เกษตรกรอินเดีย สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ จากต้นกล้วยเหลือใช้

เกษตรกรชาวอินเดียผุดไอเดียสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่เหลือใช้จากต้นกล้วย

ส่วนประกอบของกล้วย อย่างเช่น ใบ และลำต้น ถูกนำมาแปรรูปเป็นอาหารและสิ่งของ ซึ่งรวมถึงเป็นแหล่งกำเนิดของพลังงานไบโอเอทานอล “พีเอ็ม มูรูเกสัน” ผู้ประกอบการด้านเกษตรกรรมจากรัฐทมิฬนาฑู ทางใต้ของอินเดีย มีวิธีที่ต่างออกไป

มูรูเกสัน และแรงงานหญิงในท้องถิ่น 50 คน ได้ผลิตสินค้าต่างๆ เช่น ม่านหน้าต่าง ตะกร้า และภาชนะบรรจุของ จากของเหลือใช้ของต้นกล้วย เขาบอกว่า เขาผลิตสินค้าเหล่านี้จากเส้นใยต้นกล้วย ในตอนแรกมีการผลิตเป็นสินค้าตัวอย่าง และจากนั้นจึงส่งไปจำหน่ายให้แก่ลูกค้าในต่างประเทศ เช่น ฝรั่งเศส, อังกฤษ มาเลเซีย และสิงคโปร์ ซึ่งเป็นตัวเลือกแทนการใช้พลาสติก ที่คนทั่วไปนิยมใช้

โรงงานของเขาในเมืองมาดูไร แม้จะผลิตสินค้าต่างๆ จากห้องเพียงห้องเดียว แต่สามารถผลิตเชือกคุณภาพสูงได้มากกว่า 8 พันเมตร รวมถึงเสื่อ 60 ถึง 80 ผืน และตะกร้า จำนวน 40 ถึง 45 ใบต่อวัน

มูรูเกสัน วัย 51 ปี ได้แนวคิดดังกล่าว หลังจากได้เห็นชาวบ้านนำของเหลือใช้จากกล้วยไปทิ้งและเผาทำลาย

เขาได้ร่วมมือกับวิศวกรที่สถาบันเทคโนโลยีแห่งอินเดีย เพื่อพัฒนาเครื่องจักรจากล้อจักรยาน ซึ่งทำให้เขาสามารถคว้ารางวัลเกษตรกรนักวิทยาศาสตร์ และรางวัลสภาการเกษตรอินเดียมาได้

เตือนลูกหนี้ กยศ.! หากไม่ชำระภายใน 5 ก.ค. ต้องเสียค่าปรับร้อยละ 12-18 ต่อปี

กยศ. เผยปัจจุบันมีจำนวนผู้กู้ยืมเงินครบกำหนดชำระหนี้กว่า 3 ล้านคน เตือน! ขอให้ชำระเงินคืนภายในวันที่ 5 ก.ค. หากล่าช้าจะต้องเสียค่าปรับร้อยละ 12-18 ต่อปี

นางสาวดวงแข ตันติตยาพงษ์ รองผู้จัดการ รักษาการแทนผู้จัดการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา หรือ กยศ. เปิดเผยว่า ปัจจุบันมีจำนวนผู้กู้ยืมเงินเพื่อการศึกษาที่สำเร็จการศึกษาไปแล้ว หรือเลิกการศึกษา ที่มีกำหนดครบชำระหนี้อยู่ประมาณ 3 ล้านคน โดยขอให้ผู้กู้ติดต่อชำระเงินคืนภายในวันที่ 5 กรกฎาคมของทุกปี หากล่าช้าจะต้องเสียค่าปรับร้อยละ 12-18 ต่อปี ซึ่งผู้กู้ยืมและผู้ค้ำประกันอาจถูกฟ้องร้องดำเนินคดีตามกฎหมายด้วย

สำหรับผู้ชำระเงินกู้ สามารถตรวจสอบยอดหนี้ได้ผ่านทางเว็บไซต์ กยศ. ( www.studentloan.or.th) ในวันที่ต้องการชำระเงิน เพื่อให้ได้ยอดที่ถูกต้องที่สุด จากนั้นให้กดพิมพ์รหัสการชำระเงิน หรือบาร์โค้ด และนำไปชำระผ่านธนาคาร/ ไปรษณีย์ไทย เคาน์เตอร์เซอร์วิส และธนาคารที่กองทุนฯ กำหนด

และ ในปี 2561-2562 กยศ. มีแนวคิดที่จะนำข้อมูลประวัติการชำระเงินผู้กู้เงินกองทุนเข้าบริษัทข้อมูลเครดิตแห่งประเทศไทย หรือ เครดิตบูโร และในวันที่ 26 กรกฎาคม นี้ พ.ร.บ.กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา พ.ศ. 2560 จะมีผลบังคับใช้

โดยสาระคัญคือ นายจ้างมีหน้าที่จะต้องหักเงินจากรายได้ของลูกจ้างที่เป็นลูกหนี้ กยศ.เช่นเดียวกับการหักภาษีของกรมสรรพากรในแต่ละเดือน เพื่อส่งเงินให้ กยศ. โดยเบื้องต้น กยศ.จะเริ่มหักเงินเดือนลูกหนี้ กยศ.ที่เป็นข้าราชการก่อนประมาณ 2 แสนราย คิดเป็นมูลหนี้ 8 หมื่นล้านบาท

ร้องเรียนแก้กฎหมาย “บัตรทอง” หวั่นกระทบผู้มีรายได้น้อย

เครือข่าย “บัตรทอง” ในจังหวัดเชียงใหม่ เรียกร้องยุติการแก้กฎหมายหลักประกันสุขภาพ เหตุจะส่งผลกระทบต่อผู้มีรายได้น้อยทั่วประเทศ

ตัวแทนประชาชนผู้ใช้บัตรทองในจังหวัดเชียงใหม่ 30 คน ที่ส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ ได้รวมตัวถือป้ายเรียกร้องให้รัฐบาลยุติกระบวนการแก้ไขกฎหมายหลักประกันสุขภาพ หรือ พ.ร.บ.บัตรทอง ที่คณะกรรมการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ฯ จะมีการหารือใน วันพรุ่งนี้ ( 6 กค.) โดยเห็นว่าการแก้กฎหมายจะส่งผลกระทบต่อประชาชนผู้ใช้สิทธิ์ โดยเฉพาะคนยากจน

นางสาวบุษยา คุณากรสวัสดิ์ ผู้ประสานงานศูนย์ประสานงานหลักประกันสุขภาพประชาชนจังหวัดเชียงใหม่ ระบุว่า ผู้ใช้บัตรทองมีความกังวลต่อการแก้ไขกฎหมายที่เกิดขึ้น เพราะหากมีการแก้กฎหมาย บัตรทองจะดูแลเฉพาะคนจนที่ลงทะเบียน

ส่วนผู้ที่ไม่ได้ลงทะเบียนอาจต้องร่วมจ่ายเงินทุกครั้งที่ไปโรงพยาบาลซึ่งเป็นภาระค่าใช้จ่ายที่สูงมาก และจะทำให้คนไม่กล้าเข้าโรงพยาบาล เพราะกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายและจะทำให้ผู้ป่วยล้มตายอีกมาก ทั้งนี้มองว่ารัฐบาลสามารถเก็บภาษีมาอุดหนุนบัตรทองได้ เช่น ภาษีความหวานในเครื่องดื่ม ที่นอกจากจะดึงเงินเข้ามาสนับสนุนบัตรทอง ยังถือเป็นการป้องกันโรคให้กับคนไทยไปพร้อมกัน

นอกจากนี้ยังเสนอไปยังรัฐบาลให้ยกประโยชน์ของประชาชนเป็นหลักในการแก้ไขกฎหมายและสนับสนุนให้เกิดความเป็นธรรมต่อการกระจายบุคลากรด้านสาธารณสุขในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ ไม่ควรแยกเงินเดือนออกจากการคำนวณงบรายหัวของประชากรในพื้นที่ของบัตรทอง

เพราะจะส่งผลกระทบกับพนักงานที่ไม่ได้บรรจุเป็นข้าราชการในโรงพยาบาลขนาดเล็ก ทั้งยังจะเกิดการกระจุกตัวของบุคลากรในพื้นที่เขตเมือง ไม่เป็นธรรมต่อโรงพยาบาลในพื้นที่ห่างไกล