ประชาชนเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพต่อเนื่อง – 250 วันกว่า 8.29 ล้านคน

ประชาชนเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพต่อเนื่อง ขณะที่ สำนักพระราชวังแจ้งยอดรวมประชาชน 250 วัน กว่า 8,294,896 ล้านคน

ประชาชนจากทั่วทุกสารทิศแต่งกายไว้ทุกข์สีดำทยอยเดินทางเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง กันอย่างต่อเนื่อง โดยมีเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ และจิตอาสาคอยอำนวยความสะดวกให้ประชาชนได้เข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพด้วยความเรียบร้อย

ทั้งนี้ สำนักพระราชวังได้สรุปยอดรวมประชาชน ที่เดินทางเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพ เมื่อวันที่ 10 ก.ค. หลังสำนักพระราชวัง ปิดไม่ให้ประชาชนเข้าพระบรมมหาราชวัง ในเวลา 21.00 น.ว่า มีจำนวนทั้งสิ้น 29,062 คน รวม 250 วัน มี 8,294,896 คน และมีประชาชนถวายเงินเพื่อร่วมบำเพ็ญพระราชกุศลเป็นเงิน 5,579,569.25 บาท รวม 250 วัน เป็นเงินทั้งสิ้น 640,362,399.51 บาท

เร่งกู้โบกี้รถไฟ บรรทุกปูนซิเมนต์พลิกคว่ำตกราง ในเขต ทบ.นครนครราชสีมา

เจ้าหน้าที่ เร่งกู้โบกี้รถไฟบรรทุกปูนซิเมนต์พลิกคว่ำตกราง ในเขตเทศบาลนครนครราชสีมา คาดเสร็จวันนี้

เจ้าหน้าที่ศูนย์ปฏิบัติการเดินรถภาค 2 ของการรถไฟแห่งประเทศไทยยังไม่สามารถกู้โบกี้รถไฟที่บรรทุกปูนซิเมนต์พลิกคว่ำตกรางที่บริเวณ 5 แยกหัวรถไฟ เขตเทศบาลนครนครราชสีมา เนื่องจากโบกี้ที่ตกทั้ง 9 โบกี้ มีน้ำหนักมากถึงโบกี้ละ 60 ตัน รถเครนที่ใช้ยกไม่สามารถยกได้และลวดสลิงยังขาดอีกด้วย

ส่งผลให้การเดินรถไฟสายอีสานต้องหยุดชะงักโดนสิ้นเชิง นายศักดิ์ชัย ทรัพย์ใจเที่ยง ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการเดินรถภาค 2 นครราชสีมา ได้แจ้งขอรับการสนับสนุนรถเครนกู้ขบวนรถไฟจากกรุงเทพมหานคร ซึ่งขณะนี้ทางการรถไฟแห่งประเทศไทยได้ส่งรถปฏิบัติกู้ขบวนรถไฟออกมาจากสถานีรถไฟบางซื่อ กรุงเทพมหานครแล้ว คาดว่าการกู้โบกี้ที่ตกรางและซ่อมรางรถไฟที่เสียหายจะเสร็จภายในวันนี้

สำหรับรถไฟขบวนที่เกิดเหตุ เป็นขบวนที่ 527 มีนายองอาจ เป็นคนขับ บรรทุกปูนซิเมนต์ผงของบริษัท TPI โพลลีน จำกัด จากสถานีหินลับ อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี จำนวน 20 โบกี้ จะไปส่งที่ จ.อุบลราชธานี เมื่อรถวิ่งออกจากสถานีนครราชสีมาได้เพียง 200 เมตร และกำลังวิ่งผ่านที่กั้นบริเวณ 5 แยกหัวรถไฟ ได้เกิดล้อหลุดออกจากโบกี้รถส่งผลให้โบกี้รถไฟ จำนวน 9 โบกี้ พลิกคว่ำและตกรางดังกล่าว

แต่อุบัติเหตุดังกล่าวไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต แต่รางรถไฟเสียหายส่งผลให้การเดินรถไฟสายภาคตะวันออกเฉียงเหนือต้องหยุดชะงักตั้งแต่เวลา 19.30 น.ของวันที่ 10 กรกฎาคม 2560 เป็นต้นมา และการจราจรทางบกบริเวณ 5 แยกหัวรถไฟ เขตเทศบาลนครนครราชสีมาไม่สามารถสัญจรไป-มา ได้ เนื่องจากโบกี้รถไฟบรรทุกปูนซิเมนต์ผงพลิกคว่ำตกรางขวางอยู่

ทช.ประจวบคีรีขันธ์ จับลูกเรือประมง ชำแหละลูกโลมาติดอวนเปิบพิศดาร

ทช.ประจวบคีรีขันธ์ ร่วมกับศูนย์ปีโป้ นำกำลังจับกุมลูกเรือประมงชำแหละโลมาติดอวนทำเปิบพิสดาร ไต้ก๋งเรือระบุที่ผ่านมาหากพบดลมาติดอวนจะปล่อยคืนทะเล แต่ครั้งนี้ถึงคราวซวยห้ามลูกน้องไม่ทัน

เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 10 กรกฎาคม 2560 นายวรรณ ชาตรี ผู้อำนวยการส่วนอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล (สบ.ทช.3) สำนักงานบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 3 จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ น.ต.จักรกฤษณ์ หงษา ร.น. ผู้ช่วยหัวหน้าศูนย์ควบคุมการแจ้งเรือเข้าออก (ปีโป้) เรือประมงประจวบคีรีขันธ์ ได้รับแจ้งจากกลุ่มอนุรักษ์อ่าวน้อยว่า

ลูกเรือประมงได้ชำแหละโลมานำมาปรุงอาหาร จึงไปที่สะพานปลาเจริญลาภ หมู่ 2 บ้านอ่าวน้อย ต.อ่าวน้อย อ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ พบซากโลมาถูกหันเป็นชิ้น มีเศษผิวหนังครึ่งตัวเห็นครีบ และเนื้อบางส่วน ส่วนหัวและเนื้อส่วนอื่น ๆ ถูกนำไปปรุงอาหารและกินแล้วบางส่วน จึงได้ควบคุมตัว นายสิงห์ เขียวพยับ อายุ 62 ปี อยู่บ้านเลขที่ 38 หมู่ 5 ต.ยี่สาร อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม ไต้ก๋งเรือประมง จงเจริญชัย 10 เป็นเรืออวนลากคู่ ขนาด 70 ตันกรอส พร้อมด้วยของกลางมาที่ สภ.เมืองประจวบคีรีขันธ์

สอบสวนนายสิงห์ ให้การว่า ตนเองทราบว่าลูกน้องซึ่งเป็นลูกเรือชาวพม่า ได้นำโลมาที่ติดอวนลวกและตายเมื่อวานนี้ ได้นำขึ้นบนเรือมาชำแหละเนื้อทำอาหาร ซึ่งตนมาเห็นตอนที่กำลังปรุงอาหาร เพราะทุกครั้งที่โลมาติดอวน ก็จะให้ลูกเรือแกะออกปล่อยสู่ทะเล แต่ครั้งนี้ยับยั้งไม่ทัน

ทางด้านเจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบว่าเป็นโลมาอิรวดี อยู่ในบัญชีรายชื่อสัตว์ป่าสงวนและสัตว์ป่าคุ้มครองที่เป็นสัตว์น้ำ ตาม พ.ร.ก.การประมง พ.ศ.2558 มาตรา 66 และ พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 มาตรา 16, 19, 20, 23 ห้ามมิให้ผู้ใดล่าหรือมิให้ผู้ใดมีไว้ในครอบครอง หรือพยายามล่าสัตว์ป่าสงวนหรือสัตว์ป่าคุ้มครอง หรือซากของสัตว์ป่าคุ้มครอง ห้ามมิให้ผู้ใดจับสัตว์น้ำชนิดที่เลี้ยงลูกด้วยนม สัตว์น้ำที่หายากหรือใกล้สูญพันธุ์ ตามที่รัฐมนตรีประกาศกําหนด ส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีต่อไป พร้อมทั้งรายงาน ให้นายโสภณ ทองดี รองอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งรับทราบ เพื่อหามาตรการป้องกันต่อไป

นายสิงห์ เขียวพยับ ไต้ก๋งเรือกล่าวว่า ครั้งนี้เป็นคราวซวยจริง ๆ ลูกน้องทำเรื่องเดือดร้อน เจ้าของเรือประมงเพิ่งสูญเสียเมียเป็นมะเร็งเสียชีวิตมาแล้ว 2 วัน มาเจอลูกเรือกินซากสัตว์ป่าคุ้มครองอีก คงต้องถูกปรับค่าเสียหายอีกหลายแสนบาท ยอมรับว่าดูแลลูกน้องไม่ทั่วถึง