ร้อง ผบ.ตร. สอบ ‘ตึ๋ง ตม.’ ตำรวจนอกแถวเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มนักพนัน

อดีตตำรวจสันติบาล ยื่นหนังสือถึง ผบ.ตร. ตรวจสอบ ‘ตึ๋ง ตม.’ ตำรวจสังกัดสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง  หลังพบว่ามีพฤติกรรมค่อยอำนวยความสะดวกให้กับกลุ่มนักพนันในการผ่านข้ามชายแดน

วันนี้ 19 ก.ค. 60 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ต.ท.สันธนะ ประยูรรัตน์ อดีตตำรวจสันติบาล นำเอกสารพร้อมภาพถ่ายที่อ้างว่าได้จากการร้องเรียนของตำรวจชั้นผู้น้อยในสังกัดสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง มายื่นต่อตัวแทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อขอให้ดำเนินการตรวจสอบพฤติกรรมของข้าราชการระดับสูงในสังกัดสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ที่พบมีพฤติการณ์อำนวยความสะดวกให้คนไทยที่ต้องการผ่านข้ามชายแดนไปเล่นพนันในบ่อนพนันประเทศเพื่อนบ้าน

โดย พ.ต.ท.สันธนะ ระบุว่า บุคคลดังกล่าวเป็นที่รู้จักกันในชื่อ “ตึ๋ง ตม. แอนด์เดอะแกงค์” มีพฤติการณ์สั่งการให้ตำรวจคอยอำนวยความสะดวกให้กลุ่มนักพนันที่ต้องการข้ามไปเล่นพนันในประเทศเพื่อนบ้านโดยไม่จำเป็นต้องแสดงเอกสารใดๆ หรือสามารถนั่งรถ VIP ผ่านด่านชายแดนไปได้ทันที โดยมีพยานเป็นคนที่เข้าไปตรวจสอบและรับทราบเรื่องนี้เป็นอย่างดี

นอกจากนี้ตนยังเคยพบตำรวจนายดังกล่าว เดินทางไปเขตการปกครองพิเศษมาเก๊า พร้อมกับลูกน้อง 6 คน และคณะเจ้าของบ่อนพนันประเทศเพื่อนบ้านเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคมที่ผ่านมา ซึ่งเชื่อว่าทั้งหมดน่าจะมีความสนิทสนมกัน ทั้งนี้เรื่องดังกล่าวมองว่าเป็นพฤติกรรมไม่เหมาะสมและอาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงได้ หากปล่อยให้คนผ่านเข้าออกประเทศโดยไม่มีการตรวจสอบอย่างละเอียด

ทั้งนี้ยืนยันว่าตนไม่ได้มีความขัดแย้งหรือรู้จักเป็นส่วนตัวกับตำรวจนายดังกล่าว ส่วนที่มาร้องเรียนที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เนื่องจากก่อนหน้านี้ได้ร้องเรียนผ่านไปยังสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองแล้ว กว่า 1 สัปดาห์ แต่ไม่เห็นมีความคืบหน้าใดๆ

สำหรับตำรวจนายดังกล่าว สามารถเปิดเผยข้อมูลได้เพียงว่ามียศพันตำรวจเอก เป็นรองผู้บังคับการ ที่รับผิดชอบดูแลด่านตรวจคนเข้าเมืองในพื้นที่ภาคตะวันออก ส่วนข้อมูลที่ส่งให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นข้อมูลที่มีการเปิดเผยรายละเอียดทั้งหมด รวมถึงข้อมูลพยานที่พร้อมจะเข้าให้การในเรื่องนี้

‘มายเมทเนท’ ยกมือไหว้ขอโทษคนไทย – ตม. ตรวจสอบเอกสารวีซ่าแล้ว

‘มายเมทเนท’ ยกมือไหว้ขอโทษที่ทำให้คนไทยเสียความรู้สึก ส่วนเรื่องวีซ่า การอนุญาตทำงาน ตม. ได้ตรวจสอบแล้ว

วันนี้ (19 ก.ค. 60) มีรายงานว่า นายนาธาน บาร์ริ่ง หรือ มายเมทเนท กับพวก คดีวางเหรียญบนรางรถไฟ และคดีกระทำทารุณกรรมต่อสัตว์ เดินทางมารับทราบข้อกล่าวหา ที่ สถานีตำรวจนครบาลประเวศ หลังจากเข้าพบเจ้าหน้าที่ของการรถไฟเมื่อวันที่ 17 ก.ค. ที่ผ่านมา

พ.ต.อ.อลงกรณ์ ศิริสงคราม ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลประเวศ กล่าวว่า วันนี้พนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหาในกรณีวางเหรียญบนรางรถไฟแก่ นายนาธาน และ นายณัฐ วิโรธัย ใน 3 ข้อกล่าวหาตามพ.ร.บ.จัดวางการรถไฟทางหลวง พ.ศ.2464 โดยทั้ง 3 ข้อกล่าวหาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เปรียบเทียบปรับเป็นจำนวนเงินคนละ 5,200 บาท โดยไม่มีโทษจำคุก

ส่วนการทารุณกรรมสัตว์ เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาตามพ.ร.บ.ทารุณกรรมสัตว์และการจัดสวัสดิภาพสัตว์ ใน ม.20 ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 40,000 บาท เบื้องต้นนายนาธาน ปฏิเสธข้อกล่าวหา ซึ่งหลังจากนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจจะรวบรวมหลักฐานและดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป

ด้าน นายนาธาน กล่าวยอมรับในสิ่งที่ทำผิด พร้อมยกมือไหว้ขอโทษที่ทำให้คนไทยเสียความรู้สึก และเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมระบุด้วยว่า ไม่ได้ใช้เหรียญไทยในการถ่ายทำ ซึ่งการกระทำดังกล่าวรู้ว่าไม่เหมาะสมเป็นตัวอย่างที่ไม่ดี ตนเองยอมรับว่าเหตุการณ์ครั้งนี้เป็นบทเรียนที่สำคัญ ในการใช้สื่อไม่เหมาะสม และจะใช้โอกาสนี้สร้างสิ่งที่ดีต่อสังคมต่อไป พร้อมกับขอโทษทุกฝ่ายที่ทำให้เกิดความยุ่งยากด้วย และก่อนหน้านี้ไม่ทราบว่าการนำเหรียญไปวางบนรางรถไฟผิดกฎหมายไทย

ส่วนกรณีที่นำแมวกับแมวป่องมาต่อสู้ที่มีการเผยแพร่ออกมา นายนาธาน ชี้แจงว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดจากการต่อสู้กันเอง ของแมวและแมงป่อง ส่วนตัวเพียงหยิบกล้องมาบันทึกไว้เท่านั้น อีกทั้งแมงป่องตัวนั้นได้ผ่านการเอาพิษออกแล้ว และหลังจากนั้นก็ได้พาแมวไปหาหมอ และตรวจไม่พบว่า แมวไม่ได้รับบาดเจ็บ

นอกจากนี้ นายนาธาน ยังขอบคุณคนไทยที่เป็นห่วงเรื่องแมว และทำให้รับทราบว่า ต่อไปจะต้องใช้ช่องทางสื่ออย่างระมัดระวังมากขึ้น โดยต่อจากนี้ ก่อนจะเผยแพร่อะไร จะมีทีมงานผู้ใหญ่ที่เป็นคนไทยคอยให้คำปรึกษาเกี่ยวกับวัฒนธรรมไทย ซึ่งส่วนตัวไม่สามารถสัญญาว่าจะไม่ทำผิดพลาดอีกตลอดชีวิต แต่ยืนยันว่าจะเรียนรู้ และปรับปรุงตัวเองอย่างเต็มที่ในการที่จะไม่พลาดซ้ำอีก

อย่างไรก็ตาม เรื่องวีซ่า การอนุญาตทำงานในประเทศไทย บริษัทมายเมทเนท ยืนยันว่า ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองได้มีการตรวจสอบเอกสารต่างๆ เรียบร้อยแล้ว และบริษัท my mate nate studio ซึ่งนายนาธาร ก็ไม่ได้มีชื่ออยู่ในกรรมการของบริษัทแต่อย่างใด

หนุ่มช็อก! ทำบัตรเครดิตหาย ถูกรูดซื้อของเสียเงินนับเเสน

อุทาหรณ์! หนุ่มทำบัตรเครดิตหล่นหาย มีคนเก็บได้นำไปรูดซื้อของสูญเงินเป็นแสน ช้ำใจต้องใช้หนี้เอง

โลกออนไลน์ได้มีการแชร์เรื่องราวจากผู้ใช้เฟซบุ๊ก ชื่อ แทนไท พงษ์ธณัฐ ได้แชร์เรื่องราวที่เกิดขึ้นกับตัวเอง เพื่อเป็นอุทาหรณ์ สำหรับผู้ใช้บัตรเครดิต ให้เก็บบัตรด้วยความระมัดระวัง หลังเขาทำบัตรเครดิตหล่นหาย เมื่อวันเสาร์ ที่ 1 ก.ค. โดยที่เขาไม่รู้ตัว มารู้ตัวอีกก็วันที่ 3 ก.ค.แล้ว ที่ทราบว่าบัตรหาย เพราะมีเจ้าหน้าที่ธนาคารโทรกลับมา ถามว่าได้ใช้บัตรรูดสินค้าหรือไม่ ซึ่งตัวเขาเองไม่ได้ใช้ จึงทราบว่าบัตรหายในตอนนั้น เขาได้ทำการอายัดบัตร และแจ้งความที่สถานีตำรวจ

นอกจากนี้ เขาได้พยายามติดต่อทางธนาคาร เพื่อจะประสานร้านค้าที่คนร้ายนำบัตรไปรูดซื้อ ตามหาตัวมิจฉาชีพ แต่ก็ไม่ได้รับความร่วมมือเท่าที่ควร ทางธนาคารให้รอใบแจ้งหนี้ ให้รอรายการสรุปยอดบัญชี 7 วัน ซึ่งเขามองว่ามันล่าช้าไป

ทั้งนี้ ยอดที่ถูกใช้ไปมากสุดเป็นจำนวน ประมาณ 58,000 บาท คนร้ายรูดซื้อสินค้าร้านจิวเวอรี่ Hrisikesh ที่ villa markert ซอยอารีย์ (จึงได้รูปร่างลักษณะของคนร้ายเบื้องต้นมา) ต่อมาได้ประสานธนาคารช่วยดูรายการการรูดสินค้า พบ รูดซื้อรวมทั้งหมด 17 รายการ เป็นจำนวนเงิน 1 แสน 2 พันกว่าบาท

อย่างไรก็ดี โพสต์ล่าสุดของเขาเกี่ยวกับเรื่องนี้ มีข้อความว่า “กลับมาถึงบ้าน แล้วโคตรช้ำใจกินข้าวไม่ลง เผื่อใครเจอแบบผมไว้เป็นอุทาหรณ์ครับ เจอใบแจ้งหนี้ ที่มีคนขโมยบัตรเครดิตผมไปรูด ที่สำคัญไม่มีระบบ อะไรที่จะเอาผิดมันได้เลย บัตรเครดิต ใครคิดจะมี ใครคิดจะทำ อย่าได้ทำนะครับ บัตรหายก็เท่ากับ เอาเงินไปให้โจร มันรูดกระจาย ทั้งๆที่มีกล้องวงจรปิด ลายเซ็นเราก็ไม่ใช่ แต่เราต้องมาจ่าย อะไรมันคือความยุติธรรม 17 รายการ คือ 17 ร้านค้า ไม่ตรวจลายเซ็น แบงก์ไม่มีระบบที่ปลอดภัยอะไรเลยไม่มีการแจ้งเตือนอะไรสักอย่าง มันเป็นเรื่องของ… ไปแจ้งความตำรวจ สน.บางซื่อ ตำรวจคุณต้องดำเนินการเองนะครับ งานผมเยอะ คือนี้เราต้องรับผิดชอบกับสิ่งที่เราไม่ได้ทำใช่ป่าว โครตช้ำใจ ฝากช่วยแชร์ด้วยครับ กราบขอบพระคุณทุกท่านครับ”