หนุ่มใหญ่ ร้องสภาทนายฯ หลัง รพ.ดังย่านบางนา บ่ายเบี่ยงรักษาจนลูกในท้องตาย

หนุ่มใหญ่ร้องสภาทนายความ หลังโรงพยาบาลดังย่านบางนา บ่ายเบี่ยงรักษาจนลูกในท้องตาย ด้านโรงพยาบาล ชี้แจ้งแล้ว

จากกรณีผู้เสียหายเดินทางเข้าแจ้งความที่สถานีตำรวจนครบาลบางนา หลังภรรยาตั้งท้อง 7 เดือนและเกิดอาการตกเลือด แต่โรงพยาบาลปฏิเสธการรักษาตามสิทธิบัตรทอง 30 บาท และโยนให้โรงพยาบาลอื่นรักษาแทน สุดท้ายตัวเด็กเกิดภาวะแทรกซ้อนฉับพลันจนเสียชีวิต หลังทำการผ่าคลอด

ล่าสุดวันนี้ (18 ก.ค. 60) นายจิรทีปต์ อินทรโชติ อายุ 35 เข้าปรึกษาเรื่องคดีกับทางสภาทนายความ หลังภรรยาตั้งครรภ์ 7 เดือน ใช้สิทธิ์ 30 บาทเข้ารักษาอาการตกเลือดกับทางโรงพยาบาลบางนา 1 แต่ทางโรงพยาบาลบ่ายเบี่ยงให้การรักษาจนเป็นเหตุให้ลูกที่อยู่ภายในครรภ์เสียชีวิต ทั้งนี้ได้เข้าแจ้งความไว้แล้วที่ สน.บางนา เมื่อวันที่ 17 ก.ค. ที่ผ่านมา

โดย นายจิรทีปต์ อินทรโชติ เปิดเผยว่า ภรรยาได้ตั้งท้องลูกคนแรกกับตนอายุครรภ์ 7 เดือน ซึ่งมีการฝากครรภ์กับทางคลินิกเวชกรรมแพทย์ศรีนครินทร์ มาตั้งแต่รู้ว่าตั้งครรภ์จนมีทางคลินิกมีการส่งตัวไปที่โรงพยาบาลบางนา 1 รับเรื่องดูแลรักษาต่อและเป็นโรงพยาบาลที่ภรรยามีสิทธิ์รักษา 30 บาทอยู่ จนกระทั่งเมื่อช่วงต้นเดือน ก.ค. ได้ไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาล ซึ่งแพทย์ระบุว่าภรรยาของตนครรภ์เป็นพิษ หลังจากนั้นกลับมาที่บ้านก็ไม่มีอาการปวดท้องแต่อย่างใด จนกระทั่งวันที่ 10 ก.ค. ที่ผ่านมา ภรรยาของตนปวดท้องอย่างรุนแรงและมีอาการตกเลือด จึงรีบเดินทางไปที่โรงพยาบาลบางนา 1

ซึ่งทางโรงพยาบาลแจ้งว่าเครื่องมืออุปกรณ์ไม่ทันสมัย พร้อมแนะนำให้ไปโรงพยาบาลใหญ่ๆในกรุงเทพฯ และโรงพยาบาลนพรัตน์จึงรีบนั่งแท็กซี่ไป โดยทางโรงพยาบาลบางนา1 ไม่มีใบส่งตัวผู้ป่วยให้แต่อย่างใด เมื่อไปถึงทางโรงพยาบาลนพรัตน์แจ้งว่าไม่สามารถรับคนไข้ฉุกเฉินได้

ด้าน นายแพทย์ชุตินัน พรมมินทร์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลบางนา 1 ระบุว่า ผู้เสียหายมีอาการตกเลือด เกิดภาวะรกลอกตัว ทำให้เสี่ยงคลอดก่อนกำหนด จึงแนะนำให้ไปรักษาที่โรงพยาบาลรัฐ ที่มีห้องอภิบาลทารกแรกเกิด โดยผู้เสียหายยืนยันจะเดินทางไปเอง แต่หลังจากนั้น ผู้เสียหายกลับมาที่โรงพยาบาล ซึ่งก็รับทราบถึงความเสี่ยงและยืนยันจะรักษาชีวิตผู้เป็นแม่ไว้ก่อน

ไปรษณีย์ไทย เผยโปสการ์ดพระบรมฉายาลักษณ์ ร.9 รุ่นพิเศษ ‘พระพักตร์ตรง’

ไปรษณีย์ไทย เผยโฉมโปสการ์ดพระบรมฉายาลักษณ์ ร.9 รุ่นพิเศษ “พระพักตร์ตรง”

วันนี้ (18 ก.ค. 60) ไปรษณีย์ไทยได้จัดทำโปสการ์ดชุดพิเศษนำภาพแสตมป์พระบรมฉายาลักษณ์ ชุดพระรูป ร.๙ ชุดที่สี่ “พระพักตร์ตรง” จัดพิมพ์เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๐๖ – ๒๕๑๔

โดยรายละเอียดด้านหลังโปสการ์ด มีพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ได้พระราชทานในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากวิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษา ณ อาคารใหม่ สวนอัมพร

ซึ่งมีใจความสำคัญให้บัณฑิตทั้งหลายใช้เป็นแนวทางในการทำงาน ความว่า “เมื่อมีโอกาสและมีงานให้ทำ ควรเต็มใจทำโดยไม่จำเป็นต้องตั้งข้อแม้หรือเงื่อนไขอันใด ไว้ให้เป็นเครื่องกีดขวาง ขอให้คิดกันเสียใหม่ว่า คนที่ทำงานได้จริง ๆ นั้น ไม่ว่าจะจับงานสิ่งใด ย่อมทำได้เสมอ ถ้ายิ่งมีความเอาใจใส่ มีความขยัน มีความสังเกตจดจำดี ก็ยิ่งจะช่วยให้ประสบผลสำเร็จในงานที่ทำสูงขึ้น”

สำหรับผู้ที่สนใจโปสการ์ดชุดล้ำค่านี้ ก็สามารถเข้ามาขอรับได้ในงานนิทรรศการ “แสตมป์ของพ่อ ๒๔๙๓” เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม โปสการ์ดมีทั้งหมด ๕ แบบ สำหรับโปสการ์ดใบนี้จะแจกในวันอังคารที่ ๑๘ – ๒๔ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๐ และจะเปลี่ยนแบบอีกครั้งในวันอังคารของสัปดาห์ถัดไป

ผู้สนใจสามารถเข้าชมงานนิทรรศการฯ เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ ๙ ได้แล้ว ตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันที่ ๓๑ ตุลาคม ๒๕๖๐ ณ ไปรษณีย์กลาง บางรัก

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : ไปรษณีย์ไทย 

ยังไม่ตาย! นศ.สาวโดดสะพานสาทร ทิ้งปริศนาพวงมาลัย – เสื้อผ้า

นศ.สาวโดดสะพานสาทร โผล่รับของที่ สน. ปากคลองสาน ยังพบยังไม่ตายหลังตกลงน้ำ เหตุมีเรือช่วยทัน ก่อนเผยไม่ได้คิดฆ่าตัวตาย แต่เหตุเกิดเพราะความเมา 

จากกรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ปากคลองสาน ได้รับแจ้งเหตุมีหญิงกระโดดแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณสะพานสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ถนนสาทรใต้ ก่อนจะพบมีกระเป๋าและบัตรนักศึกษารวมถึงพวงมาลัยวางอยู่ที่เกิดเหตุ และคนต่างก็เชื่อว่าเธอเสียชีวิตแล้ว หลัง จนท.ประดาน้ำไม่พบร่างหลังเกิดเหตุนั้น

ล่าสุดรายงานข่าวได้แจ้งว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนักศึกษาสาวคนดังกล่าวไม่ได้เสียชีวิตแต่อย่างใด โดยเผยว่า กรณีดังกล่าวหญิงสาวไม่ได้เสียชีวิต เนื่องจากหลังจากที่กระโดดลงไปในแม่น้ำแล้ว ขณะกำลังจะจมน้ำ ปรากฏมีเรือโยงขับผ่านมาช่วยชีวิตไว้ได้ทัน ก่อนจะพาไปขึ้นฝั่งย่านพระประแดง

จากนั้นเมื่อช่วงเวลาประมาณ 08.00 น. ที่ผ่านมา หญิงสาวคนดังกล่าวก็ได้เดินทางมาที่ สน.ปากคลองสาน เพื่อให้ปากคำและรับทรัพย์สินที่วางทิ้งไว้บนสะพานกลับคืนไป ซึ่งเบื้องต้นหญิงสาวอ้างว่าเรื่องทั้งหมดเกิดขึ้นจากความเมา ไม่ได้มีความคิดจะฆ่าตัวตายแต่อย่างใด