ย้อนรอยคดีหลวงปู่เณรคำ สุดฉาวจาก พระสงฆ์ สู่ ผู้ร้ายข้ามแดน หลังศาลแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา ทำตามคำขอของไทย ยอมส่งตัวกลับมาดำเนินคดี จับตาคืนนี้ 19 ก.ค. 60
หลังจากข่าวคราวเงียบหายไปนานก็ถึงเวลาที่ ‘หลวงปู่เณรคำ’ กลับมาทวงคืนหน้าสื่ออีกครั้ง เมื่อศาลแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา มีคำสั่งให้ส่งตัว นายวิรพล สุขผล อดีตพระชื่อดัง พระวิรพล ฉัตติโก หรือที่รู้จักในชื่อ เณรคำ ซึ่งเป็นผู้ร้ายข้ามแดน กลับมาดำเนินคดีในประเทศไทย โดยมีกำหนดจะเดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิ ในวันที่ 19 ก.ค. นี้ เวลาประมาณ 22.00 น.
หลายคนอาจลืมไปแล้วว่า จุดเริ่มต้นของคดีนี้เกิดจากอะไร ? หากย้อนกลับไปปี 2556 ทนายสงกรานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ประธานเครือข่ายต่อต้านการบ่อนทำลายชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ได้เข้าร้องทุกข์ที่ กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ เนื่องจาก ‘เณรคำ’ มีพฤติการณ์อวดอุตริ อภินิหารเพื่อฉ้อโกงเงินบริจาคจากประชาชน และต้องอาบัติปาราชิก จากการมีเพศสัมพันธ์กับหญิงสาว จึงอยากให้รับเป็นคดีพิเศษ จนกลายเป็นเรื่องราวสะเทือนวงการสงฆ์ของไทยในขณะนั้น เพราะมีการใช้ชีวิตที่ต่างจากสมณะสงฆ์ทั่วไป

ทั้งนี้ จากการสอบสวนพบว่า ‘เณรคำ’ เข้าข่ายความผิดต้องถูกดำเนินคดีรวม 8 ฐานความผิด ได้แก่
1. ใช้สื่อสารสนเทศลงโฆษณาอันเป็นเท็จ ผิดตาม พรบ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 เนื่องจากมีการอ้างว่าได้เข้าเฝ้าพระอินทร์ ซึ่งพระอินทร์สั่งให้สร้างพระแก้วมรกตองค์ใหญ่
2. กรณีการกระทำชำเราเด็กหญิงและพรากผู้เยาว์
3. หลบเลี่ยงภาษีรถหรู
4. เสพยาเสพติดให้โทษ
5. แสดงและใช้วุฒิการศึกษาเท็จ อ้างว่าจบด็อกเตอร์จากมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง
6. คดีฆ่าคนตายโดยประมาทจากการขับรถชนคนตาย
7. ความผิดฐานฟอกเงินกรณีการเบียดบังเงินบริจาคไปซื้อทรัพย์สินและนำไปฝากในต่างประเทศ
8. การอวดอุตริ อภินิหาร

นอกจากนี้ ข้อมูลการตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินของ ‘เณรคำ’ พบว่า มีบัญชีเงินฝากธนาคารมากถึง 41 บัญชี แบ่งเป็นธนาคารกรุงศรีอยุธยา 4 บัญชี, ธนาคารกสิกรไทย 2 บัญชี, ธนาคารกรุงเทพ 8 บัญชี, ธนาคารไทยพาณิชย์ 27 บัญชี และมีทรัพย์สินอื่นๆ อีกจำนวนมาก อาทิ บ้าน 2 หลัง รถยนต์หรูราคาแพงอีกหลายสิบคัน ทั้งรถโรลส์-รอยซ์ , เชฟโรเลต , โตโยต้าคัมรี , เฟอร์รารีฮัมเมอร์ , รถกระบะ , รถเบนซ์ และรถจักรยานยนต์ ซึ่งทรัพย์สินเหล่านี้มีมูลค่ารวมกันกว่า 200 ล้านบาท
ซึ่งจากข้อมูลดังกล่าว ทำให้ทางดีเอสไอมั่นใจว่า เณรคำ มีความผิดจริง จึงได้ออกหมายจับใน 5 ข้อหาแต่กระนั้น เณรคำได้ใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศจึงได้หลบหนี และไม่กลับมาประเทศไทยอีก จนกระทั่งปี 2559 ทางการสหรัฐอเมริกา ได้เข้าจับกุมตัว ‘เณรคำ’ ในฐานะผู้ร้ายหลบหนีเข้าประเทศกับ ข้อหาฉ้อโกงและพรากผู้เยาว์
โดยทางการสหรัฐฯ ได้นำตัว เณรคำ ขึ้นศาลชั้นต้น คดีอาญารัฐบาลกลาง แขวงมณฑลริเวอร์ไซด์ รัฐแคลิฟอร์เนีย และถูกตัดสินให้จำคุกถูกคุมตัวอยู่ในเรือนจำ ก่อนที่เมื่อวันที่ 15 ก.ค. 60 ที่ผ่านมา ศาลแคลิฟอร์เนีย สหรัฐฯ ได้มีคำสั่งให้ส่งตัวนายวิรพลเป็นผู้ร้ายข้ามแดนกลับมาดำเนินคดีที่ประเทศไทย ตามที่กรมสอบสวนพิเศษ หรือ ดีเอสไอ ได้ประสานติดตามตัวมานานถึง 4 ปี
ขอบคุณภาพจาก เพจ CSI LA