อัยการมีคำสั่งฟ้อง “ซินแสโชกุน” กับพวกรวม 10 คน พร้อมขอให้ลงโทษสถานหนัก และคัดค้านการประกันตัว
วันนี้ (6 ก.ค. 60) เรือโท สมนึก เสียงก้อง โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด แถลงผลการสั่งคดีซินแสโชกุนกับพวกว่า อัยการพิเศษฝ่ายคดีเศรษฐกิจและทรัพยากร 2 ได้มีคำสั่งฟ้องคดีอาญาระหว่าง พันตำรวจโท สง่า เอี่ยมเอม กับพวกผู้กล่าวหา บริษัท เวลท์เอเวอร์ จำกัด กับพวกรวม 10 คน ผู้ต้องหา ดังนี้
สั่งฟ้อง บริษัท เวลท์เอเวอร์ จำกัด นางสาวพสิษฐ์ อริญชย์ลาภิศ หรือ ซินแสโชกุน กับพวกรวม 10 คน 4 ข้อหา คือ
1. ข้อหาร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน และร่วมกันฉ้อโกงประชาชน
2. ข้อหาร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก้ผู้อื่นหรือประชาชน และเป็นซ่องโจร
3. ข้อหาร่วมกันจำหน่ายผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ควบคุมฉลากโดยไม่ถูกต้อง
4. ข้อหาซื้อหรือรับไว้โดยประการใดซึ่งของอันตนรู้ว่าเป็นของที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรโดยหลีกเลี่ยงอากร ข้อจำกัดหรือข้อห้ามอันเกี่ยวแก่ของนั้น
ทั้งนี้ พนักงานอัยการ ได้ขอให้ผู้ต้องหาทั้งสิบคืนหรือชดใช้เงินแก่ผู้เสียหายรวม 871 คน พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินของผู้เสียหายแต่ละราย นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ โดยแยกจำนวนผู้เสียหายแต่ละคนตามจำนวนความเสียหายแต่ละคน โดยพนักงานอัยการ สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีเศรษฐกิจและทรัพยากร 2 จะได้ยื่นฟ้องผู้ต้องหาทั้งสิบเป็นจำเลยต่อศาลอาญาในวันนี้
เนื่องจากคดีนี้ มีผู้ได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก และเป็นภัยแก่ระบบเศรษฐกิจและสังคม พนักงานอัยการโจทก์ได้ขอให้ศาลลงโทษจำเลยในสถานหนัก และขอคัดค้านการขอปล่อยชั่วคราว (ประกันตัว) หากจำเลยคนใดหรือจำเลยทั้งสิบขอศาลปล่อยตัวชั่วคราว (ประกันตัว) ในระหว่างการพิจารณาคดี เพราะเกรงว่าจำเลยอาจหลบหนีหรือไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานโจทก์
พนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปราม ได้ส่งสำนวนมายังสำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีเศรษฐกิจและทรัพยากร 2 เมื่อวันที่ 23 มิ.ย. 2560 อัยการพิเศษฝ่ายคดีเศรษฐกิจและทรัพยากร 2 เห็นว่า คดีนี้มีผู้เสียหายเป็นจำนวนมากและจำนวนหรือราคาทรัพย์ที่ผู้เสียหายถูกผู้ต้องหากู้ยืมเงินอันเป็นการฉ้อโกงประชาชน มีจำนวนมาก และเป็นคดีที่ประชาชนสนใจและสื่อมวลชนเสนอเป็นข่าวใหญ่ ถือว่าเป็นคดีสำคัญจึงได้มีคำสั่งแต่งตั้งพนักงานอัยการ
สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีเศรษฐกิจและทรัพยากร 2 จำนวน 4 คน เป็นคณะทำงานในการพิจารณาสั่งคดี
