นักวิเคราะห์มองหุ้นไทยผันผวน ก่อนประกาศผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 60

หุ้นไทย ปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.42 จุด แตะที่ระดับ 1,569.86 จุด นักวิเคราะห์มองดัชนีแกว่งตัวในกรอบแคบ ก่อนการประกาศผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 60

บรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยเช้าวันนี้ (11 ก.ค.) เปิดทำการเมื่อเวลา 10.00 น. ดัชนีปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.42 จุด แตะที่ระดับ 1,569.86 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1,090.14 ล้านบาท โดยหลักทรัพย์เพิ่มขึ้น 195 หลักทรัพย์ ลดลง 159 หลักทรัพย์ ไม่เปลี่ยนแปลง 261หลักทรัพย์

นักวิเคราะห์ บล.ยูโอบีเคย์เฮียน คาดว่า ดัชนีแกว่งตัวในกรอบแคบ ก่อนการประกาศผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 60 ซึ่งสัปดาห์นี้จะเป็นการทยอยประกาศงบกลุ่มธนาคาร ทั้งนี้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ที่เพิ่มขึ้นจากการส่งสัญญาณนโยบายการเงินที่ตึงตัวมากขึ้นของธนาคารกลางทั่วโลก

ขณะที่แนวโน้มผลประกอบการบริษัทจดทะเบียน ทั่วโลกที่ชะลอตัวลงในช่วงไตรมาส 2 ปี 60 ทำให้ความน่าสนใจของการลงทุนในหุ้น แคบตัวลง ซึ่งเกิดในทิศทางเดียวกันทั้งโลก อาจเป็นความเสี่ยงที่จะทำให้ตลาดย่อตัว โดยฝ่ายวิเคระห์ประเมินเป้าหมายการปรับฐานหุ้นไทยในกรณีปกติและจุดซื้อที่มีความเสี่ยง อยู่ที่ 1530-1550 จุด

อธิบดีกรมการปกครอง แจง กรณีพบเลขบัตรประชาชนผู้ที่เกิดปี 2527 มีปัญหา

อธิบดีกรมการปกครอง แจงกรณีเลขบัตรประชาชนมีปัญหา 10,000 คน แก้ไขแล้ว 7 พันคน ขอคนที่มีปัญหาเร่งติดต่อเพื่อแก้ไข

ร.ต.ท.อาทิตย์ บุญญะโสภัต อธิบดีกรมการปกครอง กล่าวถึงกรณีเลขบัตรประชาชนของผู้ที่เกิดในปี 2527 มีปัญหา ว่า เรื่องเลข 13 หลักที่ไม่ตรงกันนั้น สาเหตุเกิดจากปี 2527 ที่เริ่มมีเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก โดยคนที่เกิดปี 27 จะใช้เลขนำหน้าเป็นเลข 3 ในขณะที่คนที่เกิดหลังจากปี 27 จะใช้เลขนำหน้าเป็นเลข 1

ซึ่งกรณีที่เกิดขึ้นนี้ ผู้ที่ร้องเรียนเกิดในปี 27 แต่เลขนำหน้าบัตรประชาชนนั้นเป็นเลขอื่น โดยเกิดจากความคลาดเคลื่อนที่ไปใช้ข้อมูลเลขชุดที่เป็นเลข 3 ตามทะเบียนบ้านตอนที่ไปทำทะเบียนบ้าน จึงไม่ตรงกับเลขสูติบัตร

อย่างไรก็ตาม สำนักทะเบียนจึงแจ้งให้เจ้าตัวมาดำเนินการเปลี่ยนเป็นเลข 1 แต่พบปัญหาว่า สิ่งที่ได้ดำเนินการไปก่อนหน้านี้โดยใช้เลขบัตรประชาชนเดิมที่ผิดพลาดต้องไปตามดำเนินการแก้ไข ซึ่งกรมการปกครองพบว่า มีผู้มีปัญหานี้จำนวนกว่า 10,000 ราย ซึ่งดำเนินการแก้ไขปัญหาแล้ว 7,000 ราย

จึงขอให้ผู้มีปัญหาที่เหลือ สำรวจเลขในทะเบียนบ้านและเลขบัตรประจำตัวประชาชนของตนเอง รวมถึงสูจิบัตรว่าตรงกันหรือไม่ หากไม่ตรงเขตให้ไปแจ้งที่สำนักทะเบียนอำเภอ หรือสำนักงานเขต

กยท. ยัน ช่วยชาวสวนยางเต็มที่ เตือนฝ่ายการเมืองทำอะไรให้อยู่ในกรอบ

ประธานบอร์ดการยาง แจงพยายามช่วยเหลือให้ชาวสวนอยู่ได้ มั่นใจจะไม่มีมวลชนมากดดัน เตือนฝ่ายการเมืองทำอะไรให้อยู่ในกรอบ

พล.อ.ฉัตรเฉลิม เฉลิมสุข ประธานกรรมการการยางแห่งประเทศไทย กล่าวถึงกรณีที่ นายสุนทร รักษ์รงศ์ เลขาธิการสภาเครือข่ายเกษตรกรชาวสวนยาง จะออกมาเคลื่อนไหวเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ปัญหาราคายางตกต่ำและให้อุดหนุนราคาเป็นกิโลกรัมละ 70 บาท ว่า ไม่สามารถเป็นไปได้ เนื่องจากประเทศไทยเป็นสมาชิก WTO หากจะมีการผลักดันราคายางพาราภายในระยะเวลา 1 เดือน ก็อาจเป็นไปได้ภายใน 1-2 เดือน เพราะขณะนี้ต้องปิดสต็อกยางพาราที่มีอยู่

ส่วนมาตรการให้กู้เงินและยึดอายุหนี้สินนั้น อยู่ในระหว่างการดำเนินการ ซึ่งสถาบันหรือเกษตรกรได้เริ่มไปซื้อน้ำยางที่มีปัญหาแล้ว ส่งผลให้ราคาน้ำยางขึ้นอยู่ในราคา 11.50 บาท ขณะที่ยางแผ่นราคาขึ้นตามลำดับ ซึ่งเมื่อปี 2558 ราคาอยู่ที่ 45 บาทต่อกิโลกรัม เพราะตอนนี้ราคายางแผ่นอยู่ที่ประมาณ 50 บาทต่อกิโลกรัม เชื่อว่าชาวสวนยาวจะอยู่ได้

นอกจากนี้ พล.อ.ฉัตรเฉลิม กล่าวว่า ชาวสวนยางและกลุ่มผู้ชุมนุมมีความเข้าใจในสิ่งที่รัฐบาลทำ แต่ฝ่ายการเมืองหากทำอะไรขอให้อยู่ในกรอบ เนื่องจากการไปกดดันมากๆ อาจจะเสียประโยชน์ได้ และเชื่อว่าจะไม่มีมวลชนมากดดัน มีเพียงการยื่นข้อเสนอเท่านั้น