สท.เมืองลำปางเครียดจัด ซดยาพิษก่อนผูกคอตายในรถ

สมาชิกสภาเทศบาลตำบลสบปราบ จ.ลำปาง เครียดจัดกินยาฆ่าแมลง ก่อนผูกคอเสียชีวิตภายในรถยนต์

วันที่ 5 ก.ค. 60 พ.ต.ท.ชุมพร ธุรกิจ รอง ผกก.สอบสวน สภ.สบปราบ ได้รับแจ้งมีคนเสียชีวิตอยู่ภายในรถบริเวณถนนด้านหน้าโรงเรียนสบปราบพิทยาคม หมู่ 15 ต.สบปราบ อ.สบปราบ จ.ลำปาง จึงพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.สบปราบ แพทย์ รพ.สบปราบ และเจ้าหน้าที่สมาคมกู้ภัยลำปางจุดสบปราบ รุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ

โดยเบื้องต้นเจ้าหน้าที่พบรถยนต์เก๋งโตโยต้า โคโรล่า สีบรอนซ์ หมายเลขทะเบียน กจ 3687 ลำปาง จอดอยู่ริมถนนตรวจสอบภายในรถพบผู้เสียชีวิตทราบชื่อคือ นายนิธิโรจน์ ธนิกเฉลิมพงษ์ อายุ 50 ปี อยู่บ้านเลขที่ 184 หมู่ 8 ต.สบปราบ อ.สบปราบ จ.ลำปาง และมีตำแหน่งเป็นสมาชิกสภาเทศบาลตำบลสบปราบ สภาพศพนอนพิงเบาะรถและใช้สายเข็มขัดนิรภัยรัดคอและมัดกับตัวจับที่หลังคารถ นอกจากนี้ยังพบมีจดหมายลาตายและขวดน้ำเปล่าพร้อมซองยาฆ่าแมลงวางอยู่บริเวณด้านหน้ารถ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้เก็บไว้เป็นหลักฐานพร้อมทั้งประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ

ทั้งนี้ทราบว่าผู้ตายได้หายออกจากบ้านมาตั้งแต่ช่วงเย็นเมื่อวานนี้ (4 ก.ค.) ก่อนช่วงเช้าวันนี้ได้มีภารโรงของโรงเรียนมาพบเจอรถคันดังกล่าวจอดอยู่ที่บริเวณด้านหน้าโรงเรียนเมื่อเข้าไปดูก็พบว่ามีคนนอนเสียชีวิตอยู่จึงได้รีบโทรแจ้งเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบ อย่างไรก็ตามจากการสอบสวนพบว่าผู้ตายมีปัญหาเรื่องส่วนตัวหลายเรื่องจนเกิดเครียดจัดจึงได้ขับรถออกจากบ้านและเขียนจดหมายลาตายถึงภรรยาแล้วตัดสินใจฆ่าตัวตายดังกล่าว ทั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่จึงได้นำศพไปผ่าชันสูตรอย่างละเอียดอีกครั้งที่ รพ.ลำปาง และจะได้ทำการสอบสวนหาสาเหตุต่อไปอีกครั้ง

กรมขนส่งฯ นำเอกสารประมูลรถกว่า 1พันคัน ให้ดีเอสไอตรวจสอบ

กรมขนส่งทางบก ส่งเอกสารการประมูลรถขายทอดตลาด 1,136 คัน ให้ดีเอสไอตรวจสอบ

วันนี้ 5 ก.ค.60 พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผู้อำนวยการศูนย์บริหารคดีพิเศษ กรมสอบสวนคดีพิเศษ พร้อมด้วยนายมเหสักข์ พันธ์สง่า ผู้อำนวยการส่วนคดีภาษีอากร 2 สำนักคดีภาษีอากร กรมสอบสวนคดีพิเศษ รับมอบหลักฐานจากตัวแทน กรมการขนส่งทางบก เพื่อตรวจสอบเอกสารประมูลรถขายทอดตลาด

โดย พ.ต.ต.วรณัน กล่าวว่า วันนี้ กรมการขนส่งทางบก นำเอกสารเท็จการประมูลรถขายทอดตลาดของ กรมการขนส่งทหารบก มายื่นให้ ดีเอสไอ จำนวน 2 บัญชี คือ 1.บัญชีรถที่ยังไม่ได้จดทะเบียน 531 คัน และ 2.บัญชีที่ให้เพิกถอนการจดทะเบียนรถ จำนวน 605 คัน รวมทั้งสิ้น 1,136 คัน

โดยสืบเนื่องจาก กรมการขนส่งทางบก ตรวจสอบพบการปลอมเอกสารเกี่ยวกับการประมูลรถประจำปี 2559 ส่งมาให้จดทะเบียนถึง 9 ครั้ง จำนวน 605 คันและไม่มีรถอยู่จริง ต่อมา เมื่อประชาชนที่ประมูลรถดังกล่าวได้ไปขอจดทะเบียนกับ กรมการขนส่งทางบก พบว่าเป็นเอกสารปลอมทั้งหมด โดยมีผู้เสียหายอยู่ประมาณ 20 จังหวัด

พ.ต.ต.วรณัน กล่าวอีกว่า เบื้องต้น ดีเอสไอ จะตรวจสอบ 2 กรณี คือ 1.การปลอมแปลงเอกสารซึ่งเป็นความผิดอาญา ขึ้นอยู่ คณะกรรมการคดีพิเศษ มีมติรับเป็นคดีพิเศษหรือไม่ และ 2. รถที่มีการจดทะเบียนแล้ว 605 คัน ซึ่งบางคันอาจนำเข้ามาด้วยไม่ชอบด้วยกฎหมายจะต้องไปตรวจสอบเพราะอาจเข้าข่ายกรณีรถจดประกอบหรือไม่ผ่านกรมศุลกากร รวมทั้ง ต้องตรวจสอบรายชื่อผู้ที่ได้รถประมูลดังกล่าวด้วย

ที่มา… INN

พี่สาวจูงแม่ร้อง ‘ปวีณา’ น้องสาวถูกฆ่าข่มขืน 2 เดือนคดีไม่คืบ

พี่สาวจูงแม่ร้องทุกข์ ปวีณา” จี้คดีน้องสาวถูกฆ่าข่มขืนในสวนยาง 2 เดือน คดียังไม่คืบหน้า

วันนี้ (5 ก.ค. 60)  ผู้สื่อข่าว MThai ได้รับรายงานว่า น.ส.พนิดา พร้อมมารดาและหลาน 2 คน อายุ 2 ขวบ กับ 4 ขวบเข้าร้องทุกข์ขอความเป็นธรรมต่อ มูลนิธิปวีณา หงสกุล เพื่อเด็กและสตรี ถึงกรณีที่ น.ส.สุนิสา อายุ 21 ปี ซึ่งเป็นน้องสาว ถูกคนร้ายฆ่าข่มขืนบริเวณหนองน้ำใกล้สวนยางพารา หมุ่ 1 บ้านลำช้าง ต.เขาไพร อ.รัษฎา จ.ตรัง โดยเหตุเกิดขึ้นเมื่อกลางดึกคืนวันที่ 12 พ.ค.60 ที่ผ่านมา แต่คดียังไม่มีความคืบหน้ารวมทั้งยังสร้างความหวาดผวาให้กับครอบครัวและคนในพื้นที่

จากการสอบถาม น.ส.พนิดา กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุ น้องสาวตนได้ออกไปกรีดยางพาราช่วงกลางดึกเพื่อหาเงินมาเป็นค่าชุดนักเรียนให้ลูกทั้ง 2 คน เนื่องจากใกล้เปิดเทอม แต่โชคร้ายเจอคนดักซุ่มฆ่าอย่างทารุณ ซึ่งสภาพยกทรงถูกถลกขึ้นไปอยู่เหนือหน้าอก สวมกางเกงวอร์มสีดำพร้อมกางเกงในถูกรูดมาคาอยู่ที่ก้น ที่ลำคอถูกบีบจนเขียวช้ำ และมีบาดแผลถูกตีด้วยของแข็งที่คิ้ว จนเบ้าตาขวาแตก ส่วนใบหูขวามีรอยถูกกัด และเสียชีวิตในเวลาต่อมา

ต่อมาตำรวจได้ส่งศพไปชันสูตรที่ โรงพยาบาลรัษฎา เบื้องต้นแพทย์พบว่ามีร่องรอยของการถูกข่มขืนด้วย ส่วนสามีของ น.ส.สุนิสา ก่อนเกิดเหตุได้เดินทางไปทำงานที่ อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช และกลับมาหาลูกกับภรรยาเพื่อเอาเงินมาให้อาทิตย์ละครั้ง

แต่หลังจากน้องสาวได้เสียชีวิตลง  ตนก็ต้องดูแลทุกชีวิตในครอบครัว และอยู่กันอย่างหวาดระแวงเพราะ ทั้งที่เวลาผ่านมาร่วม 2 เดือนแล้ว แต่คนร้ายยังลอยนวล จนชาวบ้านในละแวกเดียวกันก็ไม่กล้าที่จะออกไปกรีดยางเพราะกลัวจะเกิดเหตุร้ายขึ้นกับตนเอง จนในที่สุดต้องปรึกษาญาติพี่น้องเพื่อเรียกร้องความเป็นธรรม และพากันเข้าร้องเรียน มูลนิธิปวีณาฯ เพื่อขอความช่วยเหลือ

ล่าสุด นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ  ได้ประสาน พล.ต.ต.สมพงศ์ ทองใบ ผบก.ภ.จว.ตรัง และ พ.ต.อ.ชัยรัตน์ กาญจนเนตร ผกก.สภ.รัษฎา จ.ตรัง ช่วยให้ความเป็นธรรมกับญาติผู้เสียชีวิตเร่งติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีโดยเร็ว ซึ่งในวันพฤหัสบดีที่ 6 ก.ค.นี้ จะเดินทางพาผู้เสียหายตามคดี  ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดตรังด้วยตนเอง