รวบ 2 หนุ่ม ขนยาบ้าขึ้นรถทัวร์ ลักลอบเข้ากรุงเทพฯ

จนท. รวบ 2 หนุ่มมีพิรุธ คารถทัวร์ ตรวจค้นพบยาบ้า 199,400 เม็ด พยายามลักลอบนำเข้ากรุงเทพฯ

เจ้าหน้าที่ ด่านตรวจยาเสพติด ร่วมผสมระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สบปราบ และ เจ้าหน้าที่ทหาร ค่ายสุรศักดิ์มนตรี ร่วมกันตั้งจุดตรวจบริเวณถนนพหลโยธิน ขาล่อง ในเขต อำเภอสบปราบ จังหวัดลำปาง จนกระทั่งมีรถโดยสาร ออกจากสถานีขนส่งผู้โดยสาร จาก จ.เชียงใหม่-กรุงเทพฯ โดยสามารถจับ ผู้ต้องหา หลังจากแสดงท่าทีมีพิรุธได้ จำนวน 2 ราย  คือ นายนัฐสิต วงษาฝั้น อายุ 50 ปี ชาว ต.สันติสุข อ.ดอยหล่อ จ.เชียงใหม่ และ นายธนพงศ์  วงค์อินทร์ อายุ 23 ปี ชาว ต.น้ำดิบ อ.ป่าซาง จ.ลำพูน โดยจากหน้าที่ ได้ไปตรวจค้นสัมภาระของบุคคลทั้งสองพบว่า ด้านท้ายรถทัวร์ห้องเก็บสัมภาระพบ ยาบ้า ทั้งหมดรวม 199,400 เม็ด

จากการสอบสวน ผู้ต้องหาจึงยอมรับสารภาพว่า ได้รับค่าจ้าง คนละ 70,000 บาท จะนำยาบ้าทั้งหมดไปส่งที่ กทม. โดยจะมีคนมารับยาบ้าอีกทีหนึ่ง จากนั้นเจ้าหน้าที่ จุดตรวจความมั่นคง สภ.สบปราบ ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งสองคน ไปขยายผล และพร้อมของกลาง ส่งให้พนักงานสอบสวน สภ.สบปราบ เพื่อทำการขยายผลหาผู้ร่วมขบวนการต่อไป

นศ.สาวประเภทสองเปิดใจ ถูกรุ่นพี่รับน้องพิเรนทร์ บังคับถอดเสื้อ

ฮือฮา มหาวิทยาลัยดังแห่งหนึ่ง  พบรุ่นพี่รับน้องพิเรนทร์ บังคับรุ่นน้องซึ่งเป็นสาวประเภทสองถอดเสื้อ

จากกรณีที่เพจ “ANTI SOTUS” ได้มีการแฉ เรื่องราวรับน้องพิเรนทร์ของมหาวิทยาลัยราชมงคลชื่อดังแห่งหนึ่ง ที่ได้บังคับให้รุ่นน้องซึ่งเป็นสาวประเภทสองถอดเสื้อออก ก่อนที่รุ่นพี่จะยืนดูและหัวเราะ ก่อนที่เพจดังกล่าวจะรุบว่า เรื่องที่เกิดขึ้น เปรียบเป็นอาชญากรรมทางเพศในสถานศึกษาจนเกิดเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางนั้น

วันนี้ (3 ก.ค.60)  ผู้เสียหายจากการกระทำดังกล่าวได้ออกมาเปิดใจผ่านสื่อต่างๆ  ถึงเรื่องที่เกิดขึ้น ทราบชื่อคือ น้องเอมม่า นักศึกษาชั้นปีที่ 1 ว่า ก่อนเกิดเหตุตนและเพื่อนปี 1 ของมหาวิทยาลัยได้เข้าร่วมกิจกรรมรับน้องที่ทางมหาวิทยาลัยจัดขึ้น โดยมีการจัดกิจกรรมทั้งหมด 9 วัน โดยในวันเกิดเหตุเป็นวันสุดท้าย รุ่นพี่ซึ่งดูแล้วไม่ใช่พี่ปี 2 ได้สั่งให้ตนถอดเสื้อทั้งๆ ที่ตนก็มีหน้าอกคล้ายผู้หญิง
แรกๆ ตนก็ไม่กล้า แต่พอถูกสั่งนานเข้าจึงจำใจต้องถอด แต่ก็ยังมีเสื้อซับในอยู่  จากนั้นตนได้เอามือปิดหน้าอกไว้เพื่อไม่ให้เกิดความอุจาด รุ่นพี่จึงได้นำผ้ามาปิดตาเพื่อไม่ให้เห็น ก่อนจะจับแยกออกมาจากกลุ่ม ซึ่งขณะนั้นรับรู้ได้ทันทีว่ายืนอยู่คนเดียวโดยมีคนล้อมอยู่จำนวนมาก

ก่อนที่จะมีเสียงคนบังคับให้ถอดเสื้อซับในออก  แต่ตนไม่ยอมจนทำให้มีคนกระชากเสื้อจนเกือบถึงหน้าอก ตนรู้สึกว่าไม่ไหวกับเหตุการณ์จึงร้องไห้ และย่อตัวลงไปนั่งกับพื้น ร้องไห้อยู่นานในขณะที่ได้ยินเสียงหัวเราะของรุ่นพี่ ก่อนที่คนจะเริ่มหายไป และมีพี่นำเสื้อสาขามาสวมให้ จนกิจกรรมเสร็จสิ้นเหมือนไม่มีอะไร

ทั้งนี้ยืนยันว่าหลังเกิดเหตุไม่ได้นำเรื่องราวไปโพสต์ให้เกิดความเสียหาย แม้ว่าในใจจะรับไม่ได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จนกระทั่งมีการพูดต่อๆ กัน จนพี่สาวคนสนิทโทรมาสอบถามจึงเล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟัง ก่อนที่พี่สาวคนดังกล่าวจะนำไปโพสต์ระบายผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว และเพจดังกล่าวนำไปเผยแพร่

อย่างไรก็ดีจากเหตุที่เกิดขึ้น ทางรุ่นพี่ที่กระทำดังกล่าว ยังไม่เคยติดต่อมาขอโทษ หรือแสดงความรับผิดชอบใดๆ มีเพียงอาจารย์ที่ทราบเรื่องได้กล่าวขอโทษแทนรุ่นพี่ อีกทั้งยังไม่ได้แจ้งความดำเนินคดีกับรุ่นพี่กลุ่มดังกล่าว โดยจะยังรอเวลาและรอดูเหตุการณ์ไปก่อน หากได้รับการติดต่อเพื่อขอโทษ ตนก็พร้อมยกโทษให้ เพื่อให้เรื่องยุติลงด้วยดีและไม่เสื่อมเสียต่อมหาวิทยาลัย

ร้องเอาผิด ครม.ยกชุด! ปมอนุมัติสร้าง ‘หอชมเมือง’ กทม.

ศรีสุวรรณ ยื่น ป.ป.ช. เอาผิด ครม. ยกชุด ปมอนุมัติสร้าง “หอชมเมือง” ของ กทม. ชี้เลือกปฏิบัติเอื้อประโยชน์ให้เอกชน

วันที่ 3 ก.ค. 2560 นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เดินทางยื่นหนังสือต่อสำนักงานคณะกรรมการป้องกันปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อทำการตรวจสอบรวมถึงเอาผิดคณะรัฐมนตรีทั้งคณะ จากกรณีอนุมัติอนุญาตให้มูลนิธิฯ ของเอกชนได้สิทธิในการเช่าใช้ประโยชน์ในที่ดินราชพัสดุ

เพื่อดำเนินการโครงการก่อสร้าง “หอชมเมืองกรุงเทพมหานคร” 30 ปี โดยไม่เปิดให้มีการประมูล ซึ่งเข้าข่ายเป็นการเลือกปฏิบัติ และเอื้อประโยชน์ให้เอกชนเป็นการเฉพาะ อีกทั้งยังเป็นการใช้อำนาจในลักษณะทุจริตต่อหน้าที่ ตามพระราชบัญญัติ ป.ป.ช. และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม รวมทั้งส่อละเมิดรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 53 มาตรา 27 ประกอบมาตรา 63

ทั้งนี้ นายศรีสุวรรณ ยังกล่าวด้วยว่า พื้นที่ดังกล่าวใกล้กับสถานประกอบการที่กำลังก่อสร้างของเอกชน และการใช้อำนาจทางปกครองไปยกที่ดินที่มีมูลค่าให้เอกชนรายเดียวใช้ประโยชน์เป็นเวลา 30 ปี นั้นเข้าข่ายทุจริตต่อหน้าที่จึงต้องมายื่นหนังสือต่อ ป.ป.ช. ให้ตรวจสอบให้ถึงที่สุด