เตือนอันตราย หลังธูปไล่ยุงเขมร ขายเกลื่อนช่องจอม

สาธารณสุขจังหวัดสุรินทร์ออกโรงเตือนประชาชระวัง หลังธูปไล่ยุงที่มีสลากเป็นภาษากัมพูชา วางขายเกลื่อน ที่ตลาดช่องจอม

ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียน จากประชาชนว่า พบการวางจำหน่ายธูปไล่ยุง หรือธูปพิษ นำเข้าจากประเทศกัมพูชา วางขายเกลื่อนในราคา 3 กล่อง 100 บาท ในร้านค้าที่เป็นของชาวกัมพูชา บริเวณตลาดการค้าชายแดนช่องจอม ต.ด่าน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ โดยมีประชาชนจำนวนมากซื้อไปใช้ในช่วงหน้าฝนที่มียุงชุม เพราะใช้ได้ผลดีกว่ายากันยุงทั่วไปและมีแมลงตายจำนวนมาก

แต่บางส่วนแจ้งว่าเกิดอาการวิงเวียนศีรษะ และคลื่นไส้ อาเจียน เมื่อตรวจสอบพบว่า มีการวางจำหน่ายธูปไล่ยุง ลักษณะ บรรจุใน กล่องสีเขียว ขนาดใหญ่ ฉลากเป็นภาษากัมพูชาอยู่ข้างกล่อง วางขายแบบเปิดเผย เป็นจำนวนมาก

ทั้งนี้จากการทดสอบ เบื้องต้นพบว่า ไม่มีกลิ่นเหม็นฉุน แต่จะมีสารอันตรายมากน้อยเพียงได ต้องรอการตรวจพิสูจน์จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอีกครั้ง  ทั้งนี้ กลุ่มงานคุ้มครองผู้บริโภค สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสุรินทร์ ได้ออกมาแจ้งเตือนประชาชนผ่านโซเซียลมีเดีย ข้อความว่า “เตือนภัย เร่งด่วน ธูปไล่ยุง สินค้าไม่ขึ้นทะเบียน ผิดกฎหมายและอาจอันตรายถึงสุขภาพ”

ด้าน ภญ. สุธิดา บุญยศ เภสัชกรชำนาญการกลุ่มงานคุ้มครองผู้บริโภค สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสุรินทร์ เปิดเผยว่า ธูปไล่ยุง เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีความอันตราย เข้าข่าย พ.ร.บ.วัตถุอันตรายที่ใช้ในบ้านเรือน ที่ต้องมีการขออนุญาตนำเข้าประเทศอย่างถูกกฎหมาย และต้องฉลากเป็นภาษาไทย ก่อนที่จะวางจำหน่ายตามท้องตลาดทั่วไป ขอแจ้งเตือนมายังผู้ที่ซื้อธูปไล่ยุงที่ไม่ใช้ผลิตภัณฑ์ที่ผลิตในประเทศและมี อบ.รับรองเท่านั้น จึงจะมีความปลอดภัยมากกว่า

ข่าวจาก INN

ธอส. เตรียมปล่อยกู้ดอกเบี้ย 0% ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม

ธนาคารอาคารสงเคราะห์ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม เตรียมปล่อยกู้ 500 ล้าน ลดดอกเบี้ย 0%

รายงานข่าวแจ้งว่า วันนี้ (29 ก.ค. 60) นายฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ได้ออกมาเปิดถึงมาตรการช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม โดยเฉพาะจ.สกลนคร ที่มีน้ำท่วมสูงจนส่งผลทำให้เกิดความเสียหายและเดือดร้อน ทั้งในด้านที่อยู่อาศัย และการประกอบอาชีพนั้น ว่า

ธนาคารอาคารสงเคราะห์ในฐานะสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ ได้เตรียมวงเงิน 500 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนด้านที่อยู่อาศัยให้กับลูกค้าประชาชนที่ประสบอุทกภัย ภายใต้ “โครงการเงินกู้เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ปี 2560” ซึ่งมีรายละเอียดประกอบด้วย

มาตรการที่ 1 สำหรับลูกค้าเดิมของ ธอส. กรณีหลักประกัน(ที่อยู่อาศัยที่จดจำนองกับธนาคาร)ได้รับผลกระทบ ธนาคารจะลดภาระดอกเบี้ยและเงินงวดผ่อนชำระ โดยคิดอัตราดอกเบี้ย 0% ต่อปี นาน 3 เดือนแรก เดือนที่ 4-12 อัตราดอกเบี้ย MRR-2.50% ต่อปี ปีที่ 2 อัตราดอกเบี้ย MRR-2.00% ต่อปี

ปีที่ 3 อัตราดอกเบี้ย MRR-1.00% ต่อปี และปีที่ 4 จนถึงตลอดอายุสัญญาเงินกู้กรณีลูกค้าสวัสดิการ ดอกเบี้ยเท่ากับ MRR-1.00% ต่อปี กรณีลูกค้ารายย่อยทั่วไป ดอกเบี้ยเท่ากับ MRR-0.50% ต่อปี (ปัจจุบันอัตราดอกเบี้ย MRR ธอส. อยู่ที่ 6.75% ต่อปี)

มาตรการที่ 2 สำหรับลูกค้าใหม่ หรือลูกค้าเดิมของ ธอส. ที่อาคารหรือบ้านได้รับความเสียหายสามารถขอกู้เพิ่ม หรือ กู้ใหม่ เพื่อปลูกสร้างทดแทนหลังเดิม หรือกู้ซ่อมแซมอาคารที่ได้รับความเสียหาย คิดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้คงที่ 3.00% ต่อปี นาน 3 ปี หลังจากนั้น กรณีลูกค้าสวัสดิการ คิดอัตราดอกเบี้ย MRR-1.00% ต่อปี

ส่วนลูกค้ารายย่อย คิดอัตราดอกเบี้ย MRR-0.50% ต่อปี วงเงินให้กู้ต่อรายธนาคารกำหนดไว้ไม่เกิน 1 ล้านบาทต่อ 1 หลักประกัน โดยคุณสมบัติของผู้ที่สามารถเข้าร่วม“โครงการเงินกู้เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ปี 2560” จะต้องเป็นลูกหนี้เดิมของ ธอส. หรือลูกค้าใหม่ ซึ่งที่อยู่อาศัยเป็นกรรมสิทธิ์ของตนเองหรือคู่สมรสและได้รับความเสียหายจากการประสบอุทกภัย

ทั้งนี้ลูกค้าที่ได้รับผลกระทบสามารถติดต่อได้ที่สาขาของธนาคารอาคารสงเคราะห์ตั้งแต่วันจันทร์ที่ 31 กรกฎาคม 2560 เป็นต้นไป สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ธอส.ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ (Call Center) โทร 0-2645-9000 หรือ www.ghbank.co.th และ Facebook fanpage ธนาคารอาคารสงเคราะห์

นาทีช่วย 5 ชีวิตติดกลางน้ำตก หลังเจอน้ำป่าซัดถล่ม

คลิปนาทีเข้าช่วยกลุ่มคน 5 ชีวิต ขณะติดอยู่โขดหินกลางน้ำตกที่บึงกาฬ หลังเกิดเหตุน้ำป่าซัดถล่มโดยไม่ทันตั้งตัว

วันนี้ (29 ก.ค. 60) โลกออนไลน์ได้มีการส่งต่อคลิปจากผู้ใช้เฟซบุ๊ก ก่อง จ่อง ที่ได้เผยให้เห็นภาพนาทีชีวิต ขณะมีกลุ่มคนเข้าช่วยนักท่องเที่ยวจำนวนหนึ่งที่ติดอยู่ที่โขดหินเกาะกลางน้ำตกในขณะที่น้ำป่าจำนวนมากพัดมาพอดี โดยเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นที่น้ำตกแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.บุ่งคล้า จ.บึงกาฬ

ขณะที่ผู้โพสต์ได้มีข้อความระบุว่า วินาทีชีวิต นักท่องเที่ยวชายวัยรุ่นที่เกือบโดนน้ำป่าพัด ก่อนเกิดเหตุผมและคณะพี่ๆ และเด็กๆได้เดินทางไปยังน้ำตกใกล้ๆบ้าน น้ำตกถ้ำฝุ่น ถึงช่วงเที่ยงๆ บรรยากาศดี แดดออก สักพักฝนได้ตกหนัก ตอนนั้นผมเองเล่นอยู่ช่วงตรงน้ำที่ไหลตก ลึกๆ ได้สังเกตเห็นสีน้ำที่เปลี่ยน และไหลแรงเรื่อยๆ ขึ้นเรื่อยๆ จึงได้เอะใจและตัดสินใจกลับมายังจุดที่พักในตอนแรก และชวนเด็กๆกลับมายังจุดนั้นทันทu โชคของพวกเรายังดีครับ ปลอดภัยกันทุกคน

ขอขอบคุณพี่ๆ อุทยานและน้องๆ วัยรุ่นด้วยนะครับ ที่ได้นำเชือกมาช่วยเหลือพวกเราและเด็กๆ ให้ปลอดภัย ขอบคุณมากครับผม #ฝากเตือนพี่น้องชาวบึงกาฬด้วยเด้อถ้าฝนตกแรงๆนานๆให้รีบหาจุดที่ปลอดภัยทันที มันมาเร็วมากๆ

#ปล.มิได้โพสต์หมิ่นเจตนาทำลายแหล่งท่องเที่ยวใดๆ โพสต์เพื่อเตือนภัยสื่อๆ

คลิปจาก ก่อง จ่อง