะดูแล้วเรื่องนี้ไม่จบง่ายๆ เรื่องมีอยู่ว่า เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2560 เวลา 16.00 น. โดยประมาณ นักเรียนสังกัดโรงเรียนสอนศาสนา(ปอเนาะ) แห่งหนึ่งในอำเภอกงหรา จังหวัดพัทลุง 2 คน ได้ออกไปนอกบริเวณหอพักนักเรียน เพื่อไปกดเงินจากตู้เอทีเอ็ม เนื่องจากเด็ก 2 คน ไม่มีเงินติดตัว เพื่อใช้ในการซื้ออาหารเย็นรับประทาน

เนื่องจากโรงเรียนไม่ได้จัดเลี้ยง หากแต่จัดจำหน่าย นร. 2 คนได้ตามหาครูผู้ดูแลหอพักและครูฝ่ายปกครองเพื่อขออนุญาต ( ทราบภายหลังว่าครูฝ่ายปกครอง-ผู้ทำโทษ) ออกไปข้างนอกโรงเรียน และใกล้เวลาที่ต้องไปซื้ออาหารรับประทานแล้ว จึงตัดสินใจออกไปนอกบริเวณหอพักโรงเรียนไปยังตู้กดเอทีเอ็มหน้า สภ.กงหรา ซึ่งห่างจากโรงเรียนเพียง 3 กิโลเมตร ใช้เวลาไปกลับประมาณ 15 นาที และระหว่างทางกลับก็ได้สวนทางกลับครูฝ่ายปกครอง

จนกระทั่งเวลา 20.00 น. ครูฝ่ายปกครองได้เรียกรวมนักเรียน และสอบถามนักเรียนทั้งสองคนว่าออกไปข้างนอกโรงเรียนทำไม และขออนุญาตใครหรือไม่ นักเรียนทั้งสองแจ้งเหตุของการออกไปนอกโรงเรียน และยอมรับว่าไม่ได้ขออนุญาตใคร ทำให้ครูฝ่ายปกครองได้ทำการลงโทษนักเรียนด้วยการเฆี่ยน คนละ 15 ครั้ง

จนทำให้นักเรียนได้รับความทุกข์ทรมานไม่สามารถเดินไปไหนมาไหนได้เป็นเวลา 3 วัน หลังจากนั้นเมื่อเด็กไปร้องเรียน มูลนิธิปวีณา ก็ถูกกดดันและข่มขู่จากรุ่นพี่ และครูให้ลบและถอนการร้องเรียนออก จนเด็กกังวลและหวาดกลัว จึงแจ้งผู้ปกครองเมื่อผู้ปกครองมาเห็นแผลลูก และได้รับข้อมูลก็ตัดสินใจทำการย้ายออกจากโรงเรียน ทั้งสองคน โดยทางโรงเรียนและครูขอร้องไม่ให้ทางผู้ปกครองให้ข่าวและเอาเรื่องทางโรงเรียน

แต่เมื่อเรื่องราวไปถึงหน่วยงานรับผิดชอบระดับจังหวัด ก็ได้รีบเดินทางไปตรวจสอบทันที ซึ่งทางโรงเรียนก็ยอมรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น รวมไปถึงครูผู้ทำโทษด้วย ทางหน่วยงานที่รับผิดชอบก็ได้อธิบายถึงการปฏิบัติในการใช้ความรุนแรงของเด็ก ซึ่งโรงเรียนก็น้อมรับ เหตุการณ์เหมือนจะจบลงด้วยดีครับ แต่ทว่า ในทางอื่น มีกลุ่มบุคคล ที่อ้างว่าเป็นอาจารย์ และรุ่นพี่ ศิษย์เก่า พยายามบลัฟให้เด็กลบโพสต์ งดแชร์ข่าวที่หน่วยงานไปตรวจสอบ และได้มีการข่มขู่ ทำให้เด็กหวาดกลัว พร้อมทั้งมีการพยายามให้เด็กเข้าไปขอขมาครูผู้ตี โทษฐานทำให้เสียหายอีกด้วย”

ภาพจาก แหม่มโพธิ์ดำ