จ.ศรีสะเกษ ยังอ่วม! หลังฝนตกหนัก คาดอีก 2 วัน สถานการณ์คลี่คลาย

อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ยังอ่วมหลังฝนตกหนัก-น้ำป่าทะลัก ขณะ อ.เบญจลักษ์ เตรียมรับมือมวลน้ำ ขณะฝ่ายปกครองคาดอีก 2 วัน สถานการณ์คลี่คลาย

นายสรายุทธ แก้วกุลปรีชา ปลัดจังหวัดศรีสะเกษ เปิดเผยถึงสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ ว่าจากปริมาณฝนที่ตกหนักส่งผลกระทบในหลายอำเภอ แต่ส่วนใหญ่จะเป็นลักษณะน้ำท่วมทุ่ง เข้าพื้นที่ไร่นาของเกษตรกรได้รับความเสียหายจำนวนมาก ส่วนที่ต้องจับตาคือน้ำป่าที่ลงมาจากเทือกเขาพนมดงรักเข้าท่วมหลายพื้นที่ใน อ.กันทรลักษ์ สร้างความเดือดร้อน แต่ขณะนี้ระดับน้ำเริ่มลดลงแล้ว แต่ยังมีบางจุดที่ยังมีสถานการณ์อยู่ ท่วมบ้านเรือนประชาชน ซึ่งได้มีการอพยพชาวบ้านประมาณ 40 กว่ารายไปอยู่ในพื้นที่ปลอดภัยแล้ว

ทั้งนี้ มวลน้ำนี้จะไหลจาก อ.กันทรลักษ์ เข้าลำน้ำห้วยขะยุงแล้ว ไปเข้าสู่ อ.เบญจลักษ์ ในวันนี้ (28 ก.ค.) จากนั้นจะเข้าสู่อำเภอโนนคูณแล้ว ลงสู่แม่น้ำมูล โดยขณะนี้ทางนายธวัช สุระบาล ผวจ.ศรีสะเกษ สั่งการให้ทางนายอำเภอเบญจลักษ์ องค์กรปกครองท้องถิ่น เตรียมพร้อมรับมือเต็มที่ ขณะที่ อีกจุดคือที่ อ.ขุนหาญ ที่มีคันกั้นน้ำพังประกอบกับอ่างเก็บน้ำบางแห่งน้ำล้นสปิลเวย์ ทำให้น้ำทะลักเข้าบ้านเรือนชาวบ้าน

อย่างไรก็ตาม หากไม่มีฝนตกลงมาซ้ำ ในวันพรุ่งนี้ (29 ก.ค.) สถานการณ์ในภาพรวมจะคลี่คลายลงได้ จากนั้นก็จะเข้าสู่โหมดการเข้าไปสำรวจความเสียหาย ฟื้นฟูสาธารณูปโภค และเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบต่อไป

ชวนขนลุก ภาพคล้ายวิญญาณล่องลอยในงานศพ เชื่อมารับส่วนบุญกุศล

ภาพจากกล้องวงจรปิด ภายในวัดบ้านนาก่วมเหนือ บันทึกภาพคล้ายวิญญาณ ร่องรอยไปมา ในงานศพ ที่ตั้งอยู่ศาลา เชื่อเป็นวิญญาณคนตาย มารับส่วนบุญที่ญาติทำบุญให้

ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดลำปาง วันที่ 28ก.ค.60 เป็นที่ฮือฮา ภายหลังได้มีคลิปภาพ กล้องวงจรปิดที่ติดตั้งไว้ภายในวัดบ้านนาก่วมเหนือ ต.สบตุ๋ย อ.เมือง จ.ลำปาง ช่วงเวลา 22.59 ของคืนวันที่ 24ก.ค.60 ที่ผ่านมา ซึ่งภายในศาลาวัดมีงานศพ และแขกที่มาร่วมในงานศพ ได้เดินทางกลับกันหมดแล้ว ซึ่งกล้องที่ติดตั้งบนเพดานศาลาของวัด บันทึกภาพมีเงาดำ เคลื่อนตัวล่องลอยย้ายไปมา ซึ่งเชื่อว่า เป็นวิญญาณ ของคนตายมารับส่วนบุญ ที่ทางญาติๆ ได้ทำพิธีอุทิศส่วนกุศลไปให้ ก่อนที่จะนำร่างไปทำการฌาปนกิจตามศาสนาต่อไป

ด้านพระครูวรการโกวิท รองเจ้าคณะอำเภอเมืองลำปาง และเป็นเจ้าอาวาสวัดนาก่วมเหนือ ได้กล่าวว่าวิญญาณนั้นมีอยู่ จริง แต่คนเราปฎิบัติธรรมไม่ถึง จึงมองไม่เห็น ซึ่งคนเรานั้นเมื่อเกิดแล้ว จะประกอบไปด้วยธาตุสี่คือ1.ปถวีธาตุ(ธาตุดิน)2.อาโปธาตุ(ธาตุน้ำ)3.วาโยธาตู(ธาตุลม)และ4.เตโชธาตุ(ธาตุไฟ) เมื่อเกิดเป็นเวลาเนินนานไป ก็เป็นเรื่องธรรมชาติ ที่จะต้องทรุดโทรม เกิดโรคภัย ไข้เจ็บ เมื่อร่างกายตายไปหรือเสียชีวิต แต่จิตใจไม่ได้ตายไปด้วย

ภาพในคลิปสิ่งที่เห็นเป็นจิตวิญญาณ เชื่อว่าคนตายมารับส่วนบุญกุศล ที่ พ่อแม่ ญาติพี่น้อง ได้ทำบุญอุทิศส่วนกุศลไปให้คนตาย ในส่วนของทางธรรมนั้นเรียกว่า จักษุวิญญาณ ก็คือการมองเห็น ส่วนโสตวิญญาณ คือการได้ยินเสียง แต่ตามในคลิปภาพนั้น เป็นจิตวิญญาณ ของผู้ที่เสียชีวิตไปแล้ว ซึ่งเป็นไปตามธรรมชาติ ซึ่งหลังจากเสียชีวิตไปแล้วก็เป็นสะสาร เป็นวิญญาณ ฉะนั้นคนเรา เมื่อยังมีชีวิตอยู่ หมั่นทำแต่ความดี ประพฤติดี เข้าวัดทำบุญ ปฎิบัติศิล5 เมื่อตายไปแล้ว ก็จะได้ไปสู่ภพชาติที่ดีต่อไป

ไปรษณีย์ไทย เปิดจำหน่ายแสตมป์ดวงแรกแห่งรัชกาลที่ 10

ไปรษณีย์ไทย เปิดจำหน่ายแสตมป์ดวงแรกแห่งรัชกาลที่ 10 มีประชาชนจำนวนมารอต่อคิวซื้อตั้งแต่ช่วงเช้า โดยใช้เวลาจำหน่ายไม่ถึง 1 ชั่วโมง

ประชาชนจำนวนมากมาเข้าแถวรอตั้งแต่ช่วงเช้ามืด ที่ ไปรษณีย์กลาง บางรัก เพื่อรอซื้อตราไปรษณียากรที่ระลึก 65 พรรษา สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ซึ่งเป็นแสตมป์ชุดแรกแห่งรัชกาลที่ 10 นำเสนอภาพพระบรมฉายาลักษณ์พระราชทานในฉลองพระองค์ครุยมหาจักรีบรมราชวงศ์ ประกอบอักษรพระปรมาภิไธย ว.ป.ร. พร้อมข้อความบรรยายบนพื้นภาพสีเหลืองซึ่งเป็นสีประจำวันพระราชสมภพเพิ่มเทคนิคปั๊มฟอยล์ทองบริเวณคำบรรยายชื่อชุด ชนิดราคา และประเทศไทย ในราคาดวงละ 10 บาท แบบเต็มแผ่นมี 10 ดวง

ด้านนายอุดร นิยมธรรม หัวหน้าส่วนออกแบบตลาดตราไปรษณียากร ระบุว่ารู้สึกภาคภูมิใจและเป็นเกียรติสูงสุดในชีวิต ที่เป็นส่วนหนึ่งในการออกแบบแสตมป์ชุดนี้โดยมีการนำเทคนิคพิมพ์ฟอยล์ตัวหนังสือเป็นสีทองพิเศษโดยตั้งใจทำอย่างเต็มที่ให้ออกมาดีที่สุด และมีการจัดพิมพ์ชุดแรก 1 ล้านดวง แต่มีประชาชนจำนวนต้องการซื้อเป็นที่ระลึก ทราบว่าจะมีการจัดพิมพ์เพิ่มอีก 1 ล้าน 5 แสนดวง

นอกจากนี้ไปรษณีย์ไทย ได้จัดกิจกรรมพิเศษเฉลิมพระเกียรติจัดแสดงแสตมป์ทุกชุดที่เกี่ยวเนื่องกับสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ในหัวข้อ “ทศมินทร์ปิ่นราชา ปฐมดวงตรารัชสมัย” และแสดงแสตมป์พระบรมฉายาลักษณ์ชุดแรกของ 5 รัชกาลก่อน ภายใต้ชื่อ “ดวงแรกแห่งแผ่นดิน 6 รัชสมัยในดวงตรา” และจัดเสวนาเรื่อง “6 รัชสมัยในดวงตรา” โดยมีนักสะสมแสตมป์ชั้นนำ และผู้เชี่ยวชาญแห่งวงการแสตมป์ มาให้ความรู้เกี่ยวกับตราไปรษณียากรพระบรมฉายาลักษณ์ของแต่ละรัชกาลด้วย