‘ศิริชัย’ เปิดใจ หลังประกาศลาออกจากราชการ ปัดนั่งที่ปรึกษาปธ.ศาลฎีกา

‘ศิริชัย วัฒนโยธิน’ เปิดใจ หลังประกาศลาออกจากราชการ ปัดนั่งที่ปรึกษาประธานศาลฎีกา

วันนี้ (18 ก.ค. 60) เวลาประมาณ 14.00 น. นายศิริชัย วัฒนโยธิน ประธานศาลอุทธรณ์ แถลงข่าวเปิดใจประกาศลาออกจากราชการ ที่ ศาลอุทธรณ์ ถ.รัชดาภิเษก ภายหลังเมื่อวันที่ 3 ก.ค. ที่ผ่านมา ทางคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (ก.ต.) ประกาศการแต่งตั้งประธานศาลฎีกาซึ่ง นายศิริชัย ไม่ผ่านคุณสมบัติการแต่งตั้งดังกล่าว และล่าสุดทาง ก.ต. ยังมีมติตั้งกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงความผิดทางวินัยเมื่อวันที่ 17 ก.ค. ที่ผ่านมา

โดย นายศิริชัย วัฒนโยธิน ประธานศาลอุทธรณ์ เปิดเผยว่า การตัดสินใจลาออกจากราชการในครั้งนี้ เนื่องจากได้รับการแต่งตั้งจากทาง ก.ต. ให้ไปดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาประธานศาลฎีกา ซึ่งตนมองว่าเป็นตำแหน่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายและไม่มีกฎหมายรองรับ และยังเป็นการเปิดตำแหน่งดังกล่าวขึ้นครั้งแรกจึงคิดว่าเป็นเรื่องที่ไม่ควรดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาประธานศาลฎีกา

ในส่วนของเรื่องการสอบข้อเท็จจริงความผิดทางวินัยของทาง ก.ต. นั้น เนื่องมาจากสำนวน 3 คดี ในช่วงปี 58 ซึ่งเป็นคดียาเสพติด กรณีปฎิบัติหน้าที่เรื่องการโอนย้ายสำนวนคดี โดยยังต้องรอผลการสอบสวนว่าจะเป็นความผิดหรือไม่ ยืนยันตลอดช่วงชีวิตอายุราชการตนปฏิบัติตามหน้าที่อย่างเคร่งครัดและทำงานด้วยความสุจริตซึ่งตามหลักประเพณีแล้วประธานศาลอุทรเมื่อเห็นสมควรทาง ก.ต. จะมีการประกาศแต่งตั้งเพื่อขึ้นดำรงตำแหน่งประธานศาลฎีกาตามลำดับ แต่ในครั้งนี้ทางอนุ ก.ต. ขาดคุณสมบัติเป็นประธานศาลฎีกา

ทั้งนี้ภายหลังการแถลงข่าวได้มีกลุ่มข้าราชการที่ประจำอยู่ศาลอุทธรณ์ต่างเข้าแถวเพื่อมอบดอกกุหลาบให้กับ นายศิริชัย เพื่อเป็นกำลังใจในการประกาศลาออกในครั้งนี้

น้อมใจรำลึก ‘สมเด็จย่า’ ในวันคล้าย วันครบรอบสวรรคต 18 ก.ค.

18 กรกฎาคม น้อมใจรำลึกวันคล้ายวันครบรอบสวรรคตของ “สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี”

“ลูกฉันไปไหน”  หนึ่งในพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  เมื่อครั้งที่สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ทรงเสด็จสวรรคต เมื่อวันที่ ๑๘ กรกฎาคม ๒๕๓๘ ที่เล่าถึงความห่วงใย และมีพระราชหฤทัยผูกพันอยู่ กับตำรวจตระเวณชายแดนเป็นอย่างมาก ตลอดจนตำรวจตระเวณชายแดนก็จะได้รับความไว้วางพระราชหฤทัยให้ถวายความปลอดภัย และรับใช้งานใกล้ชิดเบื้องพระยุคคลบาทในทุกครั้ง 

ครั้น “สมเด็จย่า” เสด็จแปรพระราชฐานไปประทับแรม ณ พระตำหนักชั่วคราวเพื่อทรงเยี่ยมเยียนราษฎรในเขตภูมิภาค จนบางครั้งไม่เห็นตำรวจตระเวณชายแดนมาอยู่ถวายงานอารักขา ก็จะมีพระราชดำรัสถามคณะผู้เสด็จตามว่า “ลูกฉันไปไหน”

ทั้งนี้ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี มีพระนามเดิมว่า “สังวาลย์ ตะละภัฏ” พระราชสมภพ เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2443 ณ จังหวัดนนทบุรี เป็นพระชายาในสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก และพระราชชนนีในสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์, พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร และ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

พระองค์มีพระนามที่ประชาชนชาวไทยมักใช้คำว่า “สมเด็จย่า” ทั้งนี้พระองค์ยังได้ประกอบพระราชกรณียกิจเยี่ยมราษฎรชาวไทยภูเขาที่อาศัยในถิ่นทุรกันดาร และได้พระราชทานความช่วยเหลือผ่านทางเฮลิคอปเตอร์พระที่นั่ง เปรียบเสมือนพระองค์เสด็จมาจากฟากฟ้าช่วยให้พวกเขามีวิถีชีวิตที่ดีขึ้น ชาวไทยภูเขาจึงถวายพระสมัญญานามว่า “แม่ฟ้าหลวง”

“สมเด็จพระบรมราชชนนี ทรงพระประชวรโรคพระหทัย และเสด็จเข้ารักษาพระองค์ที่โรงพยาบาลศิริราชเมื่อ วันที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2538 เสด็จสวรรคต เมื่อวันอังคารที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ.2538  รวมพระชนมายุ 94 พรรษา 8 เดือน 27 วัน”

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : Information Division of OHM