ดีเดย์ 1 ก.ย.นี้ ใช้ใบกำกับภาษีปลอมติดคุกทันที

อธิบดีกรมสรรพากร เตรียมประกาศบังคับใช้กฎหมายคุมเข้ม เอาผิดการใช้ใบกำกับ ภาษี ปลอมอย่างเด็ดขาด โดยมีโทษจำคุก 7 ปี เริ่ม 1 ก.ย.นี้

นายประสงค์ พูนธเนศ อธิบดีกรมสรรพากร กล่าวว่า ขณะนี้กรมสรรพากรเตรียมประกาศบังคับใช้กฎหมายคุมเข้ม การเอาผิดการใช้ใบกำกับภาษีปลอมอย่างเด็ดขาด โดยจะเริ่มวันที่ 1 กันยายนนี้ ซึ่งการใช้ใบกำกับภาษีปลอม 1 ใบ จะถูกจำคุก 7 ปี

ดังนั้น อยากแนะนำผู้ประกอบการให้ใช้ใบกำกับภาษีอย่างถูกต้อง รวมทั้งไทยเป็นสมาชิกของ FATTF ร่วมกับ ปปง.ในการตรวจเส้นทางการเงินทุจริตอายัดทรัพย์สิน หากกระทำผิดสำหรับคดีอาญารายใหญ่ต้องเสียภาษีตั้งแต่ 20 ล้านบาทขึ้นไป

ส่วนความคืบหน้าการจัดเก็บภาษี e-Commerce หลังการขายของออนไลน์ของไทยเพิ่มขึ้น ซึ่งมีผู้ประกอบการประมาณ 8 แสนราย ทางกรมได้ร่วมกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และกระทรวงพาณิชย์ เตรียมกำหนดอัตราการจัดเก็บภาษี โดยเบื้องต้นอาจกำหนดเพดานสูงสุด 15% แต่การจัดเก็บคงต้องพิจารณาความเหมาะสมอีกครั้ง โดยคาดว่าสรุปหลักเกณฑ์ทั้งหมดภายในสิ้นเดือนกรกฎาคมนี้ เพื่อเสนอกระทรวงการคลังพิจารณา

ย้อนรอยคดีฉาว ‘เณรคำ’ จาก พระสงฆ์ สู่ ผู้ร้ายข้ามแดน

ย้อนรอยคดีหลวงปู่เณรคำ สุดฉาวจาก พระสงฆ์ สู่ ผู้ร้ายข้ามแดน หลังศาลแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา ทำตามคำขอของไทย ยอมส่งตัวกลับมาดำเนินคดี จับตาคืนนี้ 19 ก.ค. 60

หลังจากข่าวคราวเงียบหายไปนานก็ถึงเวลาที่ ‘หลวงปู่เณรคำ’ กลับมาทวงคืนหน้าสื่ออีกครั้ง เมื่อศาลแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา มีคำสั่งให้ส่งตัว นายวิรพล สุขผล อดีตพระชื่อดัง พระวิรพล ฉัตติโก หรือที่รู้จักในชื่อ เณรคำ ซึ่งเป็นผู้ร้ายข้ามแดน กลับมาดำเนินคดีในประเทศไทย โดยมีกำหนดจะเดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิ ในวันที่ 19 ก.ค. นี้ เวลาประมาณ 22.00 น.

หลายคนอาจลืมไปแล้วว่า จุดเริ่มต้นของคดีนี้เกิดจากอะไร ? หากย้อนกลับไปปี 2556 ทนายสงกรานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ประธานเครือข่ายต่อต้านการบ่อนทำลายชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ได้เข้าร้องทุกข์ที่ กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ เนื่องจาก ‘เณรคำ’ มีพฤติการณ์อวดอุตริ อภินิหารเพื่อฉ้อโกงเงินบริจาคจากประชาชน และต้องอาบัติปาราชิก จากการมีเพศสัมพันธ์กับหญิงสาว จึงอยากให้รับเป็นคดีพิเศษ  จนกลายเป็นเรื่องราวสะเทือนวงการสงฆ์ของไทยในขณะนั้น เพราะมีการใช้ชีวิตที่ต่างจากสมณะสงฆ์ทั่วไป

ทั้งนี้ จากการสอบสวนพบว่า ‘เณรคำ’ เข้าข่ายความผิดต้องถูกดำเนินคดีรวม 8 ฐานความผิด ได้แก่

1. ใช้สื่อสารสนเทศลงโฆษณาอันเป็นเท็จ ผิดตาม พรบ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 เนื่องจากมีการอ้างว่าได้เข้าเฝ้าพระอินทร์ ซึ่งพระอินทร์สั่งให้สร้างพระแก้วมรกตองค์ใหญ่

2. กรณีการกระทำชำเราเด็กหญิงและพรากผู้เยาว์

3. หลบเลี่ยงภาษีรถหรู

4. เสพยาเสพติดให้โทษ

5. แสดงและใช้วุฒิการศึกษาเท็จ อ้างว่าจบด็อกเตอร์จากมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง

6. คดีฆ่าคนตายโดยประมาทจากการขับรถชนคนตาย

7. ความผิดฐานฟอกเงินกรณีการเบียดบังเงินบริจาคไปซื้อทรัพย์สินและนำไปฝากในต่างประเทศ

8. การอวดอุตริ อภินิหาร

นอกจากนี้ ข้อมูลการตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินของ ‘เณรคำ’ พบว่า มีบัญชีเงินฝากธนาคารมากถึง 41 บัญชี แบ่งเป็นธนาคารกรุงศรีอยุธยา 4 บัญชี, ธนาคารกสิกรไทย 2 บัญชี, ธนาคารกรุงเทพ 8 บัญชี, ธนาคารไทยพาณิชย์ 27 บัญชี และมีทรัพย์สินอื่นๆ อีกจำนวนมาก อาทิ บ้าน 2 หลัง รถยนต์หรูราคาแพงอีกหลายสิบคัน ทั้งรถโรลส์-รอยซ์ , เชฟโรเลต , โตโยต้าคัมรี , เฟอร์รารีฮัมเมอร์ , รถกระบะ , รถเบนซ์ และรถจักรยานยนต์ ซึ่งทรัพย์สินเหล่านี้มีมูลค่ารวมกันกว่า 200 ล้านบาท

ซึ่งจากข้อมูลดังกล่าว ทำให้ทางดีเอสไอมั่นใจว่า เณรคำ มีความผิดจริง จึงได้ออกหมายจับใน 5 ข้อหาแต่กระนั้น เณรคำได้ใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศจึงได้หลบหนี และไม่กลับมาประเทศไทยอีก  จนกระทั่งปี 2559  ทางการสหรัฐอเมริกา ได้เข้าจับกุมตัว ‘เณรคำ’ ในฐานะผู้ร้ายหลบหนีเข้าประเทศกับ ข้อหาฉ้อโกงและพรากผู้เยาว์

โดยทางการสหรัฐฯ ได้นำตัว เณรคำ ขึ้นศาลชั้นต้น คดีอาญารัฐบาลกลาง แขวงมณฑลริเวอร์ไซด์ รัฐแคลิฟอร์เนีย และถูกตัดสินให้จำคุกถูกคุมตัวอยู่ในเรือนจำ ก่อนที่เมื่อวันที่ 15 ก.ค. 60 ที่ผ่านมา ศาลแคลิฟอร์เนีย สหรัฐฯ ได้มีคำสั่งให้ส่งตัวนายวิรพลเป็นผู้ร้ายข้ามแดนกลับมาดำเนินคดีที่ประเทศไทย ตามที่กรมสอบสวนพิเศษ หรือ ดีเอสไอ ได้ประสานติดตามตัวมานานถึง 4 ปี

ขอบคุณภาพจาก เพจ CSI LA

“ดร.สามารถ” เปิดโทษหากยุ่งกับรางรถไฟในสหรัฐฯ ฝากถึง ร.ฟ.ท. ให้พิจารณา

“ดร.สามารถ” โพสต์บทลงโทษกรณียุ่งเกี่ยวกับ รางรถไฟ ในอเมริกา พร้อมฝากถึง ร.ฟ.ท. ให้พิจารณาบทลงโทษ “นาธาน บาร์ทลิ่ง” ให้เหมาะสม

วันที่ 19 ก.ค. 2560 ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊กถึงบทลงโทษหากเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับรางรถไฟในสหรัฐฯ หลังเกิดเหตุการณ์ที่ เนท บาร์ทลิ่ง ได้นำเหรียญของประเทศต่างๆ วางบนรางให้รถไฟวิ่งทับ เพื่อทดสอบความแข็งแกร่งของเหรียญ โดยข้อความระบุว่า

อะไรจะเกิดขึ้น? ถ้าวางเหรียญให้รถไฟวิ่งทับในอเมริกา เป็นที่รู้กันโดยทั่วไปแล้วว่า นายนาธาน บาร์ทลิ่ง ชาวอเมริกัน ซึ่งเป็นยูทูบเบอร์เจ้าของแชนแนล My Mate Nate ถูกการรถไฟแห่งประเทศไทยแจ้งความดำเนินคดีทั้งทางอาญาและทางแพ่ง กรณีนำเหรียญของประเทศต่างๆ ไปติดไว้บนรางรถไฟ แล้วให้รถไฟวิ่งทับเพื่อทดสอบว่าเหรียญของประเทศใดทนทานที่สุด

ต่อจากนี้ไปเราควรจะติดตามดูว่า นายนาธาน บาร์ทลิ่ง จะถูกลงโทษอย่างไร ผู้ติดตามเรื่องนี้คงอยากทราบว่า ถ้าเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นในประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นบ้านเกิดเมืองนอนของนายนาธาน บาร์ทลิ่ง ที่นั่นจะมีบทลงโทษอย่างไร ผมได้สรุปบทลงโทษมาจากหนังสือ “Compilation of State Laws and Regulations Affecting Highway-Rail Grade Crossings (2013)” ได้ความว่า

ผู้ที่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับรางรถไฟ เช่น วางวัตถุ สิ่งของไว้บนรางรถไฟ เป็นต้น จะถูกลงโทษในแต่ละรัฐไม่เหมือนกัน ดังนี้

1. รัฐฟลอริดา จำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 5,000 เหรียญสหรัฐ หรือทั้งจำและปรับ

2. รัฐไอดาโฮ จำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือปรับไม่เกิน 50,000 เหรียญสหรัฐ หรือทั้งจำและปรับ
3. รัฐแมรี่แลนด์ จำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือปรับไม่เกิน 5,000 เหรียญสหรัฐ หรือทั้งจำและปรับ

4. รัฐวอชิงตัน จำคุกไม่เกิน 10 ปี (ไม่พูดถึงโทษปรับ)

5. รัฐเวสต์เวอร์จิเนีย หากความเสียหายมีมูลค่าไม่เกิน 1,000 เหรียญสหรัฐ และไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ จะถูกจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือถูกปรับไม่น้อยกว่า 500 เหรียญสหรัฐ แต่ไม่เกิน 5,000 เหรียญสหรัฐ หรือทั้งจำและปรับ

หากความเสียหายมีมูลค่าเกิน 1,000 เหรียญสหรัฐ หรือมีผู้ได้รับบาดเจ็บ จะถูกจำคุกไม่น้อยกว่า 1 ปี แต่ไม่เกิน 10 ปี หรือถูกปรับไม่น้อยกว่า 1,000 เหรียญสหรัฐ แต่ไม่เกิน 10,000 เหรียญสหรัฐ หรือทั้งจำและปรับ

ผู้บริหารของการรถไฟแห่งประเทศไทยได้เห็นบทลงโทษของประเทศสหรัฐอเมริกาแล้ว คงพิจารณาได้ว่าบทลงโทษตามกฎหมายของเราเหมาะสมแล้วหรือไม่ หรือควรจะปรับปรุงแก้ไข เรื่องนี้ขอฝากไปที่การรถไฟฯ ด้วยครับ

ที่มา  ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์