กทม. ปรับเปลี่ยนชื่อถนนสุทธิสารวินิจฉัย เป็น ถนนอินทามระ หลังแพ้คดีที่ทายาทตระกูล อินทามระ ร้องศาลปกครองให้มีคำสั่งปรับเปลี่ยนชื่อถนนใหม่
รายงานข่าวแจ้งว่า วานนี้ (25 ก.ค. 60) ร.ต.ภาณุพงษ์ สุทธิสาร ผอ.สำนักงานปกครองและทะเบียน กทม. ได้เรียกประชุมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องหารือด่วน ภายหลังศาลปกครองสูงสุดได้มีคำสั่งให้ทางกทม. ปรับเปลี่ยนชื่อถนนจาก ถนนสุทธิสารวินิจฉัย เป็น ถนนอินทามระ ภายหลังที่ ทายาทตระกูล “อินทามระ” ได้ยื่นเรื่องร้องศาลปกครองสูงสุดให้มีการพิจารณาดังกล่าว เพราะมีการใช้ชื่อผิดมาโดยตลอด
ซึ่ง ร.ต.ภาณุพงษ์ การประชุมดังกล่าวเพื่อแนวทางการดำเนินการตามคำสั่งของศาลปกครองสูงสุดก่อนจะสรุปและเสนอให้คณะผู้บริหาร กทม.รับทราบต่อไป โดยการเปลี่ยนป้ายชื่อถนนั้นจะทำ สรุปแนวทางการดำเนินการตามคำสั่งของศาลปกครองสูงสุดเร็วๆนี้ก่อนนำเสนอให้คณะผู้บริหารกทม.รับทราบต่อไป
ทั้งนี้การเปลี่ยนป้ายชื่อถนน จะทำตามคำตัดสินของศาล กล่าวคือจะเปลี่ยนเฉพาะในพื้นที่จากแยกสะพานควาย มาจนถึงแยกสุทธิสาร(บริเวณถนนวิภาวดีฯ)ข้ามไปยังถนนสุทธิสารที่ไปบรรจบถนนรัชดาภิเษก ที่คือซอยอินทามระ 59 เท่านั้น ไม่ได้พิจารณาเลยตามถนนสุทธิสารที่ไปสิ้นสุดที่ย่านลาดพร้าวแต่อย่างใด
สำหรับที่มาของถนนสายเจ้าปัญหาดังกล่าว เกิดขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2503 กรมตำรวจในขณะนั้นมีมติให้ตั้งชื่อถนนตัดใหม่ คือ ถนนสุทธิสาร ช่วงแยกสะพานควาย ในที่ดินจัดสรรข้างสถานีตำรวจนครบาลบางซื่อ โดยให้แบ่งเป็นสองตอน คือ ที่ดินตอนหน้าของนายมารุต บุนนาค บุตรของพระสุทธิสารวินิจฉัย
ให้ตั้งชื่อว่า ถนนสุทธิสารวินิจฉัย มีระยะจากถนนพหลโยธิน (สะพานควาย) เข้าไป 500 เมตร ส่วนที่ดินตอนหลังของ พล.ต.ท.โต๊ะ อินทามระ อดีตหัวหน้ากองคลัง กรมตำรวจ ผู้พัฒนาที่ดินให้เป็นโครงการจัดสรรของกรมตำรวจ ย่านสุทธิสาร จากแยกสุทธิสารถึงถนนวิภาวดีรังสิต ให้ตั้งชื่อว่า ถนนอินทามระ มีระยะต่อจากถนนสุทธิสารวินิจฉัยเป็นต้นไป
แต่ในปี 2547 กรุงเทพมหานครทำการปรับปรุงระบบเรียกชื่อถนน ตรอก ซอย ตามมาตรฐานสากลให้เหมือนกันทั้ง 50 เขต พบว่ามีป้ายชื่อถนนสุทธิสารวินิจฉัย ไม่มีป้ายชื่อถนนอินทามระ แต่มีซอยอินทามระ 1 ถึงซอยอินทามระ 59 กรุงเทพมหานครเห็นว่าประชาชนรู้จักแต่ชื่อถนนสุทธิสารวินิจฉัยมานาน จึงให้ชื่อถนนทั้งสาย
คือ ถนนตั้งแต่แยกสะพานควาย ถึงซอยลาดพร้าว 64 เป็นชื่อถนนสุทธิสารวินิจฉัยทั้งหมด โดยคงไว้แต่ชื่อซอยอินทามระเท่านั้น ทำให้ลูกหลานของตระกูลอินทามระไม่ยอม นายกฤษฎาได้ฟ้องศาลปกครองกลาง กระทั่งเมื่อวันที่ 17 ส.ค. 2555 พิพากษายกฟ้อง ก่อนยื่นฟ้องศาลปกครองสูงสุดจนชนะคดี