จับแล้ว! ราชายาเสพติดรายใหญ่บราซิล แม้ทำศัลยกรรมหนีคดีนาน 30 ปี

รวบ ลูอิซ คาร์ลอส ดา ฮอชา ราชายาเสพติดรายใหญ่ของบราซิล หลังทำศัลยกรรมหนีการจับกุมนาน 30 ปี

สำนักข่าวต่างประเทศได้รายงานว่า วานนี้ (2 ก.ค. 60) ตามเวลาท้องถิ่นของบราซิล เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าจับกุมตัว นายลูอิซ คาร์ลอส ดา ฮอชา หัวหน้าขบวนการค้ายาเสพติดเจ้าของฉายา “ไอ้หงอก” (White Head) ได้แล้ว หลังจากใช้วิธีทำศัลยกรรมพลาสติกเปลี่ยนโฉมหลบหนีการจับกุมของทางการมานานเกือบ 30 ปี

โดยเจ้าหน้าที่สามารถตรวจสอบใช้รูปถ่ายเปรียบเทียบกับรูปเก่าจนแน่ใจถึงแสดงตัวเข้าจับกุม ราชายาเสพติดรายดังกล่าวได้ที่ รัฐมาตูโกรสซู ทางภาคตะวันตกของบราซิล หลังเขาได้เข้ามาใช้ชีวิตอยู่ในท้องที่

ทั้งนี้จากการตรวจสอบพบกระเป๋าเดินทางที่มีเงินสดและอาวุธบรรจุอยู่เป็นจำนวนมาก อีกทั้งยังสามารถยึดทรัพย์สินที่ได้จากธุรกิจผิดกฎหมายของนายฮอชาได้มูลค่ากว่า 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 340 ล้านบาท) ซึ่งอยู่ในรูปของฟาร์ม อสังหาริมทรัพย์ รถยนต์หรู และเครื่องบิน

สำหรับขบวนการค้ายาเสพติดของนายฮอชา ขึ้นชื่อเรื่องการใช้ความรุนแรง ใช้รถกันกระสุนและอาวุธหนักแบบต่าง ๆ โดยขบวนการนี้เป็นผู้ผลิตโคเคนในโบลิเวีย เปรู และโคลอมเบีย เพื่อส่งขายด้วยระบบขนส่งที่ซับซ้อนไปยังยุโรปและสหรัฐฯ รวมถึงเป็นผู้ป้อนโคเคนรายใหญ่ให้แก่อาชญากรหลายกลุ่มในบราซิล

‘สามารถ’ แฉ ร.ฟ.ท. ซื้อเทอร์โบรถไฟส่อล็อกสเปก ตั้งราคาแพงเกินจริง

‘สามารถ’ อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์แฉ ร.ฟ.ท. จับตาซื้อเทอร์โบรถไฟส่อล็อกสเปกเอื้อประโยชน์ให้กับผู้ผลิตยี่ห้อใดยี่ห้อหนึ่ง แถมตั้งราคาสูงเกินจริง

ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์  โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวถึงการจัดซื้ออุปกรณ์บำรุงทางของการรถไฟแห่งประเทศไทย โดยระบุข้อความว่า ไม่หมดเสียที! จับตาซื้อเทอร์โบรถไฟ ส่อล็อกสเปก-ราคาแพง ที่ผ่านมาผมได้ออกมาตีแผ่ถึงความไม่ชอบมาพากลในการจัดซื้ออุปกรณ์ของการรถไฟแห่งประเทศไทยมาแล้วหลายครั้ง โดยผมได้ชี้ให้เห็นว่าการรถไฟฯ ได้กำหนดคุณสมบัติทางเทคนิคหรือสเปกที่ไม่เปิดกว้าง เป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับผู้ผลิตยี่ห้อใดยี่ห้อหนึ่ง

และได้ตั้งราคากลางที่สูงเกินจริง แม้ว่าเสียงติติงของผมได้ทำให้การรถไฟฯ ชะงักไปบ้าง แต่ก็ยังไม่เปลี่ยนแปลงหรือทำให้การจัดซื้อโปร่งใส และเป็นธรรมกับผู้เข้าแข่งขันทุกราย ที่สำคัญ ยังคงกำหนดสเปกที่ไม่เปิดกว้างให้ผู้ผลิตจำนวนมากเข้าร่วมแข่งขันได้

ผมกำลังจะพูดถึงเรื่องที่การรถไฟฯ กำลังจะจัดซื้อเครื่องถ่ายทอดกำลังไฮดรอลิกส์ (Turbo Transmission) ซึ่งเป็นตัวส่งกำลังจากเครื่องยนต์ไปที่เพลาล้อของรถดีเซลราง จำนวน 5 ชุด วงเงิน 37.343 ล้านบาท หรือชุดละ 7.47 ล้านบาท โดยมีความไม่ชอบพามากลดังนี้

1. มีการระบุยี่ห้อและรุ่นอย่างชัดเจน โดยการรถไฟฯ ระบุว่าต้องการจัดซื้อเครื่องถ่ายทอดกำลังหรือเทอร์โบยี่ห้อ Voith รุ่น T211rz ซึ่งเป็นการบ่งชี้ถึงยี่ห้อและรุ่นอย่างชัดเจน ไม่มีการกำหนดคุณสมบัติทางเทคนิคแบบกว้างๆ หรือคุณสมบัติเทียบเท่า แต่ได้ระบุยี่ห้อและรุ่นนี้เพียงเท่านั้น

ทั้งๆ ที่ยี่ห้อและรุ่นดังกล่าวมีผู้ผลิตเพียงรายเดียวในโลก และมีตัวแทนจำหน่ายในประเทศไทยเพียงรายเดียวเช่นเดียวกัน ทำให้ผู้ผลิตยี่ห้ออื่นที่มีคุณภาพดีไม่สามารถเข้าร่วมแข่งขันได้ นั่นหมายความว่าการรถไฟฯ ล็อกสเปกให้ผู้ผลิตยี่ห้อนี้และรุ่นนี้เท่านั้น ซึ่งมีอยู่เพียงรายเดียวในโลก

2. การรถไฟฯ ตั้งราคากลางสูงเกินจริง การรถไฟฯ ตั้งราคากลางเครื่องถ่ายทอดกำลังหรือเทอร์โบยี่ห้อ Voith รุ่น T211rz จำนวน 5 ชุด วงเงิน 37.343 ล้านบาท หรือชุดละ 7.47 ล้านบาท ซึ่งแพงกว่าราคาที่การรถไฟฯ ของประเทศอินเดียเคยซื้อยี่ห้อและรุ่นเดียวกันนี้มาก กล่าวคือการรถไฟฯ อินเดียซื้อชุดละ 2.20 ล้านบาท เมื่อปี พ.ศ.2558 นั่นคือการรถไฟฯ ของไทยซื้อแพงกว่าการรถไฟฯ ของอินเดียถึง 240%

ดังนั้น การที่การรถไฟฯ ระบุชัดถึงยี่ห้อและรุ่นของเทอร์โบเช่นนี้ทำให้การรถไฟฯ เสียเปรียบ เนื่องจากไม่มีการแข่งขันทั้งด้านคุณภาพและราคา ส่งผลให้ราคากลางสูงเกินจริง หากการจัดซื้อจัดจ้างในการรถไฟฯ ยังคงมีการล็อกสเปกและการตั้งราคากลางที่สูงเกินจริงไม่หมดไปเสียที เห็นทีว่าการพัฒนารถไฟไทยจะยังคงริบหรี่ แล้วจะปล่อยให้การรถไฟฯ รับผิดชอบรถไฟความเร็วสูงได้หรือ

ที่มา  ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์

ออกหมายจับแล้ว กลุ่มวัยรุ่นกระทืบลุงขับรถกะป๊อโชคชัย4 เจ็บก่อนเสียชีวิต

ศาลอนุมัติหมายจับแล้ว กลุ่มวัยรุ่นโหดรุมทำร้ายคนขับรถกะป๊อเจ็บ ก่อนจะเสียชีวิตในเวลาต่อมา

ความคืบหน้าเหตุสลดคนร้ายเป็นกลุ่มวัยรุ่น รุมทำร้ายลุงคนขับรถกะป๊อจนได้รับบาดเจ็บสาหัส ที่บริเวณพงษ์สุขอพาร์ทเม้น โชคชัย4 เลขที่ 166 ซอยโชคชัยสี่ 36 แขวงและเขตลาดพร้าว ก่อนที่ผู้บาดเจ็บจะเสียชีวิตในเวลาต่อมานั้น (อ่านข่าว :คลิป! นาทีแก๊งโจ๋ รุมกระทืบคนขับรถกะป๊อ โชคชัย 4 สาหัส )

วันนี้ (3 ก.ค. 60) ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.โชคชัย ได้ออกมาเปิดเผยถึงความคืบหน้าในเรื่องคดีและการติดตามตัวคนร้ายว่า ขณะนี้ศาลได้อนุมัติหมายจับวัยรุ่นกลุ่มดังกล่าวแล้ว หลังจากที่พนักงานสอบสวนสน.โชคชัยได้เดินทางขอศาลอาญาเพื่อขอหมายจับ โดยมีทั้งหมด 3 ราย

ทราบชื่อผู้ก่อเหตุ คือนายสุรเชษฐ โพธิ์จาด อายุ 29 ปี, นายอำพล คลังทอง อายุ 32 ปี และ นายณรงค์ชัย รักล้วน อายุ 29 ปี โดยทั้งหมดถูกตั้งข้อหา “ร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นให้เป็นเหตุได้รับอันตรายแก่กาย, ร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตายโดยกระทำทารุณโหดร้าย, ร่วมกันบุกรุกเคหสถานในเวลากลางคืน”

ทั้งนี้หากผู้พบเห็นสามารถแจ้งเบาะแสคนร้ายได้ที่ สน.โชคชัย เพื่อให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เร่งติดตามตัวคนร้ายทั้งหมดมาดำเนินคดี เนื่องจากผู้ก่อเหตุทั้งหมดมีพฤติกรรมความรุนแรง และถือว่าเป้นกลุ่มคนอันตรายอาจไปก่อเหตุในลักษณะดังกล่าวขึ้นซ้ำอีกได้