สลด! น้องร้องดังภาคใต้ ลุยทำบ่อกุ้งติดเชื้อโรคฉี่หนู 4 วันเสียชีวิต

น้องร้องดังใน 14 จังหวัดภาคใต้ ลุยทำบ่อกุ้งติดเชื้อโรคฉี่หนู 4 วันเสียชีวิต ชาวบ้านสุดงง หน่วยงานรัฐขอให้ปิดข่าวเรื่องโรคฉี่หนู

วันที่ 9 ก.ค.60 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่า มีนักร้องนำวงดนตรีสตริงชื่อดังในภาคใต้เสียชีวิต กำลังจะเข้าสู่พิธีเผาศพ อีกทั้งสาเหตุการตายทำให้ชาวบ้านหวาดผวาไปทั้งตำบล เนื่องจากไร้ความสนใจจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จึงรีบเดินทางไป เกิดเหตุที่ วัดสวนสมบูรณ์ หมู่ที่ 1 ต.สวนแตง อ.ละแม จ.ชุมพร พบชาวบ้านนับพันคน ส่วนใหญ่จะอยู่ในช่วงวัยรุ่น กำลังอยู่ในอาการเศร้าโศก ภายในศาลาที่ใช้บำเพ็ญกุศลศพ ที่กำลังสวดเพื่อทำพิธีเผาศพ

ผู้สื่อข่าวจึงเข้าไปสอบถาม ได้การว่า ผู้ตายชื่อ นายอนิวัฒน์ คล้ายทอง อายุ 31 ปี บ้านเลขที่ 47 หมู่ที่ 1 ต.สวนแตง อ.ละแม จ.ชุมพร อาชีพ นักร้องนำ วงดนตรี “ชบาแก้ว” วงสตริงชื่อดัง ใน 14 จังหวัดภาคใต้ และ เป็นผู้เลี้ยงกุ้งก้ามแดง เสียชีวิต ด้วยโรคฉี่หนู เมื่อ 7 วันที่ผ่านมา

จากสอบถาม ร.ต.อ.หญิง หัทยา อ่าวเจริญ ญาติของนายอนิวัตน์ ได้การว่า “เมื่อ11 วันที่แล้ว ภายหลังนายอนิวัฒฯ ว่างเว้นจากการร้องเพลง ก็ จะกลับมาอยู่ที่บ้าน ใน ต.สวนแตง กับภรรยา และ ได้ตั้งฟาร์มเลี้ยงกุ้มก้ามแดง ที่กำลังมีราคาดีกิโลกรัมละ หลายร้อยบาท แต่ต้องลงไป เก็บสาหร่ายในบึงน้ำขนาดใหญ่ของหมู่บ้าน ที่อยู่ ด้านหลังบ้านเพื่อนำมาให้ กุ้งกิน ในเย็นวันดังกล่าว เมื่อนายอนิวัฒน์ ขึ้นมาจากบึงน้ำ นำ ให้อาหารกุ้งเสร็จก็ ทำความสะอาดร่างกาย ปรากฏว่า เมื่อจะเข้านอน มีอาการผื่นแดงไปทั้งตัว

เช้าของวันรุ่งขึ้นมีอาการปวดเมื่อยไปทั้งตัว ไปซื้อยาแก้ปวดมากิน แต่ไม่หาย อีก 2 จึงไปหาหมอที่คลินิก ในตลาดละแม มาพักที่บ้านอีก1 วันอาการกลับทรุดลง จึงนำส่ง รพ.ละแม แต่อาการทรุดหนัก จึงส่งต่อ รพ.หลังสวน แพทย์พยายามช่วยชีวิต แต่ เสียชีวิตในที่สุด รวม เวลาเพียง 4 วัน ที่ได้รับเชื้อดังกล่าว แพทย์ที่ รพ.หลังสวน ลงความเห็นในใบตรวจอาการว่าป่วยด้วยโรคฉี่หนู

เมื่อข่าวแพร่ออกไปในหมู่บ้าน สร้างความหวาดกลัวแก่ ชาวบ้าน ที่ต้องใช้น้ำในบึงดังกล่าว ได้แจ้งไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แต่กลับได้ขอให้ปิดข่าวการตายด้วยโรคฉี่หนู เพื่อขอตรวจสอบรายละเอียด ทำให้ชาวบ้านยิ่งหวาดผวาว่า หน่วยงานดังกล่าว ปิดข่าวไปเพื่ออะไร อีกทั้ง ไม่มีการออกมาดำเนินการใดๆ เพื่อแก้ไขปัญหาหรือ ป้องกันโรค จนกระทั่ง เมื่อได้ข่าวว่า จะมีนักข่าวเข้ามาทำข่าว จึงนำป้ายเขียนว่า เขตอันตรายโรคฉี่หนู เท่านั้น

นายภาณุพงศ์ บัวจันทร์ ส.อบต.สวนแตง เป็นอา ของนายอนิวัฒน์ กล่าวว่า “ในขณะนี้ในหมู่บ้าน มีผู้ป่วยด้วยอาการดังกล่าว อีกหลายคน สร้างความวิตกกังวลแก่ชาวบ้านมาก เนื่องจากโรคฉี่หนู มีความรุนแรงมาก อีกทั้งก่อนตาย นายอนิวัฒน์ ได้พยายาม ต่อสู้ กับ เจ้าฟาร์มหมูขนาดใหญ่ที่อยู่ใกล้กับบึงน้ำ เนื่องจากเห็นว่า ฟาร์มหมู ดังกล่าว ปล่อยของเสียลงในแหล่งน้ำ ทำให้เกิดน้ำเสีย และ ทำให้เกิดหนูชุกชุมในพื้นที่ เมื่อร้องเรียนไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ กลับไม่ได้รับความสนใจ” นอกจากนี้ ชาวบ้านหลายคน ได้ตั้งผู้ดูแลป้องกันไม่ให้ คนในหมู่บ้านลงไปในบึงน้ำ ที่คาดว่า เป็นแหล่งของเชื้อโรคฉี่หนู โดยมีการผลัดกันเฝ้า เนื่องจากขาดหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาดูแล แต่ก็ทำไปอย่างไร้ชะตากรรม

พุทธศาสนิกชนร่วมตักบาตรดอกไม้วันเข้าพรรษาประจำปี 2560

พุทธศาสนิกชนร่วมตักบาตรดอกไม้วันเข้าพรรษาประจำปี 2560 โดยมีประชาชนและนักท่องเที่ยวร่วมงานจำนวนมาก ที่ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม กรุงเทพฯ

พุทธศาสนิกชนชาวไทยร่วมตักบาตรดอกไม้แด่พระภิกษุสงฆ์ที่วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม โดยงานพิธีตักบาตรดอกไม้มีตั้งแต่วันนี้ถึง 10 ก.ค.2560 ในเวลา 09:00-21: 00 น. เพื่อเป็นการเชิญชวนให้พุทธศาสนิกชนร่วมสืบสานวัฒนธรรมประเพณีเข้าพรรษาของประเทศไทยโดยมีประชาชนและนักท่องเที่ยวร่วมงานจำนวนมาก ที่ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม กรุงเทพฯ

ทั้งนี้ประเพณีตักบาตรดอกไม้ เป็นประเภณีของชาวพุทธโดยมีความเชื่อเรื่องของการทำบุญ พบบางพื้นที่ของประเทศไทย เช่น เป็นประเพณีประจำปีของจังหวัดสระบุรีโดยจัดที่ วัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร อำเภอพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรีวัดบวรนิเวศวิหาร กรุงเทพมหานครและวัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามวรวิหาร

‘สุริยะใส’ ชี้ประชาชนคาดหวัง 36กก. ปฏิรูปตร.

“สุริยะใส” ชี้เดิมพันปฏิรูปตำรวจสูงกว่าทุกครั้ง ถ้าทำไม่ได้ ปชช.หมดหวัง เหตุ 36 กรรมการมาจาก รธน.

นายสุริยะใส กตะศิลา รองคณบดีวิทยาลัยนวัตกรรมสังคม ม.รังสิต และ ผอ.สถาบันปฏิรูปประเทศไทย (สปท.) เปิดเผยถึงความเห็นเรื่องการปฏิรูปตำรวจ โดยกล่าวว่า ตนเห็นว่าคณะกรรมการปฏิรูปตำรวจทั้ง 36 คน ที่คณะรัฐมนตรีแต่งตั้งขึ้นตามรัฐธรรมนูญมาตรา 260 นั้น มีสถานะพิเศษ เพราะเป็นครั้งแรกที่บัญญัติเรื่องการปฏิรูปตำรวจไว้ในรัฐธรรมนูญมีอำนาจหน้าที่ ภารกิจและกรอบเวลาไว้ชัดเจน ฉะนั้นไม่ใช่เรื่องแปลกที่คณะกรรมการชุดนี้จะถูกคาดหวังสูงจากประชาชน ที่สำคัญประเด็นการปฏิรูปตำรวจก็ถือเป็นเรื่องเร่งด่วนลำดับต้นๆ ที่สังคมอยากเห็น เดิมพันปฏิรูปตำรวจครั้งนี้จึงสูงกว่าครั้งที่ผ่านๆ มา และถ้าครั้งนี้ทำไม่สำเร็จ ก็เป็นเรื่องยากที่จะคาดหวังได้อีก

ขณะเดียวกันกรอบเวลาที่เหลือ 8-9 เดือนก็ไม่น้อยจนเกินไปเพราะมีงานวิจัยมีข้อเสนอเดิมไว้มากมายอยู่แล้ว แต่จุดที่ต้องจับตาคือกระบวนการทำงานและการกำหนดประเด็นหรือการตั้งโจทย์พิจารณา เพราะถ้าออกแบบผิด หรือตั้งโจทย์ผิดก็เหมือนกลัดกระดุมเม็ดแรกผิดไปด้วย โดยเฉพาะกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชนที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญก็ต้องมีความขัดเจน รวมทั้งการรับฟังตำรวจชั้นผู้น้อยหรือชั้นประทวนก็ควรมีส่วนร่วมในเรื่องนี้ด้วย

ในส่วนการกำหนดประเด็นและเนื้อหานั้น แนวทางที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทรฺโอชา นายกรัฐมนตรี ชี้แนะไว้ก็ถือว่ามาถูกทางคือการปฏิรูประดับโครงสร้าง สตช. เช่น การกระจายอำนาจให้ยึดโยงกับจังหวัดและท้องถิ่น การแยกอำนาจสอบสวนให้มีความเป็นอิสระน่าเชื่อถือ การพิจารณาอัตรานายพลที่มีมากเกินจำเป็น ฯลฯ เพราะนี่เป็นต้นเหตุของปัญหาใน สตช.

นอกจากนี้ในรัฐธรรมนูญหมวดปฏิรูปด้านกระบวนการยุติธรรม (2) ก็ระบุไว้ชัดว่าต้องทำให้งานด้านสอบสวนมีความน่าเชื่อถือและให้นำระบบนิติวิทยาศาสตร์เข้ามาใช้ในงานสอบสวนพิสูจน์หลักฐาน โดยกำหนดให้มีมากกว่าหนึ่งหน่วยงานที่เป็นอิสระจากกันเพื่อเป็นทางเลือกให้ผู้เสียหายด้วย เมื่อตำรวจเป็นต้นทางของกระบวนการยุติธรรม การปฏิรูปตำรวจจึงต้องสร้างแรงส่งให้เกิดการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมด้วย

ที่มา… INN