กลายเป็นประเด็นที่ถูกจับตาอีกครั้ง สำหรับข่าวดังกระฉ่อนไปทั่วโลกกระทบวงการพระพุทธศาสนาไทย ตั้งแต่ปี 2556 คดีของ “เณรคำ” ซึ่งล่าสุดกำลังถูกส่งตัวกลับมาดำเนินคดีที่ไทยแล้ว เมื่อช่วงคืนทีผ่านมา หลังศาลแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา มีคำสั่งให้ส่งตัวเป็นผู้ร้ายข้ามแดนข้อหาพรากผู้เยาว์ และกระทำชำเราเด็กหญิงอายุต่ำกว่า 15 ปี

ย้อนดูต้นกำเนิดของพระฉาว “หลวงปู่เณรคำ ฉัตติโก” มีนามเดิมว่า “วิรพล สุขผล” เกิดที่บ้านทรายมูล ต.ทรายมูล อ.พิบูลมังสาหาร จ.อุบลราชธานี เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2522 “หลวงปู่เณรคำ ฉัตติโก” เป็นบุตรคนที่ 4 จากพี่น้องทั้ง 5 คน ของนายรัตน์ สุขผล และนางสุดใจ สุขผล เมื่อหลวงปู่เณรคำ ฉัตติโก บวชเป็นพระภิกษุแล้ว ได้รับฉายาทางพระพุทธศาสนาว่า “ฉัตติโก” หรือ “พระอาจารย์ วิรพล ฉัตติโก”
“เณรคำ” มาจากครอบครัวที่ยากจน เลิกเรียนตั้งแต่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 จากนั้นได้บวชเป็นเณรที่วัดภูเขาแก้ว อ.พิบูลมังสาหาร จ.อุบลราชธานี เมื่อวันที่13 กันยายน 2537 ซึ่งขณะนั้นอายุได้ 15 ปี กระทั่งอายุ 20 ปี ได้บวชเป็นพระที่วัดดอนทาด ต.ทรายมูล อ.พิบูลมังสาหาร จ.อุบลราชธานี เมื่อวันที่ 28 พ.ค. 2542 ต่อมาได้ไปสังกัดที่วัดใต้พระเจ้าใหญ่องค์ตื้อ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.อุบลราชธานี หลังจากนั้นจึงย้ายไปอยู่ที่วัดป่าบ้านยางหรือวัดป่าขันติธรรม ต.ยาง อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ
“หลวงปู่เณรคำ” ได้ธุดงค์ไปที่บ้านโพธิ์และมีความสัมพันธ์กับเด็กสาววัย 14 ปีรายหนึ่ง ซึ่งคนในละแวกนั้นทราบเรื่องดีและคิดว่าอีกไม่นานพระคงสึกออกมาอยู่กินฉันสามีภรรยากับหญิงสาวรายนี้ “เณรคำ” มีสัมพันธ์ทางเพศกับหญิงสาวถึง 8 คน และเคยมีประวัติถูกสีกาแจ้งความดำเนินคดีข้อหาข่มขู่เอาชีวิต เมื่อปี 2553 ถูกจับขณะอยู่กับสีกายามวิกาลท้องที่ สภ.คำป่าหลาย จ.มุกดาหาร
แต่ขณะนั้นคดีไม่มีความคืบหน้า ในชั้นสอบสวนของดีเอสไอ เจ้าหน้าที่ได้มีการรวบรวมหลักฐาน เป็นตัวอย่างสารพันธุกรรม 4 ชิ้นประกอบด้วยปลายซิการ์ที่อดีตพระเณรคำใช้สูบแล้วมอบให้ลูกศิษย์เก็บไว้บูชา เศษจีวร 2 ชิ้นและพระเครื่องรุ่นดอกบัวคู่รุ่นชานหมาก ผลการตรวจพิสูจน์พบว่า เศษซิการ์พบคราบน้ำลายตรงเยื่อบุกระพุ้งแก้ม
ปรากฏสารพันธุกรรมหรือดีเอ็นเอตรงกับเด็กชาย ที่เป็นบุตรของหญิงสาวที่มีเพศสัมพันธ์กับ “เณรคำ” ชี้ให้เห็นว่าบุคคลทั้ง 3 มีความสัมพันธ์เป็นพ่อแม่ลูกกันจริง จึงนำไปสู่การดำเนินคดีกับ “เณรคำ” ในข้อหากระทำชำเราเด็กหญิงอายุต่ำกว่า 15 ปี และคดีพรากผู้เยาว์ และถือเป็นคดีที่ใช้ในการขอส่งตัวเป็นผู้ร้ายข้ามแดน
หากขุดคุ้ยเรื่องราวของ “เณรคำ” ก่อนหน้านี้ได้มีการอ้างประวัติว่า ตั้งมั่นตามแนวทางคำสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ตั้งแต่อายุ 6 ขวบ มีศรัทธาในการปฏิบัติจิต บำเพ็ญภาวนากรรมฐาน จากประวัติดังกล่าวทำให้เป็นพระดัง เพราะแผนโปรโมต ด้วยการแสดงตัวเป็นเกจิ อาจารย์ คอยรักษาโรคที่เกิดจากไสยศาสตร์
ความเชื่อเรื่องผี และพิธีสะเดาะเคราะห์ เนื่องจากเชื่อว่า หลวงปู่เณรคำคือร่างของเทพเจ้าตามตำนานที่มาโปรดชาวโลก กระทั่งได้รับฉายานามว่า คนเหนือโลก ทำให้มีชื่อเสียงภายใน 2 -3 ปี จนมีชาวบ้านจากทั่วสารทิศแห่มาทำบุญ บริจาคเงินจำนวนมาก ทั้งข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ หรือนักธุรกิจที่ร่ำรวย จากต่างจังหวัดเดินทางมาทำบุญไม่ขาดสาย
นอกจากนี้ “เณรคำ” ยังมีพฤติการณ์อวดอุตริ ซึ่งหลักฐานที่ปรากฏในชั้นสอบสวนพบว่า ในการเดินสายเทศน์ตามสถานที่ต่างๆ “เณรคำ” จะอวดอ้างว่าตัวเองเป็นพระสงฆ์ชรารูปหนึ่งที่มรณภาพแล้วกลับชาติมาเกิดสามารถระลึกชาติได้ ทำให้เกิดผลพวงคดีความผิดอื่นๆ ตามมา อาทิ ฉ้อโกง, ฉ้อโกงประชาชน ,ความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และความผิดฐานฟอกเงิน ทั้งหมดนี้ที่มาของชื่อ “หลวงปู่เณรคำ” พระจอมลวงโลกต้นตอข่าวฉาวสะเทือนวงการสงฆ์