นายกรัฐมนตรี แต่งกลอนให้กำลังใจเกษตรกร ยืนยันรัฐบาลมุ่งมั่นแก้ปัญหาเต็มที่

นายกรัฐมนตรี แต่งกลอนให้กำลังใจเกษตรกร เชิดชูเข้มแข็งอดทน ยืนยันรัฐบาลมุ่งมั่นแก้ปัญหาเต็มที่ ยึดแนวทางประชารัฐ อย่าเชื่อคนเลวชี้นำ

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้แต่งกลอน อีกครั้ง เพื่อมอบเป็นขวัญและกำลังใจให้กับเกษตรกร ซึ่งถือเป็นประชาชน ส่วนใหญ่ของประเทศ ภายใต้ชื่อ ” สู่ขวัญเกษตรกร” โดยเนื้อ มีการชื่นชมเกษตรกร ว่ามีความเข้มแข็ง และอดทนพร้อมทั้งยืนยัน ว่ารัฐบาล มีความมุ่งมั่นตั้งใจแก้ปัญหาให้อย่างเต็มที่ทั้งระบบ ขอให้มั่นใจ ให้ยึดมั่นแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง อย่าทิ้งถิ่นฐาน เชื่อฟังคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ อย่าเชื่อคนเลวชี้นำ พร้อมย้ำประชารัฐ จะเป็นหนทางสู่ความยั่งยืน

สำหรับเนื้อหาทั้งหมดของ บทกลอน” สู่ขวัญเกษตรกร” มีดังนี้

เกษตรกรไทย ล้วนเข้มแข็ง และอดทน
ไม่เคยบ่น เคยว่า ด้วยศักดิ์ศรี
สู้ทนทุกข์ ยาวนาน ผ่านหลายปี
ไม่มั่งมี พร้อมหน้า กับครอบครัว

ทิ้งบุตรหลาน สู้งาน ถิ่นไม่ไหว
ต้องออกไป ทำกิน ถิ่นสลัว
หวังทุกอย่าง ดีขึ้น ด้วยตื่นกลัว
แต่มืดมัว ผ่านมา ไม่ยั่งยืน

มาวันนี้ รัฐแน่วแน่ เร่งแก้ไข
ไม่ทันใจ ปัญหาเยอะ ยิ่งเสียขวัญ
การช่วยเหลือ จำต้องเดิน ไปพร้อมกัน
อย่าใช้ฝัน อย่างเดียว เครื่องนำทาง

ต้องขวนขวาย หาความรู้ ขั้นพื้นฐาน
ทำกิจการ พอเพียง ไม่ล้มเหลว
จุดประกาย ในใจ ให้เกิดเปลว
ไม่เดินตาม คนเลว ที่ชี้นำ

อย่าละทิ้ง ถิ่นฐาน ไร่นาสวน
ไม่เรรวน คำชี้นำ รอช่วยเหลือ
เพียงปลายทาง ตั้งราคา มาจุนเจือ
เราต้องเชื่อ คำแนะนำ ของทางการ

หลายมาตรการ ไม่เคยทำ มาแต่ก่อน
รัฐเว้าวอน ช่วยติดตาม ความแก้ไข
ทั้งระบบ ครบวงจร อย่าร้อนใจ
ทั้งภายนอก ภายใน ให้รวดเร็ว

ทนเหนื่อยกาย เหนื่อยใจ ไปอีกนิด
เราต้องฟิต ระเบิดใจ ให้กว้างขวาง
พัฒนาตน พัฒนากลุ่ม สหกรณ์กลาง
เปิดเส้นทาง โอกาส ให้ตนเอง

ประชารัฐ เป็นหนทาง สู่สำเร็จ
ครบเบ็ดเสร็จ ปลูกขาย หลายสาขา
สู้อดทน ยากลำบาก เก่าก่อนมา
อยู่พร้อมหน้า ครอบครัว อย่างยั่งยืน

ประธานาธิบดีทรัมป์ เปิดศึกกับสื่อมวลชนสหรัฐฯ อีกครั้ง

ประธานาธิบดีทรัมป์ เปิดศึกกับสื่อมวลชนสหรัฐฯ อีกครั้ง ล่าสุด เขาทวีตวิดีโอที่ตนเองใช้ความรุนแรงบนเวทีมวยปล้ำ เพื่อพุ่งเป้าโจมตีสำนักข่าวซีเอ็นเอ็น

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ปะทะกับสื่อมวลชนอเมริกันอีกครั้ง โดยล่าสุด เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เขาได้ทวีตวิดีโอความยาว 28 วินาที ซึ่งเป็นวิดีโอมวยปล้ำที่เขาเคยเป็นแขกรับเชิญเมื่อปี 2550 ในวิดีโอเขาได้ล้มคู่ต่อสู้ลงอย่างดุเดือดท่ามกลางเสียงโห่ร้อง

โดยผู้ที่ถูกเขาล้มลงมีโลโก้สำนักข่าวซีเอ็นเอ็นปิดอยู่ใบหน้า ทั้งนี้ การทวีตดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงที่นายทรัมป์กำลังพักผ่อนในวันหยุด ก่อนที่จะเดินทางไปเข้าร่วมประชุมกลุ่มประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ จี 20

ด้านสำนักข่าวซีเอ็นเอ็น ได้ออกแถลงการณ์ที่ระบุว่า เป็นวันที่น่าเศร้า เมื่อประธานาธิบดีสหรัฐฯ ส่งเสริมให้เกิดความรุนแรงต่อสื่อมวลชน ด้วยการแสดงพฤติกรรมที่ไม่ต่างจากผู้ที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ และไม่สมศักดิ์ศรีกับตำแหน่งประธานาธิบดี แทนที่เขาจะทุ่มเทเวลาให้กับการเตรียมตัวเพื่อเดินทางไปเยือนต่างประเทศ และใส่ใจกับกฎหมายประกันสุขภาพ

พร้อมกับทิ้งท้ายว่า สำนักข่าวซีเอ็นเอ็นจะยังคงทำงานต่อไป และประธานาธิบดีทรัมป์ก็ควรจะเริ่มทำงานของตนเองเสียที ทั้งนี้ ก่อนหน้าที่นายทรัมป์จะทวิตวิดีโอมวยปล้ำนี้เพียง 1 วัน เขาได้กล่าวต่อหน้าผู้สนับสนุน ในงานที่จัดขึ้นเพื่อยกย่องทหารผ่านศึก ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. โดยได้กล่าวถึงสื่อว่า สื่อจอมปลอมกำลังพยายามปิดปากเรา แต่เราจะไม่มีวันยอม เพราะประชาชนรู้ว่าความจริงคืออะไร


อย่างไรก็ตาม ช่วงปลายเดือนที่แล้ว นักข่าวซีเอ็นเอ็น 3 คน ได้ยื่นใบลาออก หลังจากสำนักข่าวซีเอ็นเอ็นถอดบทความที่เขียนกล่าวหานายแอนโทนี ซคารามุซซี ที่ปรึกษาของประธานาธิบดีทรัมป์ ออกจากเว็บไซต์ซีเอ็นเอ็นดอทคอม เนื่องจากบทความดังกล่าวเป็นการรายงานที่ไม่มีแหล่งอ้างอิงที่พิสูจน์ได้ด้านกระแสจากวงการสื่อสหรัฐฯ นั้นต่างออกมาประณามนายทรัมป์อย่างมาก

นิวยอร์ก ไทม์ส รายงานว่า นายบรูซ บราวน์ ผู้อำนวยการ คณะกรรมาธิการผู้สื่อข่าวเพื่อเสรีภาพสื่อมวลชน ประณามวิดีโอมวยปล้ำของนายทรัมป์ว่า เป็นการข่มขู่ทางร่างกายที่ใช้ความรุนแรงต่อนักข่าว

ขณะที่ นายโธมัส บอสเสิร์ต ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งมาตุภูมิและการต่อต้านการก่อการร้ายประจำทำเนียบขาว กล่าวถึงกรณีนี้กับสถานีโทรทัศน์ เอบีซี นิวส์ ว่า เขาไม่คิดว่าวิดีโอนี้เป็นการข่มขู่ พร้อมทั้งกล่าวว่า นายทรัมป์เป็นประธานาธิบดีที่เปิดเผยตัวตนอย่างแท้จริง

การตอบโต้ดังกล่าวของนายบอสเสิร์ตนั้น ทำให้มีกระแสร้อนแรงโต้กลับ โดยนางสาวแอนนา นาวาร์โร นักวางยุทธศาสตร์ของพรรค รีพับลิกัน และผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ข่าวการเมืองของสำนักข่าวซีเอ็นเอ็น ให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์เอบีซี ว่า การตอบคำถามของนายบอสเสิร์ตคือส่วนหนึ่งของปัญหา เพราะเขาได้เพียงแต่เห็นด้วยกับนายทรัมป์ และหน้าที่ของที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ ต้องยืนอยู่บนหลักประชาธิปไตย และเสรีภาพของสื่อมวลชน

นางสาวนาวาร์โร บอกอีกว่า การกระทำของนายทรัมป์เป็นการคุกคามสื่อ และเขาจะถูกใครสักคนกระทำให้ตายบนหน้าสื่อ ถึงจะหยุดการกระทำเช่นนี้

ทั้งนี้ การใช้สื่อสังคมออนไลน์ของประธานาธิบดีทรัมป์ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์หลายครั้ง ขณะที่โพลหลายสำนักระบุว่า ชาวอเมริกันส่วนใหญ่รู้สึกไม่สบายใจกับพฤติกรรมการใช้ทวิตเตอร์ของผู้นำประเทศ

นางจูดิธ มิลเลอร์ นักข่าวสหรัฐฯ ชื่อดัง กล่าวถึงกรณีกับ ฟ็อกซ์ นิวส์ ว่า สื่อไม่ได้ตระหนักเลยว่า นายทรัมป์พยายามจะหันเหความสนใจของสื่อ เขาต้องการให้ตัวเองเป็นข่าวจากการทวีตรายวันและเขาก็ประสบความสำเร็จอย่างมากจากการทวีตโจมตีซีเอ็นเอ็น ทั้งนี้ นายทรัมป์ต้องการให้สื่อเบี่ยงเบนไปจากเรื่องที่เขากำลังถูกตั้งเป้าคือประเด็นความพยายามยกเลิกโอบามาแคร์ และการต่อต้านการห้ามชาวมุสลิมเดินทางเข้าสหรัฐฯ

ทหาร – ตำรวจ บุกโกดังยึดชุดแต่งรถหนีภาษีนับ 10 ล้าน

“ศรีวราห์” ประสานทหารจาก ช.พัน 9 พร้อมชุดเฉพาะกิจ ศปอร.ตร. บุกโกดังยึดชุดแต่งรถหนีภาษีนับ 10 ล้าน

พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) หัวหน้าศูนย์ปราบปรามผู้มีอิทธิพลและมือปืนรับจ้าง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอร.ตร.)ได้รับแจ้งเบาะแสะว่ามีการขนสินค้าผิดกฎหมายและเกรงว่าจะเคลื่อนย้ายสินค้าของกลางหลบหนีการจับกุม

จึงได้สั่งการให้ พล.ต.ต.สมบัติ มิลินทจินดา รอง ผบช.ภ.1พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจประสาน พ.อ.กฤษฎา จินเลิศ ผู้บังคับกองพันทหารช่างที่ 9 (ผบ.ช.พัน.9) และเจ้าหน้าที่กรมศุลกากร พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ทหารจากช.พัน 9 อาศัยอำนาจม.44 เข้าตรวจค้นบริษัท ซีทีทีโลจิสติกส์ จำกัด เลขที่ 64/9 หมู่ 1 ต.บางเตย อ.สามพราน จ.นครปฐม ของนาง กรรจณา อามาตมุลตรี พบสินค้าหนีภาษี ประเภทอุปกรณ์ตกแต่งรถยนต์

ซึ่งนำเข้ามาจากประเทศลาวผ่านจังหวัดมุกดาหาร จำนวนหลายรายการ ประกอบด้วยสินค้า Compressor Whell 48 ชิ้น สินค้า Cartrigte 100 ชิ้น ชุดเทอร์โบครบชุด 201 กล่อง และสินค้า Wastegate 504 กล่อง รวมราคากว่า 10 ล้านบาท จึงให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจยึดแจ้งข้อหา สำแดงใบการเสียภาษีอันเป็นเท็จ นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.สามพราน เพื่อดำเนินคดีต่อไป