สั่งพักการเรียน !! รุ่นพี่ 5 คน 1 เทอม กรณีบังคับรุ่นน้องสาว 2 ถอดเสื้อ

กรรมการสั่งสอบข้อเท็จจริงรุ่นพี่ มหาวิทยาลัยดัง ย่านหัวหิน โดยมีคำสั่งให้พักการเรียน รุ่นพี่ 5 คน เป็นเวลา 1 เทอม   

นายกฯ ยัน พ.ร.ก.ต่างด้าว มุ่งแก้ค้ามนุษย์ ขู่ลงโทษหนัก จนท.รีดส่วยต่างด้าว

นายกรัฐมนตรีให้รอ “วิษณุ” แจงรายละเอียด มาตรา 44 ชะลอบังคับใช้ พ.ร.ก.ต่างด้าว ยืนยันมุ่งแก้ปัญหาค้ามนุษย์ เร่งขึ้นทะเบียนแรงงานทั้งหมด สั่งสอบเรียกรับผลประโยชน์แรงงานชายแดนแม่สอดแล้ว กำชับตำรวจทหาร ทำผิดลงโทษสถานหนัก

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงการหาทางออกในการใช้พระราชกำหนดการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ.2560 ว่า ร่างคำสั่งตามอำนาจมาตรา 44 ออกมาเรียบร้อยแล้ว

ซึ่งนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฏหมาย จะชี้แจงให้ทราบถึงรายละเอียดต่อไป โดยเป็นการแก้ทุกปัญหาที่มีอยู่ว่าจะทำอย่างไรไม่ให้เสียผลประโยชน์ทั้งในประเทศ ในด้านธุรกิจและแรงงานบางประเภท ซึ่งไม่ได้ทำตามใคร แต่คำนึงถึงสิ่งสำคัญที่สุดคือปัญหาการค้ามนุษย์ รวมทั้งพันธสัญญาของโลก

หากแก้ไม่ได้ยังมีการค้ามนุษย์และมีแรงงานเถื่อนอยู่ ต่างชาติก็จะไม่ซื้อสินค้าของประเทศไทย ซึ่งที่ผ่านมาได้ลงนามเอ็มโอยู 3-4 ประเทศ ที่ทำในรัฐบาลนี้ ดังนั้นจึงต้องให้มีการจดทะเบียนที่ชายแดนและมีการจดสัญชาติให้เรียบร้อย รวมถึงแก้ปัญหาภายในประเทศให้ได้ เพื่อลดความเสียหายและผลกระทบจากปัญหาไอยูยู และการค้ามนุษย์

ส่วนการแก้ปัญหาการขึ้นทะเบียนแรงงานนั้น นายกรัฐมนตรี ระบุว่า ส่วนตัวได้มอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง พิจารณาว่าจะทำอย่างไรให้เกิดการจดทะเบียนให้ง่ายขึ้นและต้องผ่านมาตรฐาน ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องที่ไม่เคยทำมาก่อน วันหน้าหากไม่ทำก็จะยิ่งแย่ไปกันใหญ่ และทำให้สถานการณ์เลวร้ายไปเรื่อยๆ

นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่มีการร้องเรียนจากผู้ว่าราชการจังหวัดเมียวดี ประเทศเมียนมา ระบุว่า มีการเรียกรับผลประโยชน์จากแรงงานต่างด้าวที่สายแม่สอด จ.ตาก ว่า ส่วนตัวได้สั่งตรวจสอบเรื่องดังกล่าวแล้ว ยืนยันว่าต้องมีมาตรการลงโทษสถานหนักไม่ละเว้น ไม่ว่าจะเป็นตำรวจหรือทหารที่เข้าไปเกี่ยวข้อง และเมื่อมีการออกมาตรา 44 แล้วก็ต้องไม่มีเรียกรับผลประโยชน์หรือกักกันแรงงานต่างด้าวไว้ตามแนวชายแดน และต้องให้มีการระมัดระวังการเดินทางของแรงงานด้วย อย่างไรก็ตามปัญหาเกิดขึ้นมานานไปลงรายละเอียด และแก้ไขให้ได้ ไม่ละเว้นใครทั้งสิ้น และจะให้ทหารไปช่วยดูด้วย

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวถึงกรณีที่มีการปิดแนวชายแดนไทย-กัมพูชาว่า เชื่อว่าเป็นการตรวจสอบเพราะไม่สามารถปิดได้ตลอดอยู่แล้ว เนื่องจากสร้างความเดือดร้อนให้ทั้งสองประเทศ โดยฝ่ายความมั่นคงจะจัดการเรื่องดังกล่าวอยู่แล้ว ไม่ใช่ต้องให้ตนทำเอง

นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวว่า ส่วนตัวได้จัดตั้งคณะกรรมการปฏิรูปตำรวจและผ่านความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีเรียบร้อยแล้ว มีประธาน 1 คนที่ไม่ใช่ตำรวจ ซึ่งส่วนตัวได้แต่งตั้งให้ พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ อดีตผู้บัญชาการทหารสูงสุดและคณะกรรมการเตรียมการเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง

ซึ่งสามารถไว้ใจได้และส่วนตัวเชื่อมั่นว่า พล.อ.บุญสร้าง มีวิจารณญาณในการทำงาน ขณะเดียวกันในคณะกรรมการดังกล่าวยังมีข้าราชการตามตำแหน่ง 5 คน ข้าราชการที่ไม่ใช่ตำรวจ 15 คน และข้าราชการตำรวจ 15 คน รวมทั้งหมด 36 คน ซึ่งเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ และสามารถแต่งตั้งเพิ่มหรือปรับเปลี่ยนได้เมื่อมีการเปลี่ยนแปลง

โดยในส่วนของพื้นที่ส่วนตัวจะหาทางให้ตำรวจร่วมมือกับผู้ว่าราชจังหวัดให้สามารถทำงาน รักษาความสงบในพื้นที่จังหวัดได้ แต่ยังต้องอยู่ภายใต้การดูแลของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แต่งานยุทธการที่เกี่ยวข้องอยากให้ขึ้นกับจังหวัดเพื่อให้ประชาชนเชื่อมั่น ตำรวจมีความสุข ส่วน การเลื่อนยศการปลดย้ายยังเป็นหน้าที่ของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเหมือนเดิม

ทั้งนี้ ส่วนตัวได้ให้แนวทางไปแล้วและคณะกรรมการชุดดังกล่าวมีเวลาทำงานอีกประมาณ 8 เดือนกว่าที่จะต้องดำเนินการให้สำเร็จ รวมถึงต้องฟังสามารถนำความเห็นของทุกฝ่ายมาพิจารณามาหาข้อสรุปในการปฏิรูป ซึ่งจะต้องระมัดระวังเพราะการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วเกินจะทำให้เกิดความสับสนวุ่นวายในการทำงาน จึงต้องทำงานและปฏิรูปไปพร้อมกันให้ได้ ยืนยันว่าไม่เอื้อประโยชน์ให้ใครเพราะส่วนตัวต้องการให้บ้านเมืองสงบ และผลประโยชน์เกิดกับประชาชน