นายกฯทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ 651 รูป ณ บริเวณพระลานพระราชวังดุสิต

นายกรัฐมนตรีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ จำนวน 651 รูป ณ บริเวณพระลานพระราชวังดุสิต

วันนี้ (28 กรกฎาคม 2560) เวลา 06.30 น. ณ บริเวณพระลานพระราชวังดุสิต กรุงเทพมหานคร พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีทำพิธีทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช บรมนาถบพิตร และถวายพระพรชัยมงคลถวายพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 65 พรรษา 28 กรกฎาคม 2560

โดยมี ประธานองคมนตรี คณะองคมมนตรีและคู่สมรส รองศาสตราจารย์ นราพร จันทร์โอชา ภริยานายกรัฐมนตรี ประธานองค์กรอิสระและคู่สมรส คณะรัฐมนตรีและคู่สมรส หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการในพระองค์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ผู้บัญชาการเหล่าทัพและผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ หัวหน้าส่วนราชการอิสระ และประชาชนร่วมตักบาตรพระสงฆ์อย่างพร้อมเพรียง

เมื่อ นายกรัฐมนตรีและภริยาเดินทางมาถึงบริเวณงานพิธี นายกรัฐมนตรีและภริยาถวายพวงมาลัย และจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายราชสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จากนั้น นายกรัฐมนตรีและภริยาไปยังปะรำพิธี นายกรัฐมนตรีจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย จุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายราชสักการะพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร นายกรัฐมนตรี เปิดกรวยกระทงดอกไม้ธูปเทียนแพหน้าพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

จากนั้น เจ้าหน้าที่อาราธนาศีล สมเด็จพระราชาคณะ พระราชาคณะ จำนวน 10 รูป ให้ศีล เจ้าหน้าที่กล่าวคำถวายสังฆทาน นายกรัฐมนตรีถวายเครื่องไทยธรรมแด่พระสงฆ์ นายกรัฐมนตรีกรวดน้ำรับพร เป็นอันเสร็จสิ้นพิธีทางศาสนา

จากนั้น นายกรัฐมนตรีและภริยา เดินไปยังบริเวณพระลานพระราชวังดุสิตเพื่อร่วมพิธีตักบาตรพระสงฆ์ จำนวน 651 รูป ร่วมกับประธานองคมนตรี คณะองคมมนตรีและคู่สมรส ประธานองค์กรอิสระและคู่สมรส คณะรัฐมนตรีและคู่สมรส หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการในพระองค์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ผู้บัญชาการเหล่าทัพและผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ หัวหน้าส่วนราชการอิสระ และประชาชนอย่างพร้อมเพรียง

ชัยภูมิหนัก! โคลนเขาพังเหยถล่มปิดอุโมงค์ทางรถไฟ ต้องประกาศหยุดรถทันที

ฤทธิ์พายุเซินกาซัดชัยภูมิหนักน้ำโคลนเขาพังเหยถล่มลงปิดอุโมงค์ทางรถไฟต้องประกาศหยุดรถทันที

สถานการณ์จากฤทธิ์พายุเซินกา ที่ซัดถล่มในเขตจังหวัดชัยภูมิมาต่อเนื่องอย่างหนัก ในพื้นบนเทือกเขาพังเหยในเขต อ.เทพสถิตมาตลอด ดินจากเทือกเขาพังเหยถล่มลงมาปิดทางรถไฟบริเวณทางผ่าน ช่วงสถานี ช่องสำราญ ต. วะตะแบก อ.เทพสถิต จ.ชัยภูมิ ซึ่งเป็นอุโมงค์ มีความยาว 230 เมตร ถูกมวลดินโคลนถล่มลงมาปิดทางเข้าออกมีความหนามาก และปิดอุโมงค์ทางเข้าออกทั้งสองด้านกว่า 100 เมตร

ทำให้ทางการรถไฟต้องประกาศหยุดการเดินรถตั้งแต่ต้นทางกรุงเทพที่จะวิ่งผ่านมาจังหวัดชัยภูมิตั้งแต่ อ.บำเหน็จณรงค์ จัตุรัส เทพสถิต ต้องงดการรับผู้โดยสารอย่างไม่มีกำหนด เพื่อเร่งระดมเจ้าหน้าที่เครื่องจักรเข้าเปิดทางดินที่ถล่มลงมาปิดเส้นทางรถไฟดังกล่าว ซึ่งคาดว่าน่าจะใช้เวลาอย่างน้อยไม่ต่ำกว่า 48 ชม. หรือ 2 วันเป็นอย่างน้อย

ด้าน นาย ณัฐเนิน กิ่งแก้ว สารวัตรแขวงบำรุงทางลำนารายณ์ หัวหน้าฝ่ายโยธา บำรุงทางรถไฟ จ.ลพบุรี เปิดเผยว่าจากการสำรวจพื้นที่ความเสียหายเบื้องต้น ทรัพย์สินทางราชการไม่ได้รับความเสียหายมากนัก มีเสาสัญญาณไฟกระพริบปากทางเข้าอุโมงค์ทั้ง 2 ด้าน เสียหายเนื่องจากถูกดินโคลนถล่มลงมาทับพังเสียหายดังกล่าว และพบว่า ในส่วนของตัวอุโมงค์ที่มีความยาว 230 เมตรมีจุดของผนังอุโมงค์ภายใน 2 แห่งที่มีดินแตกทรุดลงมา

จึงคาดว่าจะต้องใช้เวลาในการเปิดพื้นที่ ประมาณ 48 ชม.โมง หากไม่มีพายุฝนดินจากเขาถล่มลงมาตกลงมาอีก ซึ่งทางการรถไฟได้มีการเตรียมการ ที่จะแก้ปัญหาให้กับผู้โดยสารสายหนองคาย ชัยภูมิ แก่งคอย ผู้ที่จะขึ้นสถานีจากหนองคายมาชัยภูมิให้ขึ้นอ้อมไปที่ จ.นครราชสีมา เพื่อที่จะต่อรถเข้ากรุงเทพต่อไปโดยไม่ต้องใช้เส้นทางที่วิ่งผ่าน จ.ชัยภูมิ ไปก่อนในระยะนี้ และรอฟังการแจ้งข่าวสารจากทางการรถไฟเป็นระยะต่อจากนี้ไป

พระราชประวัติ ‘สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ’ รัชกาล ที่ 10

ในหลวงรัชกาลที่10, สมเด็จพระบรมฯ

พระนามเต็ม รัชกาลที่ 10 สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร

พระนามเดิมของพระองค์ เดิมว่า สมเด็จ พระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าวชิราลงกรณ บรมจักรยาดิศรสันตติวงศ เทเวศรธำรง สุบริบาล อภิคุณูประการมหิตลาดุลเดช ภูมิพลนเรศวรางกูร กิตติสิริสมบูรณ์สวางควัฒน์ บรมขัตติยราชกุมาร ซึ่งเป็นพระราชโอรสเพียงพระองค์เดียว ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระองค์ทรงพระราชสมภพ เมื่อวันจันทร์ที่ ๒๘ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๔๙๕ เมื่อเวลา ๑๗ นาฬิกา ๔๕ นาที ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต

การศึกษา

สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงได้รับการศึกษาระดับอนุบาลศึกษาที่พระที่นั่งอุดร พระราชวังดุสิต และทรงเข้ารับการศึกษาระดับประถมศึกษาและระดับมัธยมศึกษา โรงเรียนจิตรลดา ระหว่างพุทธศักราช ๒๔๙๙ –๒๕๐๕ ที่ประเทศอังกฤษระหว่างพุทธศักราช ๒๕๐๙ – ๒๕๑๓

หลังจากนั้นได้ทรงศึกษาระดับเตรียมทหารที่โรงเรียนคิงส์ นครซิดนี่ย์ ประเทศออสเตรเลีย แล้วเข้ารับการศึกษาระดับอุดมศึกษา ทรงได้รับปริญญาอักษรศาสตรบัณฑิต (การศึกษาด้านทหาร) คณะการศึกษาด้านทหาร จากมหาวิทยาลัยนิวเซาท์เวลล์ ประเทศออสเตรเลีย เมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๙

ในหลวงรัชกาลที่10, สมเด็จพระบรมฯ

นอกจากนี้ ยังทรงศึกษาที่โรงเรียนเสนาธิการทหารบกหลักสูตรประจำชุดที่ ๕-๖ ระหว่าง พ.ศ. ๒๕๒๐ – ๒๕๒๑ และทรงได้รับปริญญานิติศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช เมื่อ พ.ศ. ๒๕๓๐ ครั้นถึง พ.ศ.๒๕๓๓ ทรงได้รับการศึกษา ณ วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักรแห่งสหราชอาณาจักรด้วย

เมื่อวันที่ ๒๘ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๑๕ ปวงชนชาวไทยต่างมีความปลาบปลื้มปีติยินดีเป็นอย่างยิ่งอีกครั้งหนึ่ง เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้มีพระบรมราชโองการประกาศสถาปนา สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าวชิราลงกรณ ขึ้นดำรงพระอิสริยยศ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร มีพระนามาภิไธย ตามจารึกพระสุพรรณบัฏว่า

ในหลวงรัชกาลที่10, สมเด็จพระบรมฯ

“สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร สิริกิติยสมบูรณสวางควัฒน์ วรขัตติยราชสันตติวงศ์ มหิตลพงศอดุลยเดช จักรีนเรศยุพราชวิสุทธ สยามมกุฎราชกุมาร”

ในมงคลวาระนั้น สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ได้ถวายสัตย์ปฏิญาณในการพิธีถือน้ำพิพัฒน์สัตยา ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ซึ่งแสดงถึงน้ำพระราชหฤทัยที่ทรงมุ่งมั่นจะบำเพ็ญพระราชกรณียกิจ เพื่อชาติบ้านเมือง และประชาชนชาวไทย เป็นที่ซาบซึ้งประทับใจพสกนิกรอย่างยิ่ง ดังความว่า

ในหลวงรัชกาลที่10, สมเด็จพระบรมฯ

“ข้าพระพุทธเจ้าขอพระราชทานกระทำสัตย์ปฏิญาณสาบานต่อประเทศชาติและประชาชนชาวไทยเฉพาะพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เฉพาะพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากรท่ามกลางสันนิบาตนี้ว่า

ข้าพเจ้าผู้เป็น สยามมกุฎราชกุมาร จะรักษาเกียรติยศและอริยศักดิ์ ซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯพระราชทานไว้ด้วยชีวิต จะภักดีต่อชาติบ้านเมือง จะซื่อสัตย์ต่อประชาชน จะปฏิบัติภาระหน้าที่ทุกอย่าง โดยเต็มกำลังสติปัญญาความสามารถ และโดยความเสียสละ เพื่อความเจริญสงบสุขและความมั่นคงไพบูลย์ของประเทศไทย จนตราบเท่าชีวิตร่างกายจะหาไม่”

ในหลวงรัชกาลที่10, สมเด็จพระบรมฯ

ภาพจาพ : สำนักพระราชวัง

MThai News

http://www.coj.go.th/day/pbr/pbr.html