สาวเมืองนนท์ปลูก ‘บัวกระด้ง’ จากสิ่งที่ชอบสู่การสร้างรายได้หลักหมื่น

วันนี้ MThaiNews ในช่วง ‘เกษตรสร้างรายได้‘ ขอพาทุกท่านไปพบกับคุณมาลัย มณีดำ อายุ 58 ปี เจ้าของ ‘สวนมาลัยบัววิคตอเรีย‘ พื้นประมาณ 2 ไร่ ตั้งอยู่ ต.ละหาร อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี ซึ่งเป็นสวนจำหน่ายบัววิคตอเรีย หรืออีกชื่อหนึ่งเรื่องว่า ‘บัวกระด้ง‘ จากความชอบในวัยเด็กสู่การสร้างอาชีพในเชิงเกษตรท่องเที่ยว ณ ปัจจุบัน

โดยคุณมาลัย เปิดเผยว่าส่วนตัวแล้วเป็นคนที่ชื่นชอบการปลูกต้นไม้ และในตอนเด็กๆ ได้นั่งรถไปกับคุณแม่ผ่านสวนจิตรลดา แล้วสังเกตเห็นสระน้ำภายในสวนมีใบบัวแปลกประหลาดซึ่งไม่เคยพบเห็นมาก่อน จึงถามคุณแม่ว่าคือบัวอะไรซึ่งก็ได้คำตอบว่า เป็น ‘บัวกระด้ง‘ นั้นจึงเป็นสิ่งที่ฝังใจมาตั้งแต่เด็ก และเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญสู่การเพาะเลี้ยงบัวกระด้ง

และในปี 2541 เป็นวัยที่สามารถหาเงินด้วยตัวเองได้แล้ว มีโอกาสได้ไปเดินชมงานจำหน่ายพืชพรรณไม้แล้วเห็นต้นกล้าบัวกระด้ง วางจำหน่ายอยู่จึงอยากรำลึกความหลังในวัยเยาว์ จึงสั่งซื้อมาในราคาต้นละ 1,200 บาท ก็นำมาลงปลูกภายในบ่อบริเวณรอบบ้านของตนเอง โดยภายในบ่อได้ปล่อยลูกปลาแรดลงไปเลี้ยงควบคู่กันด้วย

โดยได้เลี้ยงมาเรื่อยๆ จนบัวกระด้งใหญ่ขึ้นและเกิดความสงสัยเนื่องจากพบว่าบัวกระด้งที่เลี้ยงไว้ไม่มีการแตกหน่อหรือมีเมล็ด จนมาทราบสาเหตุเป็นเพราะปลาแรดที่เลี้ยงไว้มันกัดกินเมล็ดบัวจนหมดทำให้บัวไม่สามารถขยายพันธุ์ได้ จึงนำปลาออกจากบ่อหลังจากนั้นก็เริ่มมีเมล็ดให้เก็บ ซึ่งจะใช้เวลาจากเริ่มมีดอกจนสามารถเก็บเมล็ดได้ใช้ระยะเวลาประมาณ 3 เดือน สามารถเก็บได้ตั้งแต่ช่วง มี.ค.-พ.ค. โดยจะให้เมล็ดเพียงปีละ 1 ครั้งเท่านั้น

ภายหลังเริ่มขยายพันธุ์ได้มากขึ้นจึงตัดสินใจนำต้นกล้าบัวกระด้งไปฝากขายตามร้านขายต้นไม้ต่างๆ ในพื้นที่เมื่อช่วงปี 2544 แต่ในขณะนั้นการเลี้ยงบัวกระด้งยังไม่ค่อยเป็นที่รู้จักกันมากเท่าไร เนื่องจากเป็นบัวที่มีราคาแพงและใช้พื้นที่ปลูกค่อนข้างเยอะ จนเมื่อปี 2556 เป็นที่ฮือฮาที่สุดคือมีการเผยแพร่รูปภาพในโลกออนไลน์เป็นคนลงไปยืนบนใบบัวได้ จนเป็นที่รู้จักไปทั่วประเทศ ทางจังหวัดก็ได้เข้ามาร่วมส่งเสริมให้เป็นสวนบัวกระด้งแบบท่องเที่ยวเชิงเกษตร

คุณมาลัย เปิดเผยอีกว่าการเลี้ยงบัววิคตอเรียหรือบัวกระด้งนั้นไม่ยุ่งยากอย่างที่คิดเลย เนื่องจากสามารถปล่อยไว้ในบ่อหรือสระน้ำ โดยจะเสริมปุ๋ยเป็นธาตุอาหารอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง สูตรเสมอหรือ 16-16 โดยไม่ใช่สารเคมีแต่อย่างใด จากเมล็ดเป็นต้นกล้าที่สามารถจำหน่ายได้จะใช้ระยะเวลาประมาณ 3 เดือน ส่วนเรื่องโรคแมลงที่พบได้บ่อยคือเพลี้ย โรครากเน่า วิธีป้องกันคือเมื่อพบเห็นว่าต้นบัวติดโรคให้ถอนทิ้งทันทีเพื่อไม่ให้ลุกลามไปยังต้นอื่นๆ

ในส่วนของราคาที่จำหน่ายจะขายตามความยาวของใบบัวเริ่มที่เมตรละ 5,000 บาท พร้อมจำหน่ายทั้งแบบเป็นเมล็ดราคาอยู่ที่ เมล็ดละ 10 บาท และยังมีแบบต้นกล้าที่ลงปลูกในกระถ่างราคาอยู่ที่ 500 บาท ซึ่งในแต่ละรอบจำหน่ายก็จะมีลูกจากทั่วประเทศโทรสั่งจองล่วงหน้าจนผลิตแทบไม่ทัน สามารถสร้างรายได้ประมาณเดือนละ 20,000-30,000 บาท แล้วแต่ออร์เดอร์ที่ส่งจองเข้ามา ซึ่งบางเดือนทะลุหลักแสนบาทเลยทีเดียว

สำหรับใครที่สนใจอยากเข้าไปศึกษาเยี่ยมชมทั้งแบบหมู่ขณะหรือแบบครอบครัว หรือสนใจอยากเลือกซื้อต้นพันธุ์บัวกระด้ง สามารถไปได้ที่ ‘สวนมาลัยบัววิคตอเรีย’ ต.ละหาร อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี หรือโทรศัพท์สอบถามได้ที่เบอร์ 089-0572289 (คุณมาลัย)

ธเนตร พุทธิตระกูล รายงาน/ภาพ

เปิดแบบสะพานคนเดินข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา มีทั้งบันไดเลื่อน-ลิฟต์-รถกอล์ฟ ให้บริการ

เปิดแบบ สะพานคนเดิน ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณท่าพระจันทร์-ศิริราช มีทั้งบันไดเลื่อน-ลิฟต์-รถกอล์ฟ พร้อมให้บริการ

เมื่อวันที่ 14 ก.ค. ที่ผ่านมา มีการประชุมสัมมนารับฟังความคิดเห็นของประชาชน ครั้งที่ 3 ซึ่งเป็นการทบทวนรูปแบบโครงการจ้างที่ปรึกษาศึกษาสำรวจและออกแบบสะพานคนเดินและทางจักรยานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณท่าพระจันทร์-ศิริราช ทั้งนี้ การก่อสร้างสะพานดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นสะพานคนเดิน ทางจักรยาน ทางผู้พิการ และสวนสาธารณะ

โดยเน้นวิถีวัฒนธรรมไทย ส่งเสริมการท่องเที่ยว เสริมภาพลักษณ์ เพิ่มทางเลือกของการข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งสะดวก ปลอดภัย พัฒนาเศรษฐกิจชุมชน และส่งเสริมเครือข่ายทางคนเดินและเส้นทางจักรยาน สำหรับแบบล่าสุดของสะพาน มี 2 ชั้น ความสูงระหว่างระหว่างชั้น 4 เมตร มีลิฟต์ บันไดเลื่อน และรถกอล์ฟให้บริการผู้สูงอายุ รวมถึงผู้ป่วยที่ต้องการเดินทางเข้าสู่ รพ.ศิริราช ใช้งบประมาณ 1,710 ล้านบาท

ด้าน นายตรีนิติ บุญกิจการ สถาปนิกผู้ออกแบบสะพาน กล่าวว่า ตัวสะพานกว้าง 9 เมตร ยาวข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาเชื่อมฝั่งพระนครและธนบุรี บริเวณท่าพระจันทร์ และ รพ.ศิริราช หรือวังหลัง โดยรูปแบบเหมือนซุ้มเฉลิมพระเกียรติกลางแม่น้ำเจ้าพระยา สะพานชั้นบนมีพื้นที่โล่ง ชั้นล่างมีทั้งส่วนที่มีหลังคาและส่วนพื้นที่กลางแจ้ง ลายประดับเป็นรูปหยดน้ำ

อย่างไรก็ตาม สะพานดังกล่าวจะมีทั้งทางเดิน และทางจักรยาน เป็นแหล่งพักผ่อน ออกกำลังกายได้ทั้งชั้นบนและล่าง พร้อมมีบันไดเลื่อน ลิฟต์ ขณะที่บันไดมีร่องให้เข็นจักรยาน รวมถึงยังมีรถกอล์ฟให้บริการอีกด้วย

ขอบคุณข้อมูล  มติชน

ขอบคุณภาพ tpsrbridge.com

2 ผัวเมียขับเบนซ์ป้ายแดง ชนตำรวจเข้ามอบตัว หอบดอกไม้ขอโทษอ้างตกใจ

สองสามีภรรยา เจ้าของเบนซ์ ป้ายแดง ขับฝ่าด่านตรวจ ชนดาบตำรวจลากไปถามถนน หอบดอกไม้ ขอโทษ อ้างตกใจ – ส่งฟ้องศาล 3 ข้อหา 17 ก.ค. นี้

นางสาวจุฑามาตร ศรีพรหม อายุ 52 ปี ผู้ขับขี่รถยนต์ยี่ห้อเบนซ์ รุ่น อี 250 สีดำ ป้ายแดง ทะเบียน ผ-2529 กรุงเทพมหานคร ที่ก่อเหตุลาก ดาบตำรวจนิติ อัญชลี ผู้บังคับหมู่งานจราจร สน.ท่าข้าม ขณะกำลังเรียกตรวจสอบเอกสารการครอบครองรถ บริเวณทางเข้าด่านพระราม 2 ถนนพระราม 2 ขาออก เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคมที่ผ่านมา พร้อมด้วย นายบันฑิต สุวรรณเวคิน สามี อายุ 59 ปี และทนายความ เดินเข้ามอบตัวกับพนักงานสอบสวน สน.ท่าข้าม โดยมี พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ร่วมสอบปากคำ

จากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้งสอง ยอมรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริง โดยช่วงเกิดเหตุฝ่ายชายแสดงท่าทีเอื้อมหยิบเอกสารจากลิ้นชักหน้ารถ เมื่อเจ้าหน้าที่เอื้อมตัวเข้าไปรับ สามีจึงสั่งให้ภรรยาเร่งเครื่องหนี เนื่องจากรถคันดังกล่าวมีการดัดแปลงสภาพจาก เบนซ์ อี 200 เป็น อี 250 เพื่อหลบหนีการติดตามจากไฟแนนซ์ ซึ่งหลังก่อเหตุได้นำรถของกลางไปซุกซ่อนที่ คอนโด ถนนราษฎร์บูรณะ และหลบไปพักอาศัย ที่บ้านกลางกรุง ศรีนครรินทร์ ก่อนทนการกดดันของเจ้าหน้าที่ไม่ไหวจึงเข้ามอบตัว

ขณะที่ พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เข้าสอบปากคำนางสาวจุฑามาตร ศรีพรหม และนายบันฑิต สุวรรณเวคิน สองสามีภรรยา ผู้ต้องหา ขับรถเบนซ์ ทะเบียนป้ายแดง ชนดาบตำรวจนิติ อัญชลิสังกาศ ผู้บังคับหมู่งานจราจร สถานีตำรวจนครบาลท่าข้าม ขณะกำลังเรียกตรวจสอบเอกสารการครอบครองรถ ที่ถนนพระราม 2

โดยนางสาวจุฑามาตร ยอมรับว่า เสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น เนื่องจากตกใจเพราะรถคันดังกล่าวขาดการผ่อนส่งมาแล้ว 3 เดือน และได้ซื้อรถมาแล้ว 4 ปี และยังไม่ได้ไปจดทะเบียนอย่างถูกต้อง รวมทั้งได้ดัดแปลงรุ่นรถให้เป็นรุ่น อี 250 เพื่อต้องการอัพเกรดรุ่น และยืนยันว่าเป็นคนขับรถหนีออกมาเอง และไม่ได้มีการยุยงจากจากสามี ซึ่งหลังเกิดเหตุก็รู้สึกไม่สบายใจ จึงเข้ามอบตัวต่อสู่คดี และได้นำพวงมาลัยมาขอขมา ดาบตำรวจนิติ

ด้าน ดาบตำรวจนิติ บอกว่า ไม่ได้ติดใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และไม่ได้คิดจะฟ้องร้องคิดค่ารักษาพยาบาล แต่ขอให้คดีความเป็นไปตามกฎหมาย พร้อมฝากเตือนประชาชนไม่ให้บอกเลียนแบบ เนื่องจากจะทำให้ตำรวจที่กำลังปฏิบัติหน้าที่จะได้รับอันตราย พร้อมกับอโหสิกรรมกับทั้งสองคน

นอกจากนี้ พล.ต.ท.ศานิตย์ เปิดเผยว่า เมื่อผู้ต้องหามามอบตัวก็จะต้องสอบสวนตามขั้นตอน และจะพิจารณาให้ประกันตัวในชั้นสอบสวน โดยใช้หลักทรัพย์คนละ 5 หมื่นบาท ก่อนที่จะนัดตัวไปส่งฟ้องที่ศาลแขวงธนบุรีในวันที่ 17 กรกฎาคม นี้ ใน 3 ข้อหา ขัดขวางการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ / ทำร้ายร่างกายเจ้าพนักงานขณะปฏิบัติหน้าที่ / และขัดคำสั่งเจ้าพนักงานจราจรขณะปฏิบัติหน้าที่

ที่มา INN