เปิดคลิปใหม่!! “เฒ่าขับรถชนหมา” ไม่แคร์สายตาใครชาวเน็ตสับเละ

เปิดคลิปใหม่!! เพจดังเผยภาพจากล้องวงจรปิดให้ชาวเน็ตวิเคราะห์กรณี “เฒ่าขับรถชนหมา”  

แฟนเพจ แหม่มโพธิ์ดำ เผยคลิปใหม่ล่าสุดซึ่งได้มาจากกล้องวงจรปิด หลังมีกระแส ลุงขับรถทับหมาให้ชาวเน็ตช่วยกันวิเคราะห์ เนื่องจากคลิปจากกล้องวงจรปิด ไม่สามารถระบุสภาพรถของคุณลุงได้อย่างชัดเจน พร้อมกันนี้ยังได้ระบุข้อความว่า

“มึงดูเองนะ ใช่รถอีลุงไหม กูไม่กล้าฟันธง รอบนี้แม่งตั้งใจกะกวาดทั้งถนนเลย มึงใช่ลุงไหมไม่รู้ แต่ที่มึงทำคือ***มาก ถึงถนนจะไม่ใช่ที่หมานอน แต่มึงก็ไม่มีสิทธิขับรถเหยียบตามอำเภอใจ ช่วงนี้แต่ละคลิปทำกูมึนตรึ๊บเลย อุบัติเหตุหรือเจตนามึงตัดสินใจด้วยตามึงเอง ” 

โดยเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อ “วันที่ 6 มกราคม 2560” ต้นปีที่ผ่านมา

หลังจากที่คลิปถูกเผยแพร่ไปได้ไม่นาน ก็ได้มีผู้ให้ความสนใจคลิกเข้าไปชมกดไลค์ และแสดงความคิดเห็นกันเป็นจำนวนมาก โดยคนส่วนใหญ่กล่าวว่า “รูปลักษณ์ของรถกระบะที่มีแถบสีส้ม มีความใกล้เคียงและคล้ายคลึงกับคุณลุงที่ตกเป็นข่าวมาก รวมไปถึงพฤติกรรมการขับขี่รถยนต์  ที่รู้ว่ามีสุนัขถึง 2 ตัวอยู่กลางถนน แต่ก็ยังไม่วายขับชนอีก”

ด้าน นายสูงสรร ปิ่นป่าสักทองคำ อายุ 70 ปี ทางเจ้าหน้าที่คาดจะออกหมายเรียกตัวมาเร็วๆนี้ ขณะที่ข้อหากำลังประมวลว่าจะเข้าข่ายทารุณสัตว์หรือไม่ ซึ่งคลิปที่ได้จากกล้องวงจรปิดนี้ถือเป็นพยานหลักฐานชิ้นสำคัญให้เจ้าหน้าที่สอบสวนได้ทำการวิเคราะห์ต่อไป

ขอขอบคุณข้อมูลจากเพจ : แหม่มโพธิ์ดำ 

‘เจ้เล้ง’ เปิดใจ จ่าย 700 ล้าน หย่าสามี

อารียฉัตร อภิสิทธิ์อมรกุล เจ้าของเจ้เล้ง ดอนเมือง อาณาจักรสินค้าจากต่างประเทศ เปิดใจยอมจ่าย 700 ล้าน ขอหย่าสามี

วันนี้สมาชิกยูทูป matichon tv ได้มีการเผยแพร่บทสัมภาษณ์ของนางอารียฉัตร อภิสิทธิ์อมรกุล หรือที่รู้จักกันในนาม เจ้เล้ง ดอนเมือง ถึงสาเหตุการยอมจ่าย 700 ล้าน เพื่อขอหย่าขาดกับสามี ผ่านทางผู้สื่อข่าว “ข่าวสดออนไลน์” ว่า

ปัญหาที่เกิดขึ้น เกิดขึ้นมายาวนาน แต่ไม่เคยพูดให้ใครฟัง ทุกครั้งที่มีเรื่องกัน สามีจะชอบไประบายให้ทนายฟัง และจะชอบไปหาญาติที่สงขลา และยุให้เลิกกัน โดยมีการหาทนายมาฟ้องหย่าให้  ครั้งหนึ่งสามีเคยเรียกตนให้ไปหานักการเมืองคนหนึ่งเป็นคนเจรจา ว่า แฟนไม่เอาเจ้ แต่อยากได้เงิน 600 ล้าน ที่ดินอีกส่วนหนึ่ง ถ้าเจ้ไม่ให้ เจ้จะไม่เหลืออะไร ซึ่งตนก็งงว่า ฉันทำอะไร

จริงๆ ถ้าสู้กัน ตนก็ชนะ แต่ไม่ขอชนะ เพราะกลัวว่าอดีตสามีจะมาอยู่ด้วยอีก ซึ่งระหว่างที่เขาไม่อยู่บ้าน 1 ปี ทุกอย่างมันเบา มันโล่ง จึงให้เงินสดไป 300 ล้าน และทรัพย์สินส่วนหนึ่งรวมเป็น 700 ล้านบาท ตอนนี้อยู่แบบโล่ง หายใจได้เต็มปอด พนักงานในบ้าน ลูกหลานมีความสุข เพื่อนฝูงกลับมาหาอีก ทุกอย่างมันมีความโล่งไปหมด ดีใจที่หลุดออกไป ไม่เสียดายของ แต่เพราะเสียดายเวลา เพราะเงินไม่เกิน 3 ปี ก็หาคืนได้

คลิปจาก matichon tv

‘อภิสิทธิ์’ แนะใช้แนวทางยุค ‘พลเอกสุรยุทธ์’ เป็นต้นแบบการปฏิรูปตำรวจ

อภิสิทธิ์ เผย อยากเห็นปฏิรูปตำรวจ มีเอกภาพเหมือนกองทัพ ไม่ติดใจทหารนั่งประธาน คกก.ตร. เสนอใช้แนวทางยุค พลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ เป็นต้นแบบ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงขณะนี้ที่มีการตั้งคณะกรรมการปฏิรูปตำรวจว่า สิ่งที่อยากเห็นหลัก คือ การกำหนดทิศทางปฏิรูปให้ชัดเจน เนื่องจากที่ผ่านมาการปฏิรูปตำรวจเป็นแบบต่างคนต่างทำ ใครอยากปฏิรูปอะไรก็เสนอเข้ามา ทำให้การทำงานขาดเอกภาพ

ส่วนตัวเห็นว่า การกระจายอำนาจ ความเป็นอิสระของพนักงานสอบสวน เป็นหัวใจของการปฏิรูป รวมทั้งอยากให้ตำรวจอยู่ใกล้ชิดกับประชาชน ส่วนที่มีทหารเป็นประธานคณะกรรมการปฏิรูปตำรวจ ตนเองไม่ติดใจ เพราะเป็นผู้มีความรู้ ความสามารถ แต่เห็นว่าในคณะกรรมการมีสัดส่วนของตำรวจอยู่มาก ซึ่งตำรวจควรเป็นผู้ให้ข้อมูลมากกว่านั่งเป็นกรรมการ

นอกจากนี้ นายอภิสิทธิ์ ยังกล่าวถึงข้อเสนอการปฏิรูปตำรวจว่า หากจะทำให้เป็นรูปธรรม ในสมัยรัฐบาลพลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ ก็เคยมีข้อเสนอออกมา ซึ่งเห็นว่ามีความชัดเจน โดยคณะกรรมการปฏิรูปตำรวจน่าจะนำไปเป็นแนวทางได้