Monthly Archives: July 2017
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กับกระแสข่าวเหยียดเพศหญิง
นอกเหนือจากพฤติกรรมการโจมตีสื่อแล้ว ประเด็นที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ถูกวิจารณ์มาโดยตลอดคือ กรณีการเหยียดเพศหญิง
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ตกเป็นข่าวกรณีเหยียดเพศหญิงผ่านสื่อมาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ช่วงที่เขารณรงค์หาเสียงมาจนถึงปัจจุบัน และล่าสุด ประเด็นนี้ถูกพูดถึงอีกครั้ง เมื่อเขาได้โจมตีมิก้า เบรซินกี้ นักข่าวสาวประจำสถานีโทรทัศน์เอ็มเอสเอ็นบีซี โดยพูดเหยียดเธอว่า “เธอเลือดออกบนใบหน้าแทบตาย เพราะทำศัลยกรรมยกหน้า”
เว็บไซต์ฮอลลีวู้ด รีพอร์ตเตอร์ เผยแพร่บทความที่รวบรวมกรณีการเหยียดผู้หญิง ของนายทรัมป์ ไว้หลายกรณีด้วยกัน
เริ่มจาก กรณีของ “เมกิน เคลลี่” นักข่าวจากสถานีโทรทัศน์ฟ็อกซ์ นิวส์ ที่เคยเป็นคอมเมนเตเตอร์บนเวทีดีเบตแสดงทัศนะ ระหว่างผู้สมัครชิงตำแหน่งเป็นตัวแทนพรรครีพับลิกัน เพื่อลงชิงตำแหน่งประธานาธิบดี เมื่อเดือนสิงหาคม ปี 2558

โดยระหว่างดีเบต เคลลี่ได้ถามประธานาธิบดีทรัมป์ถึงการเรียกผู้หญิงที่เขาไม่ชอบด้วยถ้อยคำไม่ดี ซึ่งนายทรัมป์ตอบติดตลกว่า นั่นเป็นมาตรฐานที่เขาใช้กับ “โรซี่ โอดอนเนลล์” นักแสดงและตลกหญิงที่เป็นคู่ปรับของเขาเท่านั้น และในวันถัดมา ทรัมป์ก็ให้สัมภาษณ์กับซีเอ็นเอ็นว่า คำถามของเคลลี่ไม่ยุติธรรมและมุ่งโจมตีเขาอย่างเห็นได้ชัด
นายทรัมป์ กล่าวว่า เคลลี่ตั้งคำถามแรงๆ กับเขาจนแทบจะเห็นเลือดออกมาจากตา และอวัยวะทุกส่วนของเธอ หลายฝ่ายมองว่าทรัมป์กล่าวหาว่า เคลลี่ตั้งคำถามไม่ดีเพราะเธอกำลังมีประจำเดือน ซึ่งตีความได้ว่าเป็นการเหยียดเพศ นอกจากนี้ นายทรัมป์ยังเรียกเคลลี่ด้วยถ้อยคำที่มีความหมายว่า “สวยใสไร้สมอง” อีกด้วย

จากนั้นเดือนมีนาคม ปี 2559 นายทรัมป์ได้รีทวิตรูปภาพของ นางเฮดี้ ครูซ ภรรยาของนายเท็ด ครูซ คู่แข่งชิงตำแหน่งตัวแทนพรรครีพับลิกันเพื่อชิงตำแหน่งผู้นำสหรัฐฯ โดยเป็นรูปคู่ของนางครูซกับนางเมลาเนีย ทรัมป์ ภรรยาของเขา พร้อมกับข้อความที่ระบุว่า “รูปภาพสามารถอธิบายได้ดีกว่าคำพูดนับพันคำ” ซึ่งตีความได้ว่าเขาจะเปรียบเทียบว่านางเมลาเนีย ทรัมป์ เป็นผู้หญิงที่ดูดีกว่านางเฮดี้ ครูซ ภรรยาของคู่แข่ง

ด้านนายครูซออกมาทวิตตอบโต้นายทรัมป์ว่า ลูกผู้ชายตัวจริงไม่ทำร้ายผู้หญิง และกล่าวว่า ภรรยาของนายทรัมป์ดูดี ขณะเดียวกันเฮดี้ ก็เป็นผู้หญิงที่เขารัก
เดือนสิงหาคม ปี 2559 ระหว่างการดีเบตครั้งแรกของผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ นายทรัมป์ ได้โจมตีนางฮิลลารี คลินตัน ว่า เธอไม่มีลุคของประธานาธิบดี เขาได้ย้ำเกี่ยวกับประเด็นนี้หลายครั้ง และระบุว่านางคลินตันไม่มีความแข็งแกร่งทางร่างกายและจิตใจ

และอีกกรณีที่กลายเป็นประเด็นที่สังคมพูดถึงคือ ช่วงปลายเดือนกันยายน ปี 2559 หลังจากที่นางคลินตันเรียกร้องให้นายโดนัลด์ ทรัมป์ หยุดทำร้าย “อลิเซีย มาชาโด” นางงามจักรวาลปี 1996 จากเวเนซุเอลา ด้วยคำพูด เช่น การเรียกเธอว่า “นางงามหมูตอน” และ “นางงามแม่บ้าน” นายทรัมป์ได้ให้สัมภาษณ์ว่า น้ำหนักตัวของมาชาโด ถือเป็นปัญหาใหญ่
เหล่านี้คือ ประเด็นการใช้ถ้อยคำเหยียดเพศหญิงของประธานาธิบดีทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ที่มีพื้นที่บนหน้าข่าวจากพฤติกรรมการทวีตของเขาอยู่เสมอ นับตั้งแต่รับตำแหน่ง
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กับการคุกคาม “สื่อมวลชนหญิง”
สื่อมวลชนหญิง กลายเป็นเป้าโจมตีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่คุกคามพวกเธอทั้งบนโลกโซเชียลมีเดีย และแสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสมต่อหน้าพวกเธอ
ก่อนหน้าที่ประธานาธิบดีทรัมป์ จะปะทะกับสำนักข่าวซีเอ็นเอ็น จากเหตุทวีตวิดีโอล่าสุด เพียงไม่กี่วัน นายทรัมป์เพิ่งเปิดศึกบนทวิตเตอร์กับสถานีโทรทัศน์เอ็มเอสเอ็นบีซี โดยเขาได้กล่าวหา นางมิก้า เบรซินสกี้ พิธีกรรายการข่าวเช้า “มอร์นิ่ง โจ” ประจำสถานี โดยใช้คำพูดเหยียดเธอว่า “เธอเลือดออกบนใบหน้าแทบตาย เพราะทำศัลยกรรมยกหน้า”
ในทวีตดังกล่าว นายทรัมป์ระบุว่า “ผมได้ยินว่ารายการมอร์นิ่ง โจ พูดถึงผมแย่ๆ อย่าดูรายการนี้อีก” และยังทวีตอีกว่า “มิก้าที่มีไอคิวต่ำ มาคู่กับโจ โรคจิต ได้ยังไง มิก้าเคยยืนยันจะมาขอร่วมปาร์ตี้ส่งท้ายปีของผม 3 คืนติด เธอเลือดออกบนใบหน้าแทบตาย เพราะทำศัลยกรรมยกหน้า ผมเลยบอกไปว่า มาปาร์ตี้ไม่ได้!”
หนึ่งวันหลังจากการโจมตีรายการ “มอร์นิ่ง โจ” นางเบรซินสกี้ ก็ได้ออกมาตอบโต้ผ่านรายการของเธอเองว่า เหตุที่ทรัมป์โจมตีผู้หญิงก็เป็นเพราะว่าเขากลัวผู้หญิง และเธอยังระบุว่า การที่นายทรัมป์โจมตีเธอเช่นนั้น ไม่ได้รบกวนเธอแม่แต่น้อย แต่สิ่งที่เธอกังวลก็คือพฤติกรรมของนายทรัมป์ทำให้เธอรู้สึกเศร้ากับประเทศสหรัฐฯ

ทั้งนี้ การเหยียดสื่อผู้หญิงของทรัมป์ครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรก กรณีก่อนหน้านี้ ซึ่งเป็นที่น่าตกใจของแวดวงสื่อคือ ประธานาธิบดีทรัมป์ได้แซวผู้สื่อข่าวหญิงคนหนึ่ง ระหว่างที่เขากำลังอยู่ในห้องทำงานประจำตำแหน่ง ซึ่งขณะนั้นเขากำลังต่อสายคุยกับนายลีโอ วาราดการ์ นายกรัฐมนตรีไอร์แลนด์อยู่
ขณะเกิดเหตุการณ์นายทรัมป์ได้พูดโทรศัพท์กับปลายสายว่า “ตอนนี้เรามีสื่อไอริชจำนวนมากกำลังจ้องมองอยู่”
จากนั้น นายทรัมป์ก็พูดขึ้นโดยมองไปยังนักข่าวหญิงคนหนึ่งที่ชื่อ ไคทริโอน่า เพอร์รี่ ว่า “คุณมาจากสำนักข่าวไหน มานี่ มานี่ คุณมาจากไหน”
หลังจากนั้น เพอร์รี่ ก็ได้เดินไปแนะนำตัวว่า เธอมาจากสื่อ อาร์ทีอี นิวส์ นายทรัมป์ก็พูดขึ้นมาว่าขณะยังถือสายโทรศัพท์อยู่ว่า “เธอมีรอยยิ้มที่สวย ผมพนันได้ว่าเธอจะปฏิบัติต่อคุณเป็นอย่างดี”
หลังเหตุการณ์ดังกล่าว นักข่าวสาว ไคทริโอน่า เพอร์รี่ ก็ได้ทวีตวิดีโอดังกล่าวผ่านแอคเคานท์ของเธอ โดยเรียกวิดีโอเหตุการณ์นี้ว่า เป็น “เหตุการณ์ประหลาด” ที่เกิดขึ้นกับเธอ

กระแสบนโซเชียลมีเดีย ต่อกรณีนี้เป็นที่วิจารณ์อย่างมากถึงวิธีที่ประธานาธิบดีทรัมป์ปฏิบัติต่อผู้หญิงที่กำลังทำหน้าที่ของตนเอง ซึ่งอยู่ตรงหน้าเขา
นิวยอร์ก ไทม์ส รายงานว่า นางอลิซ่า ลีส์ มูโนส ผู้อำนวยการมูลนิธิสื่อมวลชนหญิงนานาชาติ กล่าวว่า พฤติกรรมเช่นนี้ของนายทรัมป์ต้องยุติ แต่เธอไม่รู้ว่าจะมีทางออกอย่างไร สิ่งที่ผู้สื่อข่าวหญิงถูกนายทรัมป์กระทำคือ เขามักพูดถึงรูปลักษณ์ของพวกเธอ ไม่ว่าจะผม หรือเสื้อผ้า ซึ่งการทำเช่นนี้เป็นการไม่ให้คุณค่าต่ออาชีพของผู้หญิงเลย
