สถานบันเทิงดังพัทยาโวยทีมงาน ‘ลำไย ใหทองคำ’ ผิดสัญญาจ้าง

งานเข้าทีมงาน “ลำไย ใหทองคำ” หลังสถานบันเทิงดังพัทยาโวยผิดสัญญาจ้าง ไม่เคารพกรอบกติกาของศิลปิน ทำผิดเงื่อนไขการแสดงสดทำธุรกิจเสียหาย

วันนี้ (9 ก.ค.60) ผู้สื่อข่าวได้รับการประสานงานจากผู้บริหารสถานบันเทิงร้าน “ตะวันแดง พัทยาวาไรตี้” ตั้งอยู่เลขที่ 18/1 ต.นาเกลือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ว่าจะเปิดแถลงข่าวกรณีได้รับความเสียหายผล กระทบทางธุรกิจหลังจากจัดการแสดงคอนเสิร์ตของศิลปินหมอลำชื่อดัง “ลำไย ใหทองคำ” และ “อาร์ม ชุติมา” หลังทีมงานของศิลปินดังกล่าวทำผิดเงื่อนสัญญาการแสดงสดไปเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคมที่ผ่านมา โดยมี นายณัฐฎ์เสฏฐ์ สัจจะมโน ผู้บริหารของร้าน พร้อมด้วย นายพชรกร นิลแก้ว ที่ปรึกษา นำคณะผู้บริหารตั้งโต๊ะเปิดแถลงข่าวอย่างเป็นทางการ

โดยจากการเปิดเผยของ นายณัฐฎ์เสฏฐ์ ระบุว่าทางร้านได้ทุ่มงบประมาณจำนวนมากเพื่อเปิดสถานบันเทิงอย่างเต็มรูปแบบและให้บริการอย่างเป็นทางการตั้งแต่เดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา โดยมีแผน การจัดคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดังทั่วฟ้าเมืองไทยเพื่อดึงดูดความสนใจของลูกค้า ซึ่งในแผนงานนี้ได้กำหนดว่าจะมีการนำศิลปินหมอลำชื่อดังในปัจจุบันอย่าง “ลำไย ใหทองคำ” และ “อาร์ม ชุติมา” มาเปิดการแสดงในคืนวันที่ 1 กรกฎาคมในช่วงเวลา 00.30-02.00 น.ที่ร้าน

จากนั้นจึงมีการประสานงานกับทางโบรกเกอร์และบริษัทของศิลปินตั้งแต่เดือนมีนาคม โดยมีการตกลงค่าจ้างจำนวน 75,000 บาท ในการส่งศิลปินจำนวน 2 คนนี้พร้อมทีมงานมาเปิดแสดงอย่างอลังการ ซึ่งที่ผ่านมาได้มีการประชาสัมพันธ์ โปรโมท และเตรียมความพร้อมในการจำหน่ายบัตรเข้าชมแก่ลูกค้าสนนราคาใบละ 200 บาท

นายณัฐฎ์เสฏฐ์ กล่าวต่อไปว่าช่วงก่อนการเปิดแสดงมีการประสานงานและชำระเงินล่วงหน้าไปเรียบร้อย พร้อมเตรียมความพร้อมรองรับทางด้าน อาหาร เครื่องดื่ม และที่พัก แก่ศิลปินและทีมงานอย่างเต็มที่ แต่ปรากฏว่าในวันดังกล่าวทางศิลปินพร้อมทีมงานไปรับงานเปิดการแสดงจำนวน 6 งาน โดยมีคิวลงพื้นที่ของ จ.ชลบุรี ซึ่งอยู่ในพื้นที่เดียวกันถึง 3 งาน ทั้งที่ตัวจังหวัด เทศบาลเมืองหนองปรือ และที่ร้าน ไล่เรียงเวลากันไป ซึ่งสุดท้ายจากข้อตกลงที่จะเปิดแสดงที่ร้านในเวลา 00.30 น. ศิลปินก็เดินทางมาถึงที่ร้านในเวลา 01.00 น.ซึ่งช้ากว่ากำหนดการทำให้การแสดงเหลือเวลาเพียง 1 ชม.เท่านั้น เพราะร้านต้องปิดให้ บริการตามกฎหมายในเวลา 02.00 น. ที่สำคัญยังมีศิลปินเพียง “ลำไย ใหทองคำ” ที่ขึ้นแสดงเพียงลำพัง โดยที่ “อาร์ม ชุติมา” ไม่ได้ติดตามมาด้วย

ขณะที่การแสดงของ “ลำไย” เองก็พบว่าไม่เต็มที่และไม่มีการเอนเตอร์เทนคนดูอย่างที่เคยซึ่งคาดว่าน่าจะเกิดจากการอาการเหนื่อยล้า โดยกรณีดังกล่าวทางร้านได้รับความเสียหายอย่างมาก เนื่องจากลูกค้าที่มารอชมจำนวนกว่า 1,000 คน แสดงอาการไม่พอใจจากความล่าช้า รวมถึงรูปแบบการแสดงที่ไม่หวือหวา และมีศิลปินมาไม่ครบตามที่ประชาสัมพันธ์ไว้ แม้ว่าในช่วงของการแสดงทางร้านจะยกเลิกการจำหน่ายบัตรและให้เข้าชมฟรี เนื่องจากทางบริษัทส่งศิลปินไปแสดงฟรีคอนเสิร์ตที่เทศบาลเมืองหนองปรือซึ่งอยู่ในพื้นที่เดียวกัน จนต่อมาได้มีการนำกรณีดังกล่าวไปโพสต์ในโลกโซเชียลต่อว่าทางร้านอย่างเสียหาย

ซึ่งถือว่าได้รับผลกระทบจากการทำธุรกิจอย่างมาก ในด้านความเชื่อมั่นและการให้บริการ กระทั่งเป็นผลให้ปริมาณลูกค้าก็หดหายลงไปอย่างมาก ขณะที่ทางต้นสังกัดของศิลปินเองก็ไม่ได้แสดงความรับผิดชอบในการประสานงานหรือชี้แจงปัญหาใดๆ ซึ่งแม้จะพยายามติดต่อประสานงานก็ไม่มีการตอบรับแต่อย่างใด โดยเรื่องนี้จึงได้นำเรื่องเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี เพื่อแจ้งในกรณีที่ทำผิดสัญญาดังกล่าว จึงอยากให้ทางต้นสังกัดออกมาชี้แจงปัญหาที่เกิดขึ้นด้วย

ขณะที่นายพชรกร นิลแก้ว ที่ปรึกษาการจัดคอนเสิร์ตของร้าน เปิดเผยว่าจากกรณีที่ทำงานประสานงานศิลปินมานานกว่า 20 ปี ลักษณะเช่นนี้คงจะเป็นการทำงานในรูปแบบที่ไม่อยู่ในกรอบกติกาหรือจรรยาบรรณที่ทุกค่าย ทุกสังกัดจากศิลปินในเมืองไทยกว่า 300 ชีวิตได้ถือปฏิบัติกันมา ทั้งกรณีของการรับงานแสดงที่ส่วนใหญ่จะไม่รับงานในพื้นที่เดียวกันในระยะเวลา 1 เดือนทั้งหน้าและหลัง เรื่องของการตรงต่อเวลา ความรับผิดชอบในด้านข้อสัญญา และการให้ความเคารพเจ้าของงานคนแรก

เนื่องจากการจัดคิวแสดงของศิลปินในวันดังกล่าว พบว่ามีการโปรโมทซ้ำซ้อน ซึ่งแม้จะเป็นสิทธิ์ของศิลปินที่จะรับงานแสดงกี่งานก็ได้แต่ก็ควรอยู่คนละพื้นที่ ขณะที่สัญญาตกลงไว้ว่าจะมีศิลปินจำนวน 2 คนก็มาเปิดแสดงไม่ครบตามข้อตกลง จึงทำให้เกิดความเสียหายกับทางร้านซึ่งลงทุนด้วยงบประมาณจำนวนมาก ขณะที่ค่าจ้างศิลปินนั้นจะใช้เงินไม่มากนักแต่ความเสียหายรุนแรงทั้งระบบ จึงอยากให้ออกมาแสดงความรับผิดชอบและชี้แจงปัญหาที่เกิดขึ้นด้วย

เปิดโผ 5 เมืองในเอเชีย ติดอันดับค่าครองชีพแพงสุดในโลก

เปิดโผ 5 เมืองในเอเชีย ติดอันดับค่าครองชีพแพงสุดในโลก ขณะที่ในปีนี้ กรุงลูอันดา ประเทศแองโกลา คว้าแชมป์อันดับ 1 

การจัดอันดับเมืองที่มีค่าครองชีพแพงที่สุดในโลก สำหรับผู้ที่ทำงานอยู่ในต่างประเทศ ของ “เมอร์เซอร์” บริษัทที่ปรึกษาระดับโลก พบว่า ในปีนี้ กรุงลูอันดา ประเทศแองโกลา เป็นเมืองที่มีค่าครองชีพแพงสุดในโลก ซึ่งขยับขึ้นจากที่สองในปีที่แล้วมาเป็นอันดับหนึ่งในปีนี้ ส่วนฮ่องกง ครองลำดับสองของโลก

ทั้งนี้ 5 เมืองในเอเชียที่ติด 10 อันดับแรก ได้แก่ ฮ่องกง กรุงโตเกียว ญี่ปุ่น สิงคโปร์ กรุงโซล เกาหลีใต้  และ นครเซี่ยงไฮ้ของจีน หากเรียงตามการจัดอันดับ 10 เมืองแรกที่มีค่าครองชีพแพงที่สุดในโลก สำหรับผู้ที่ทำงานอยู่ในต่างประเทศ ในปีนี้ ได้แก่ ลำดับแรก กรุงลูอันดา ประเทศแองโกลา 2.ฮ่องกง 3.กรุงโตเกียว ของญี่ปุ่น 4.นครซูริค ของสวิตเซอร์แลนด์ 5.สิงคโปร์ 6.กรุงโซล เกาหลีใต้ 7.นครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ 8.นครเซี่ยงไฮ้ ของจีน 9.นครนิวยอร์ก ในสหรัฐฯ และ 10.กรุงเบิร์น ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

สำหรับเมืองในเอเชียที่น่าสนใจ คือ กรุงโซล ของเกาหลีใต้ ที่ไต่จากอันดับที่ 15 ปีที่แล้ว ขึ้นมาเป็นอันดับ 6 ในปีนี้ ขณะที่นครมุมไบ ของอินเดียเป็นเมืองที่ปรับอันดับขึ้นสูงที่สุด นั่นคือขยับขึ้น 25 ลำดับจากปีที่แล้ว โดยในปีนี้ขึ้นมาอยู่ในอันดับที่ 57 ซึ่งเป็นผลมาจากอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจที่รวดเร็ว ประกอบกับมีอัตราเงินเฟ้อและค่าเงินที่มีเสถียรภาพ ขณะที่กรุงปักกิ่งของจีน ตกลงไปหนึ่งอันดับ อยู่ที่อันดับที่ 11

นายมาริโอ เฟอร์ราโร ผู้เชี่ยวชาญด้านการเคลื่อนย้ายถิ่นฐานในภูมิภาคเอเชีย เอเชียตะวันออกกลาง และแอฟริกา จากเมอร์เซอร์ ระบุว่า แม้ว่าหลายเมืองของเอเชียจะติดสิบอันดับแรกที่มีค่าครองชีพแพงที่สุดในโลก แต่ฮ่องกงและสิงคโปร์ ยังคงเป็นจุดหมายอันดับต้นๆ ที่ชาวต่างชาติต้องการย้ายเข้าไปใช้ชีวิตอยู่

ทั้งนี้ การเปลี่ยนแปลงอันดับค่าครองชีพในเมืองต่างๆ ประจำปีนี้ มีปัจจัยหลักอยู่ที่ความผันผวนของค่าเงินสกุลต่างๆ เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ นอกจากนี้ เมอร์เซอร์ ยังจัดอันดับโดยการคำนึงถึงปัจจัยต่างๆ อีกประมาณ 200 รายการ รวมถึงราคาบ้าน ค่าขนส่งมวลชน อาหาร เสื้อผ้า สินค้าครัวเรือน และสิ่งบันเทิงต่างๆ โดยใช้นครนิวยอร์กของสหรัฐฯ เป็นตัวเปรียบเทียบกับเมืองต่างๆ มากกว่า 400 เมืองทั่วโลก

สำหรับการจัดอันดับที่น่าสนใจ ซึ่งชี้ให้เห็นค่าครองชีพที่ชัดเจนสำหรับผู้ที่ทำงานอยู่ในต่างประเทศคือ การจัดอันดับราคาค่าแฮมเบอร์เกอร์ 1 มื้อ และบัตรเข้าชมภาพยนตร์ทั่วโลก โดยพบว่า ราคาค่าแฮมเบอร์เกอร์ 1 มื้อ เมืองที่แพงที่สุดในโลก 3 อันดับแรกคือ 1.กรุงลูอันดา ประเทศแองโกลา ราคาอยู่ที่ประมาณ 14 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ 476 บาท 2.นครนิวยอร์ก ประมาณเกือบ 9 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ 306 บาท 3.นครซิดนีย์ ประมาณ 8 ดอลลาร์ หรือ 272 บาท

ส่วนการจัดอันดับค่าบัตรเข้าชมภาพยนตร์ทั่วโลก 3 อันดับแรก คือ 1.กรุงลอนดอน ของอังกฤษ ราคาตั๋วอยู่ที่ประมาณ 20 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ 680 บาท 2.นครนิวยอร์ก ประมาณ 16 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ 544 บาท และ 3.นครซิดนีย์ ราคาตั๋วต่ำกว่านิวยอร์กเล็กน้อย อยู่ที่ราว 16 ดอลลาร์สหรัฐ เช่นกัน