ตำรวจขอนแก่นเร่งล่า ผู้ต้องหาหนีขณะคุมตัวฝากขังที่ศาลขอนแก่น

ตร.ขอนแก่น เร่งล่าผู้ต้องหาที่ยังคงหลบหนีขณะคุมตัวมาฝากขังที่ศาลขอนแก่น พบมีประวัติค้ายาในพื้นที่

พ.ต.อ.ภาคภูมิ พิศมัย ผกก.สภ.เขาสวนกวาง เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถติดตามตัวผู้จ้องหาที่พยายามหลบหนีการควบคุมตัวของเจ้าหน้าที่ขณะนำตัวมาขออำนาจศาล จ.ขอนแก่น ฝากขังเมื่อเช้านี้ได้แล้ว 1 ราย คือนายวุฒิชัย โดยที่ทางเจ้าหน้าที่ได้ทำการสอบสวน จนทราบว่า นายวุฒิชัยนั้น รู้จักกับนายยอดปัญญา ผู้ต้องหาที่ยังคงหลบหนีเพราะเป็นคนในหมู่บ้านเดียวกัน

โดยในระหว่างการถูกพนักงานสอบสวนควบคุมตัวจาก สภ.เขาสวนกวาง ไปที่ศาลจังหวัดขอนแก่น ระยะทางประมาณ 60 กม. นายยอดปัญญา ได้ใช้พลาสติกสีขาวเป็นเกลียว แหย่เข้าไปในร่องกุญแจมือที่สวมอยู่ จนสามารถถอดกุญแจมือออกได้ ทั้งนี้จากากรตรวจสอบประวัติพบว่านายยอดปัญญา เคยถูกจับคดียาเสพติดมาแล้ว 2 ครั้ง คดียังอยู่ในชั้นศาล ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 ถูกจับพร้อมยาบ้า 120 เม็ด ขณะที่นายวุฒิชัย ที่ตามจับตัวกลับมาได้นั้น ถูกจับพร้อมยาบ้า 220 เม็ด ทั้ง 2 คน ถูกข้อหามียาเสพติดประเภทที่1(ยาบ้า)ไว้เพื่อจำหน่าย

ผกก.สภ.เขาสวนกวาง กล่าวต่ออีกว่า ในการควบคุมตัวผู้ต้องหาครั้งนี้ ในรถประกอบด้วยพนักงานสอบสวน เจ้าของคดี 1 นาย และตำรวจอีก 2 นาย นั่งขวางบริเวณประตูของรถตู้ มีผู้ต้องหาที่ต้องฝากขังทั้งหมด 7 คน สำหรับผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ที่หลบหนีในครั้งนี้ เนื่องจากเป็นคดีที่สำคัญยึดของกลางได้จำนวนมาก จึงให้เข้าไปนั่งที่เบาะด้านในสุด ส่วนผู้ต้องหาอีก 5 คน ก็นั่งเรียงต่อกันมา

อย่างไรก็ตามยังคงต้องฝากประชาสัมพันธ์ ว่าหากผู้ใดที่ให้การช่วยเหลือผู้ต้องหาที่หลบหนี จะถือว่ามีความผิด แต่ถ้าผู้ใดทราบเบาะแสคนร้าย สามารถแจ้ง โดยตรงได้ที่ตนเอง ที่หมายเลข 087-9115252 ได้ตลอด 24 ชม. อย่างไรก็ดีขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจที่คุมตัวผู้ต้องหาไปศาลที่อยู่ในเหตุการณ์ดังกล่าว ได้เข้าแจ้งความ ดำเนินคดีกับผู้ต้องหาทั้ง 2 ที่ สภ.เมืองขอนแก่น ในข้อหาหลบหนีจากการควบคุมของเจ้าหน้าที่เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ที่ประชุม ก.ต. มีมติ ตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริง “ศิริชัย” ปธ.ศาลอุทธรณ์

ที่ประชุม ก.ต. มีมติ ตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริง “ศิริชัย” ปธ.ศาลอุทธรณ์ ถ้าผิดจริงต้องโดนสอบวินัยย้อนหลัง แม้ลาออก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ถึงความคืบหน้าการแต่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง นายศิริชัย วัฒนโยธิน ประธานศาลอุทธรณ์ว่า ตามที่คณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (ก.ต.) มีมติเสียงข้างมากเสนอตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้น ต่อกรณีการปฏิบัติราชการของ นายศิริชัย วัฒนโยธิน ประธานศาลอุทธรณ์ ที่อนุ ก.ต.กลั่นกรองคุณสมบัติสรุปรายงานการไม่ผ่านคุณสมบัติเรื่องของการโอนสำนวนคดีนั้น ล่าสุดในการประชุม ก.ต.วันนี้ (17 ก.ค.) ทราบว่า มีการเซ็นแต่งตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้นแล้ว

ทั้งนี้แม้จะมีข่าวว่า นายศิริชัย ประธานศาลอุทธรณ์ เตรียมแถลงข่าวลาออกราชการในวันพรุ่งนี้ (18 ก.ค.) แต่รายงานข่าวแจ้งว่า การลาออกนั้นก็ไม่มีผลให้การสอบสวนข้อเท็จจริงนั้นมีผลยุติลงไป เนื่องจากมีการตั้งผู้พิพากษาที่มีอาวุโสเหมาะสมเป็นกรรมการฯแล้ว 3 คน ซึ่งจะต้องดำเนินสอบสวนข้อเท็จจริงต่อไป

โดยตามระเบียบปฏิบัติ กรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง ก็จะมีเวลา 30 วัน ในการเรียกบุคคลที่เกี่ยวข้องมาเป็นพยานให้การ รวมทั้งการให้โอกาสนายศิริชัย เข้ามาให้ถ้อยคำพร้อมพยานที่จะโต้แย้งข้อกล่าวหา ซึ่งหากภายใน 30 วันยังดำเนินการสอบสวนข้อเท็จจริงไม่แล้วเสร็จ ก็สามารถขยายระยะเวลาได้ โดยการรวบรวมข้อเท็จจริงนั้นเพื่อวินิจฉัยว่าข้อกล่าวหาดังกล่าวมีมูลเป็นความผิดหรือไม่

หากท้ายที่สุดการสอบสวนข้อเท็จจริงในเบื้องต้นกรรมการฯ สรุปความเห็นว่ามีมูลความผิดและเป็นความผิดทางวินัย ตามขั้นตอนก็จะต้องตั้งกรรมการสอบสวนทางวินัยต่อไป เพราะหากพบว่ามีความผิดทางวินัยก็จะมีบทลงโทษ ซึ่งจะมีผลต่อเรื่องของบำเหน็จ บำนาญต่อไป แม้ว่าจะมีการลาออกจากราชการไปแล้ว แต่ถ้าการสอบสวนข้อเท็จจริงเบื้องต้นสรุปผลว่า ไม่มีมูลเป็นความผิดทางวินัย ข้อกล่าวหาก็เป็นอันยุติไป

ตำรวจเร่งรวบรวมหลักฐาน ขอศาลออกหมายจับ “บังฟัต” กับพวก

ตำรวจเร่งรวบรวมหลักฐานขอศาลออกหมายจับ “บังฟัต” กับพวก ก่อนทหารส่งมอบตัวใน 7 วัน

พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ภายหลังเจ้าหน้าที่ควบคุมตัว นายซูรีฟัต หรือ บังฟัต กับพวกรวม 8 คน ผู้ต้องสงสัยร่วมกันก่อเหตุฆาตกรรมยกครอบครัว นายวรยุทธ สังหลัง หรือผู้ใหญ่บ้าน ม.1 ต.บ้านกลาง อ.อ่าวลึก จ.กระบี่ เสียชีวิตรวม 8 ศพ เมื่อวันที่ 11 ก.ค.ได้แล้วนั้น

ขณะนี้ ผู้ต้องสงสัยทั้งหมด อยู่ในการควบคุมของเจ้าหน้าที่ทหาร ซึ่งควบคุมตัวโดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 44 โดยทหารมีอำนาจควบคุมตัวเป็นเวลา 7 วัน (นับตั้งแต่วันที่ 16 ก.ค.) หากครบกำหนดจะต้องส่งตัวให้พนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมาย

โดยระหว่างนี้ทางพนักงานสอบสวนจะทำการรวบรวมพยานหลักฐานทั้งการสอบปากคำพยาน / ผลตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์ / รวมถึงคำรับสารภาพของผู้ต้องสงสัยทั้งหมด เพื่อให้สำนวนครบถ้วนที่สุดก่อนขออำนาจศาลอนุมัติออกหมายจับต่อไป