หนุ่มฝรั่งเศส ร้องสถานทูตอังกฤษ หลังลูกถูกพ่อเลี้ยงคุกคามทางเพศ ตั้งแต่ปี 59

นักธุรกิจฝรั่งเศส ยื่นหนังสือร้องสถานทูตอังกฤษ หลังลูกโดนพ่อเลี้ยงคุกคามทางเพศตั้งแต่ปี 59

จากกรณีนายปิแอร์ (นามสมมุติ) อายุ 39 ปี นักธุรกิจสัญชาติฝรั่งเศสพาลูกสาววัย 8 ปีและลูกชายวัย 4 ปีแจ้งความกับตำรวจสภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี หลังจากลูก 2 คน ถูกนายเดวิส จูลล์ ซิมป์สัน ซึ่งเป็นพ่อเลี้ยงชาวอังกฤษล่วงละเมิดทางเพศในบ้านพักย่านชายหาดจอมเทียนใต้ จ.ชลบุรี โดยก่อนหน้านี้นายปิแอร์ มีลูก 2 คนกับภรรยาสัญชาติจีน ต่อมาได้เลิกรากันไป และภรรยาชาวจีนไปคบกับนักธุรกิจชาวอังกฤษ และได้ก่อเหตุคุกคามทางเพศต่อลูกตั้งแต่ปี 59 ทางภรรยาชาวจีนก็รู้เห็นพฤติกรรมดังกล่าวแต่ไม่ได้ช่วยเหลือลูกแต่อย่างใด

ล่าสุดวันนี้(7 ก.ค.) เวลา 09.30 น. ที่สถานเอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักรประจำประเทศไทย ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กทม. นายปิแอร์เดินทางมาพร้อมนายธัชพล ชื่นชลพฤกษ์ ทนายความ เพื่อยื่นหนังสือกับเจ้าหน้าที่สถานทูตสหราชอาณาจักรประจำประเทศไทย โดยทางทนายความได้ไปติดต่อขอมอบหนังสือกับทางสถานทูตที่ป้อมยามด้านหน้าสถานเอกอัคราชทูต แต่ทางสถานทูตฯ ยังไม่ออกมารับ ทางผู้เสียหายจึงต้องการทิ้งหนังสือไว้ที่ป้อมยามหน้าสถานทูตฯ ต่อมาทางสถานทูตฯ จึงได้ส่งเจ้าหน้าที่ฝ่ายกลาโหมมารับเอกสารไปพิจารณา ซึ่งทางตัวแทนสถานมลทูตฯได้มีการพูดคุยกับนายปิแอร์และทนายความเป็นเวลาประมาณ 20 นาทีจึงรับเอกสารและเดินทางกลับเข้าไป โดยไม่อนุญาติให้สื่อมวลชนที่รอทำข่าวถ่ายภาพแต่อย่างใด โดยมีกำลังตำรวจสน.ลุมพินีคอยดูแลสถานการณ์ความเรียบร้อยอยู่โดยรอบ

นายธัชพล เผยว่า ทางผู้เสียหายต้องการให้สถานทูตฯส่งตัวแทนมารับทราบว่ามีคนสัญชาติตัวเองกระทำความผิดร้ายแรงในประเทศไทย อีกทั้งผู้กระทำความผิดยังมีท่าทีข่มขู่ผู้เสียหาย ทั้งแจ้งความกลับ มีการขับรถติดตาม จึงต้องมาที่สถานทูตฯเพื่อให้เจ้าหน้าที่รับรู้ จึงยื่นหนังสือขอชี้แจง ให้สถานทูตฯติดตามดูแลคนสัญชาติตัวเอง และเพื่อคุ้มครองเหยื่อและเด็กด้วย ป้องกันไม่ให้เกิดการกระทำความผิดอีก โดยหนังสือชี้แจงนี้ มีรายงานผลทางการแพทย์ของเด็กผู้ตกเป็นเหยื่อ ทั้งจากรพ.ในไทยและรพ.ในประเทศฝรั่งเศส พบว่าเด็กถูกคุกคามทางเพศจนมีอาการทางจิต

นายธัชพล กล่าวต่อว่า หลังจากนี้จะพาผู้เสียหายไปสถานเอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทย เพื่อขอความคุ้มครองอารักขาจากสถานทูตฯ และจะเดินทางไปยังสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำประเทศไทยเพื่อให้สถานทูตฯทราบว่า บุคคลสัญชาติจีนร่วมกระทำความผิดในคดีนี้ด้วย จากนั้นจะเดินทางไปกองบังคับการปราบปราม เพราะตำรวจท้องที่มีการดำเนินคดีไม่เต็มที่ ทั้ง ๆ หลังเกิดเหตุมา 7-8 เดือนแล้ว ซึ่งคดีในตอนนี้ทางพนักงานสอบสวนกำลังรวบรวมหลักฐานเพื่อส่งอัยการ มีการแจ้งข้อหาที่ไม่ตรงตามที่ผู้เสียหายต้องการ

กบง. ตรึงแอลพีจี 20.49 บาท/กก. ก่อนปล่อยราคาลอยตัว 1 ส.ค. 60

ที่ประชุม กบง. มีมติให้ตรึงราคา แอลพีจี 20.49 บาท/กก. ก่อนเปิดเสรีปล่อยราคาลอยตัวครั้งแรก 1 สิงหาคม นี้ เป็นต้นไป

นายทวารัฐ สูตะบุตร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน หรือ สนพ. ในฐานะโฆษกกระทรวงพลังงาน เปิดเผยผลการประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ว่า ที่ประชุมมีมติคงราคาขายปลีกก๊าซหุงต้ม หรือ แอลพีจี เดือน ก.ค. 2560 ไว้ที่ 20.49 บาท/กิโลกรัม

เนื่องจากต้นทุนแอลพีจีตั้งต้นลดลง 1.4262 บาท/กก. จาก 15.0491 บาท/กก. เป็น 13.6229 บาท/กก. ตามทิศทางราคาตลาดโลกลดลงจาก 382.50 เหรียญสหรัฐต่อตัน มาอยู่ที่ 355 เหรียญสหรัฐต่อตัน ซึ่งเป็นการตรึงราคาเดือนสุดท้ายก่อนเปิดเสรีธุรกิจแอลพีจีเต็มรูปแบบทั้งระบบ โดยมีผลบังคับตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค.นี้เป็นต้นไป ซึ่งจะทำให้ราคาเป็นไปตามกลไกตลาด

นอกจากนี้ทางกระทรวงพลังงานกำลังหารือร่วมกับกรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาแนวทางดูแลผู้มีรายได้น้อยที่อาจจะได้รับผลกระทบจากการลอยตัวราคาก๊าซแอลพีจี โดยยืนยันว่ารัฐยังคงมีกลไกกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงสำรองไว้ดูแลราคาแอลพีจีให้มีเสถียรภาพในช่วงที่ราคาตลาดโลกผันผวน และบรรเทาความเดือดร้อนค่าครองชีพของประชาชน

โมโนกรุ๊ป ร่วมพิธีไถ่ชีวิตโค – กระบือ ส่งต่อให้พี่น้องเกษตรกร

ผู้บริหาร โมโนกรุ๊ป เข้าร่วมพิธีไถ่ชีวิตโค กระบือ ในโครงการธนาคารโคกระบือ เพื่อการเกษตรตามพระราชดำริ 

วานนี้ (6 ก.ค. 60) พิชญ์ โพธารามิก ประธานกรรมการ บริษัท โมโน เทคโนโลยี จํากัด มหาชน พร้อมด้วยผู้บริหาร ,ศิลปิน ,พนักงานจากบริษัท โมโน กรุ๊ป และผู้ประกาศข่าวรายการ  เพื่อร่วมเข้าพิธีไถ่ชีวิตโคกระบือครั้งที่ 2  ณ โรงฆ่าสัตว์เทศบาลเมืองปทุมธานี

พร้อมกันนี้ ประธานกรรมการบริษัทได้บริจาคเงินจำนวน 1,624,000 บาท เพื่อไถ่ชีวิตโคและกระบือรวมทั้งสิ้น 58 ตัว โดยมีการคล้องพวงมาลัยผูกผ้า 3 สี ให้กับโคและกระบือ โดยโคกระบือทั้ง 58 ตัว จะถูกส่งมอบให้กับ โครงการธนาคารโคกระบือเพื่อการเกษตร ตามแนวพระราชดำริต่อไป

ด้าน คุณพนธ์สมิธ กลางนภา ปศุสัตว์จังหวัดปทุมธานี เผยว่า โครงการดังกล่าวเป็นโครงการตามแนวพระราชดำริของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่มีความประสงค์กระจายโคและกระบือสู่เกษตรกร เพื่อนำไปใช้ทางการเกษตร ซึ่งก่อนที่จะกระจายออกไป ปศุสัตว์ ต้องทำการตรวจโรคและฉีดวัคซีนให้เรียบร้อยเสียก่อน

ทั้งนี้เรียกได้ว่าเป็นโครงการที่อิ่มบุญอิ่มใจทั้งผู้ให้และผู้รับโดยเฉพาะเหล่าน้องวัวและพี่กระบือที่อยู่ในคอกถึง 58 ตัว ซึ่งผู้สื่อข่าว MThai ได้เปิดเผยว่าช่วงที่ไปรับตัวโคกระบือนั้น ทุกตัวมีอาการกลัวและพบคราบน้ำตาไหลอยู่ตลอดเวลา เนื่องจากอยู่ในสภาพบรรยากาศของโรงฆ่าสัตว์แล้ว