หนุ่มโพสต์ซัดพวกเรียกไทยว่า “กะลาแลนด์” คือ “กบในกะลาครอบ” ตัวจริง!

หนุ่มชาวไทย ที่อาศัยในสหรัฐอเมริกา โพสต์ซัดพวกเรียกประเทศตัวเองว่า “กะลาแลนด์” คือ “กบในกะลาครอบ” ตัวจริง!

หลายคนคงเคยได้ยินคำว่า “กะลาแลนด์” ที่ใช้เรียกเสียดสีประเทศไทยในหลายๆ เรื่อง หลายๆ โอกาส จนกลายเป็นคำติดปากใครหลายคนไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ล่าสุด (6 ก.ค. 60) ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Boonkua Aj Palagab ชายชาวไทยที่อาศัยอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกา มานานถึง 40 ปี ได้ออกมาโพสต์ข้อความถึงมุมมองของชาวต่างชาติที่มองประเทศไทย และหลงรักประเทศไทยที่คนไทยเองมองข้าม

@@@: ผมปวดร้าวทุกครั้งที่ได้ยินคนไทย (เสียชาติเกิด) มันเรียกประเทศไทยว่า “กะลาแลนด์”

และไม่เคยเข้าใจว่า เมื่อมันไม่ชอบประเทศนี้ แล้วมันมาซุกหัวอาศัยอยู่ทำไมกัน ?

@@@: เชื่อผมเถอะครับ
ผมเขียนบทความนี้อยู่ประเทศสหรัฐอเมริกา (เขียนมานานและอยู่มาเกิน 40 ปีแล้ว)
และหากมิใช่เพราะหน้าที่การงาน ที่ต้องรับผิดชอบ ผมกลับไปอยู่ประเทศไทยที่แสนรัก นานแล้วเช่นกัน

>>> ผมจึงกล้าพูดได้อย่างเต็มปากว่า ใครก็ตามที่มันเรียกประเทศไทยว่า-“กะลาแลนด์” ตัวมันเองนั่นละคือ-“กบในกะลาครอบ”- ตัวจริง ที่ไม่เคยเห็นโลกภายนอกเลย มันจึงเสียสติ เรียกดินแดนที่มันซุกหัวอยู่ อย่างสงบสุขว่า “กะลาแลนด์” ผมเชื่อว่า คนจำพวกนี้ ไม่เคยสัมผัสโลกภายนอก ว่าเขาลำบากกันขนาดไหน ? มันจึงไม่เคยมีความเข้าใจ และไม่รู้จักกตัญญู รู้คุณค่าของแผ่นดินเกิด

@@@: David Beckham ดารานักฟุตบอลชื่อก้องโลก เพิ่งจะเดินทางมาเมืองไทย หลังจากที่เคยพาครอบครัวมาเที่ยวหลายรอบแล้ว

คุณรู้มั้ย เขารักเมืองไทยมาก และอยากจะมีบ้านสักหลัง เอาไว้พักผ่อนอาศัยในประเทศนี้

คุณรู้มั้ย ชาวพุทธทั่วโลก เขาปรารถนาจะได้มาชมพระบรมมหาราชวังของไทย และได้มากราบพระแก้วมรกตสักหนึ่งครั้งก่อนตาย

คุณรู้มั้ย “US News” ประจำปี 2017 ได้จัดอันดับให้ประเทศไทยเป็นอันดับที่ 1 st เป็นประเทศที่เหมาะสำหรับการเริ่มต้นทำธุรกิจมากที่สุดในโลก [*และเป็นอันดับ 1 มา 2 ปีติดๆ กันแล้ว*]

เป็นอันดับที่ 4 ประเทศที่มีการท่องเที่ยวโดดเด่นมากที่สุดในโลก

เป็นอันดับ 6 ประเทศที่มีการเติบโตโดยภาพรวมมากที่สุดในโลก

เป็นอันดับ 7 ประเทศที่มีวัฒนธรรมโดดเด่นมากที่สุดในโลก [*และมีควายบางตัว ที่เสือกต่อต้านวัฒนธรรมตนเอง/ขณะที่โลกเขาชื่นชม*]

เป็นอันดับ 8 ประเทศที่เหมาะสำหรับการท่องเที่ยวคนเดียวมากที่สุดในโลก

@@@: นี่เฉพาะความโดดเด่น ท็อปเท็น – ที่เป็นเอกลักษณ์ของไทยในสายตาชาวโลก เรามีภาพรวมเป็นประเทศที่น่าอยู่อาศัยและมีความสงบสุขเป็นอันดับที่ 16 ของโลก [*ในจำนวนร้อยกว่าประเทศทั่วโลก*]

นอกจากนี้แล้ว ประเทศไทยยังติดท็อป 20-30 อีกมากมาย และที่คนแก่อย่างผมชอบใจที่สุดคือ “เป็นประเทศที่เหมาะสำหรับเกษียณอันดับที่ 16 ของโลก”

YOOOO!!!…
สาบาน ผมจะกลับไปเกษียณ และตายที่ประเทศไทยที่แสนรักแสนจะภูมิใจของผม ใช่ “กรูขอกลับไปตายในแผ่นดินแม่” ภายใต้ร่มพระบรมโพธิสมภารของราชอาณาจักรไทย และขอเป็นข้ารองพระบาททุกชาติไป !!!

boonpalagab fbusa-07-04-17

“ราชอาณาจักรไทยที่แสนจะภูมิใจ”

รวบ!! หนุ่มดึงดาวในตึกร้าง อ้าง “ผมทำผิดอะไร? แค่นั่งดมกาวเฉยๆ”


ตำรวจพัทยาบุกรวบตัวหนุ่มดมกาวในตึกร้าง เจ้าตัวอ้าง “ผมทำผิดอะไร? แค่นั่งดมกาวเฉยๆ”
ผู้สื่อข่าว MThai รายงานว่า วานนี้ (5 ก.ค. 60) เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพัทยา ได้นำกำลังเข้าจับกุมตัวชายคนหนึ่ง หลังจากมีชาวบ้านเข้าแจ้งว่าพบเขานั่งถือมีด ดมกาว อยู่ในตึกร้างแห่งหนึ่ง  ริมถนนสุขุมวิท ย่านพัทยาเหนือ หมู่ 6 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี
โดย ร.ต.ท.ศรศักดิ์ ปิ่นทอง รอง สวป.สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี เผยว่า หลังได้รับแจ้งก็นำกำลังตำรวจเข้าตรวจสอบทันที ซึ่งที่เกิดเหตุพบชายไทย อายุประมาณ 25 – 30 ปี แต่งกายในชุดเสื้อสีขาวล้วน มีเครื่องรางของขลังห้อยคอ คล้ายชุดนักปฏิบัติธรรม กำลังนั่งดมกาว ดึงดาวอยู่อย่างมีความสุขอยู่ภายในห้องน้ำชั้น 3 ของตัวอาคารพาณิชย์ ที่ปล่อยรกร้าง

โดยเจ้าหน้าที่พยายามเกลี้ยกล่อมให้ออกมามอบตัวแต่ก็ไม่เป็นผล เลยตัดสินใจบุกเข้าควบคุมตัวไว้ได้พร้อมของกลางกาวปะยางรถจักรยานยนต์ 2 กระป๋อง และมีดปังตอ 1 เล่ม ซึ่งในระหว่างนั้นชายคนดังกล่าวพยายามหาข้ออ้างกับตำรวจว่า “ตัวเองไม่ได้ทำอะไรผิด แต่แค่แอบเข้ามาในอาคารเพื่อนั่งดมกาวเฉยๆ”

หลังควบคุมตัวหนุ่มนิรนามไปสอบสวนที่ สภ.เมืองพัทยา เบื้องต้นเจ้าตัวพูดจาไม่รู้เรื่อง และไม่ยอมบอกชื่อหรือให้ข้อมูลใดๆ จึงส่งตัวให้พนักงานสอบสวน ดำเนินคดีในข้อหาใช้สารระเหย บำบัดความต้องการของร่างกายหรือจิตใจโดยวิธีสูดดม

ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 2 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ จากการสอบถามชาวบ้านพบว่าชายคนนี้ มักแอบเข้าไปนั่งดมกาวที่ตึกร้างดังกล่าวอยู่เป็นประจำ หลังจากเมาได้ที่ก็จะถือมีดเดินอยู่ริมถนน ทำให้ชาวบ้านหวาดกลัวเกรงจะได้รับอันตราย จึงแจ้งให้เจ้าหน้าที่เข้าจับกุม

ชาวสวนผลไม้หัวใส! ปลูกพริกไทยบนต้นไม้ ไม่มีต้นทุนแถมเก็บขายได้ทุกวัน

ชาวสวนผลไม้สงขลาหัวใส! ปลูกพริกไทยบนต้นไม้ ไม่มีต้นทุนแถมเก็บขายได้ทุกวันอย่างต่ำ 2,000 บาท

คุณสุกิจ สุวรรณาวุธ วัย 64 ปี เกษตรกรเจ้าของสวนผลไม้ในพื้นที่บ้านทุ่งอ้อ หมู่ 2 ต.สะพานไม้แก่น อ.จะนะ จ.สงขลา ซึ่งทำสวนผลไม้ในเนื้อที่ 30 ไร่ ปลูกทั้งทุเรียนหมอนทอง มังคุด และต้นเหรียง มากว่า 30 ปี และนอกจากจะทำสวนผลไม้แล้ว คุณสุกิจ ยังปลูกพริกไทยพันธุ์ซาราวัค ที่แตกต่างจากคนอื่นๆ

นั่นคือปลูกพริกบนต้นไม้ทุกต้นที่อยู่ภายในสวน โดยการใช้ต้นไม้ที่มีอยู่ในสวนมาแทนค้างเพื่อให้พริกไทยได้เลื้อยต่อยอดขึ้นไปเรื่อยๆ และพันรอบต้นไม้ตามธรรมชาติซึ่งถือว่าได้ผลดีมาก โดยภายในสวนผลไม้ของคุณสุกิจ ต้นไม้เกือบทุกต้นและทุกชนิด กว่า 300 ต้น มีการปลูกพริกไทยดำบนต้นไม้เกือบทุกต้น

ไม่ว่าจะปลูกบนต้นเหรียง (คล้ายๆ กับต้นสะตอ) ต้นทุเรียน ต้นมังคุด ต้นชะมวง หรือแม้แต่ต้นมะพร้าว สามารถเก็บผลผลิตขายได้ทุกวัน และมีรายได้เฉพาะขายพริกไทย อย่างต่ำวันละ 2,000 บาท ทุกวันไม่มีวันหยุด นอกเหนือจากรายได้ของผลไม้แต่ละชนิดซึ่งจะให้ผลผลิตตามฤดูกาล

คุณสุกิจ เล่าว่า พริกไทยดำบนต้นที่สวนของตน จะเก็บขายได้อย่างต่ำสุดวัน 5-10 กิโลกรัมทุกวัน ส่งขายกิโลกรัมละ 100 บาท และแทบไม่มีต้นทุนหรือดูแลอะไร เพราะที่สวนของตนเป็นสวนเกษตรผสมผสานเลียนแบบป่าธรรมชาติ ไม่ต้องรดน้ำไม่ต้องใส่ปุ๋ยเพราะมันมีความชุ่มชื่นอยู่แล้ว ใช้ซากกิ่งไม้ผุกร่อนและใบไม้สุมวางไว้ใต้โคนต้นของต้นไม้ทุกต้นที่อยู่ในสวน และจะปล่อยให้ออกผลผลิตตามฤดูกาลของแต่ละชนิด โดยเฉพาะพริกไทยนั้นให้ผลผลิตต่อเนื่องทุกวัน