ยายลอนเจ้าของที่ดินวัดปู่เณรคำ ลั่นอโหสิกรรมให้เณรคำ-ปล่อยให้กฎหมายจัดการ

ยายลอนเจ้าของที่ดินวัดป่าขันติธรรม ระบุอโหสิกรรมให้เณรคำ เผยปล่อยให้เป็นไปตามกฎหมายบ้านเมือง

ที่บ้านของคุณยายลอน มนัส อายุ 71 ปี และเป็นเจ้าของที่ดินที่ตั้งวัดป่าขันติธรรม ของหลวงปู่เณรคำ ฉัตติโก หรือ นายวิระพล สุขผล หรือชื่อที่ถูกต้องตามกฏหมายว่า วัดสามัคคิยาราม ปรากฏว่า ได้มีบรรดาลูกศิษย์ของอดีตหลวงปู่เณรคำพากันมานั่งวิพากษ์วิจารณ์กัน เกี่ยวกับการที่มีข่าวว่า นายวิระพล หรือ อดีตหลวงปู่เณรคำ จะถูกส่งตัวเป็นผู้ร้ายข้ามแดนจาก สหรัฐอเมริกา มาดำเนินคดีที่ประเทศไทย โดยขณะนี้ดีเอสไอ กำลังเดินทางไปรับตัวนายวิระพล และมีกำหนดที่จะเดินทางมาถึงประเทศไทยในวันที่ 19 ก.ค. 60 นี้

คุณยายลอน กล่าวว่า เรื่องส่งตัวอดีตหลวงปู่เณรคำกลับมาที่ประเทศไทย โดยส่วนตัวแล้วก็รู้สึกเฉย ๆ เนื่องจากว่า ทราบข่าวและทราบพฤติกรรมของอดีตหลวงปู่เณรคำมาอย่างต่อเนื่อง ขณะนี้ตนได้อโหสิกรรมให้กับอดีตหลวงปู่เณรคำ เกี่ยวกับการที่ทำให้วัดป่าขันติธรรมเสื่อมเสียหายหมดแล้ว ตนเห็นว่า วัดก็ยังคงอยู่เช่นเดิม แต่เรื่องราวที่เกิดขึ้นมานี้เป็นพฤติกรรมส่วนบุคคล ใครทำกรรมอะไรไว้ก็ให้รับกรรมกันไป ตนไม่ยึดมั่นถือมั่นในตัวบุคคล แต่ว่าตนเชื่อมั่นในคำสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะเดียวกันบรรยากาศที่วัดสามัคคิยาราม บรรยากาศก็คงเงียบเหงา พระที่จำพรรษาอยู่ที่วัด 4 รูปต่างเก็บตัวเงียบภายในกุฏิ และไม่มีประชาชนและนักท่องเที่ยวเข้ามาที่วัดแต่อย่างใด มีเพียงชาวบ้าน 2- 3 คนมาทำบุญประจำที่วัดแห่งนี้

รองผบ.ตร.ยัน คดี “บังอร คำพวง” ถูกออกหมายจับ ไม่ใช่เพราะชื่อซ้ำ

รอง ผบ.ตร ยืนยันคดี “บังอร คำพวง” ถูกออกหมายจับคดีฆ่าคนตายในท้องที่ สน.ประชาชื่น ไม่ใช่เพราะชื่อซ้ำ ล่าสุดศาลออกหมายจับผู้ก่อเหตุตัวจริง 2 คน

วันนี้ ( 18 ก.ค. 60 ) ที่ กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) นายบุญฤทัย นพมาศ อายุ 70 ปี ถูกเจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารควบคุมตัวจากมณฑลทหารบกที่ 11 (มทบ.11) มาส่งมอบให้พนักงานสอบสวนกองปราบปราม ดำเนินคดีหลังตกเป็นผู้ต้องหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา จากกรณีร่วมกับนางอ้อย (ไม่ทราบชื่อสกุลจริง) ทำร้ายร่างกาย นายสุทน วงศ์วิริยะ อายุ 45 ปี จนถึงแก่ความตาย เหตุเกิดบริเวณ ถ.กำแพงเพชร 6 แขวงจตุจักร เขตจตุจักร กรุงเทพ เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2557 โดยมี พลตำรวจเอกศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) เดินทางมารับมอบตัว

สำหรับคดีนี้สืบเนื่องจากกรณีนางบังอร คำพวง อายุ 51 ปี เข้าร้องเรียนขอความเป็นธรรมต่อ พลตำรวจเอกศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ว่าไม่ได้กระทำผิด แต่ตกเป็นผู้ต้องหาถูกออกหมายจับในคดีทำร้ายร่างกาย นายสุทน วงศ์วิริยะ อายุ 45 ปี จนถึงแก่ความตาย เหตุเกิดบริเวณ ถ.กำแพงเพชร 6 แขวงจตุจักร เขตจตุจักร กรุงเทพ เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2557

พลตำรวจเอกศรีวราห์ จึงได้สั่งการให้กองปราบปรามสืบสวนสอบสวนคดีใหม่ ก่อนตรวจสอบกล้องวงจรปิดและตรวจเปรียบเทียบดีเอ็นเอพบว่า ไม่ตรงกับนางบังอร กระทั่งรวบรวมพยานหลักฐานพบว่า นางอ้อย (ไม่ทราบชื่อสกุลจริง) ร่วมกับนายบุญฤทัย นพมาศ อายุ 70 ปี ลงมือก่อเหตุ จึงขอศาลอาญาออกหมายจับบุคคลทั้งสองข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา

พลตำรวจเอกศรีวราห์ ซึ่งเดินทางมารับมอบตัวและสอบปากคำผู้ต้องหา เปิดเผยว่า นายบุญฤทัย ถูกจับกุมเมื่อวันที่ 12 กรกฎาคมที่ผ่านมา และถูกควบคุมตัวสอบสวนที่ มทบ.11 เบื้องต้นผู้ต้องหาให้ให้การรับสารภาพว่า เป็นผู้เอาไม้ตีผู้ตาย โดยอ้างว่าผู้ตายจะลักทรัพย์ของตน ขณะที่วันนี้ตำรวจในนำตัวพยานที่รู้จักนางอ้อยมาชี้ตัวผู้หญิง 6 คน ซึ่งในนั้นรวมนางบังอร คำพวง ด้วย โดยพยานยืนยันว่าผู้หญิงทั้งหมดไม่ใช่นางอ้อย ที่รู้จัก ทำให้นางบังอรได้รับความเป็นธรรม

ส่วนที่มีข่าวว่านางบังอรถูกออกหมายจับเนื่องจากมีบุคคลชื่อ “บังอร คำพวง” ซ้ำกัน 5 ชื่อนั้น ยืนยันไม่เกี่ยวข้องกัน สาเหตุที่ สน.ประชาชื่น ออกหมายจับนางบังอร มาจากคำให้การของพยานรายหนึ่ง โดยหลังจากนี้จะนำสำนวนที่ตำรวจกองปราบทำส่งให้กับอัยการ เพื่อไปรวมกับสำนวนเดิมที่อยู่ในชั้นอัยการก่อนหน้านี้ ส่วนนางอ้อย ผู้ต้องหาอีกราย ยังอยู่ระหว่างเร่งติดตามจับกุม

ขณะที่นายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ทนายความ ได้นำ นางบังอร คำพวง พร้อมประจักษ์พยาน รวม 4 คน มาพบรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เพื่อให้ถ้อยคำต่อพนักงานสอบสวนกองปราบปราม

โดยทนายสงกานต์ กล่าวขอบคุณตำรวจที่ดำเนินการอย่างรวดเร็ว โดยเปรียบเทียบร่องรอยดีเอ็นเอจากวัตถุพยานที่พบในที่เกิดเหตุไม่ตรงกับดีเอ็นเอของนางบังอร และ ได้มีการกู้ไฟล์ภาพกล้องวงจรปิดที่ผ่านมา 3 ปี โดยเป็นภาพผู้ชาย และผู้หญิงวัย 20 ปี จากการเทียบเคียงพบว่าหญิงในภาพวงจรปิดไม่ตรงกับ นางบังอร ทำให้นางบังอรพ้นจากข้อครหา แต่ยังต้องรอให้อัยการพิจารณาว่าจะสั่งฟ้องหรือไม่ต่อไป อย่างไรก็ตามนางบังอรไม่ประสงค์จะฟ้องร้องเอาผิดเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมแต่อย่างใด

จับได้ยกแก๊ง! ผู้ต้องหาหลบหนีขณะนำตัวส่งศาล พบกำลังปาร์ตี้ยาบ้า

ตำรวจรวบแล้วผู้ต้องหาคดียาเสพติดหนีคุมตัว ขณะนำตัวส่งศาล จ.ขอนแก่น ถูกรวบยกแก๊งที่ จ.อุดรธานี ขณะกำลังปาร์ตี้ยาบ้า

ที่ สภ.เขาสวนกวาง อ.เขาสวนกวาง จ.ขอนแก่น พล.ต.ท.จตุพล ปานรักษา ผบช.ภ.4 พร้อมด้วย พล.ต.ต.เจริญวิทย์ ศรีวนิชย์ รอง ผบช.ภ.4,พล.ต.ต.พรหมณัฎฐเขต ฮามคำไพ ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น ,พ.ต.อ.สุดพิเศษ เอกศิริ รอง ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น,พ.ต.อ.นพดล เพ็ชร์สุทธิ์ รอง ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น และ พ.ต.อ.ภาคภุมิ พิศมัยผกก.สภ.เขาสวนกวาง

ร่วมกันสอบปากคำผู้ต้องหา อายุ 19 ปี ผู้ต้องหาในคดีมียาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (ยาบ้า) ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย หลังก่อเหตุหลบหนีการควบคุมตัวของพนักงานสอบสวน ขณะนำตัวส่งศาล จ.ขอนแก่น เพื่อขออำนาจศาล จ.ขอนแก่น ฝากขัง ผลัดแรก เหตุเกิดเมื่อช่วงเช้าของเมื่อวานที่ผ่านมา (17 ก.ค.)

หลังถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ร่วม บช.ภ.4,ภ.จว.ขอนแก่น,สภ.เขาสวนกวาง และ กำลังทหาร ม.พัน 14 ติดตามจับกุมตัวได้ภายในห้องเช่าไม่มีเลขที่ ในเขต อ.กุมภวาปี จ.อุดรธานี พร้อมกับพวกรวม 7 คน โดยในขณะที่กำลังติดตามจับกุมตัวนั้น ผู้ต้องหาทั้งหมดยังคงมั่วสุมเสพยาบ้าอยู่ภายในห้องพักดังกล่าวด้วย