วอนช่วยต่อลมหายใจสาวใหญ่เมืองคอน โดนแมงมุมแม่ม่ายกัดพิษกระจายจนเน่าแฟะทั้งร่างนอนรอวันตาย – แพทย์ระบุพบเพียง 1 ในล้านต้องใช้เวลารักษา 2 – 3 ปี ค่าใช้จ่ายสูงหลายล้านบาท
วันนี้(26 ก.ค.60) ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งขอความช่วยเหลือจากนางแดง ทองหยู อายุ 53 ปี อยู่บ้านเลขที่ 24 หมู่ 6 ต.ดอนตะโก อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช ที่ถูกแมงมุมมีพิษร้ายแรง คาดว่าเป็นแมงมุมแม่ม่ายกัด บริเวณเอวเมื่อเดือนมกราคม 2560 จนพิษไหลเข้าระบบกระแสเลือด เกิดเป็นแผลพุพองไปทั่วร่าง ผิวหนังลอกหลุดเน่าเปื่อย จนส่งกลิ่นเหม็นอย่างรุนแรง ไม่สามารถใส่เสื้อผ้าได้ เคลื่อนไหวร่างกายยากลำบาก ทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัส นอนรอวันตาย แม้จะเข้ารับการรักษาที่ รพ.ท่าศาลา และ รพ.สงชลานครินทร์ หรือ มอ.หาดใหญ่ แต่อาการทรุดหนักลงเรื่อยๆ
โดยแพทย์ รพ.มอ. ระบุว่า กรณีของนางแดงในวงการแพทย์ไม่ค่อยพบมากนักหรือ 1 ในล้านก็ว่าได้ หากจะรักษาให้หายต้องใช้เวลานานถึง 2 – 3 ปี และต้องใช้เงินหลายล้านบาท แต่เนื่องจากครอบครัวมีอาชีพกรีดยางพารารับจ้าง มีเงินเก็บประมาณ 2 แสน นำมาใช้จ่ายในการรักษานางแดง จนหมดเนื้อหมดตัว รวมทั้งลูก ๆ และญาติ ๆ ช่วยเหลือเงินมาอีกกว่า 2 แสนบาทก็นำมาใช้จ่ายจนหมด ไม่มีเงินเหลือในการรักษาต่อลมหายใจนางแดงอีก นางแดง จึงแจ้งกับสามีและลูก ๆ พร้อมญาติ ๆ ว่า เมื่อหมดหนทางเยียวยารักษาตนก็ขอกลับมาตายที่บ้าน จึงนำนางแดง เดินทางกลับจาก รพ.สงขลานครินทร์ มานอนพักรอวันตายที่บ้าน
ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปตรวจสอบที่บ้านดังกล่าว พบนางแดง ผู้ป่วยรายนี้นอนอยู่บนเตียงภายในห้องๆ หนึ่ง โดยมีนายไชยพร ทองหยู อายุ 57 สามี และ น.ส.ชดาภรณ์ ทองหยู อายุ 36 ปี นางอมรทิพย์ กิจวิจิตร อายุ 34 ปี และ น.ส.สาวินี ทองหยู ลู ๆ ของนางแดง พร้อมญาติพี่น้องจำนวนหนึ่ง คอยปรนนิบัตรดูแลนางแดงอย่างใกล้ชิด แต่เป็นไปด้วยความยากลำบาก เนื่องจากนางแดง มีแผลพุพองทั่วร่าง คล้ายถูกน้ำร้อนลวก มีสภาพเน่าแฟะส่งกลิ่นเหม็นอย่างรุนแรง ไม่สามารถเคลื่อนไหวร่างกายได้ ทำได้เพียงอ้าปากพูดเสียงแผ่วเบา และยกมือได้อย่างยากเย็น

นางแดง ทองหยู กล่าวว่า เมื่อช่วงต้นเดือนมกราคม 2560 ตนพร้อมด้วยนายไชยพร สามี เดินทางไปรับจ้างกรีดยางพาราในท้องที่หมู่ 4 ต.หัวตะพาน อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช แต่เกิดฝนตกหนัก จึงวิ่งเข้าไปหลบในกระท่อมของเพื่อนบ้าน ต่อมาเพื่อนบ้านนำผ้าห่มมาให้เพราะอากาศหนาวเย็นมาก ตนพร้อมสามีและเพื่อนบ้านที่รับจ้างกรีดยางอีกคนหนึ่ง จนเอนตัวลงนอนพัก และรู้สึกเหมือนโดนสัตว์อะไรสักอย่างกัดบริเวณเอวด้านขวา รู้สึกเจ็บจี๊ดเข้าหัวใจก่อนจะค่อย ๆ ทุเลาลง แต่เกิดเป็นตุ่มพุพองเล็กน้อยบริเวณรอยกัด หากเป็นแมงมุมกัดมันอาจจะหลบซ่อนตัวอยู่ในเสื้อของตนที่แขวนไว้ที่รถ จยย.ก่อนฝนตก หรืออาจจะซ่อนอยู่ในผ้าห่มที่เพื่อนบ้านเจ้าของกระท่อมนำมาให้ก็ได้
กระทั่งรุ่งเช้าตนจึงไปหาแพทย์ที่คลินิกในตัวอำเภอท่าศาลา แพทย์ระบุว่าน่าจะโดนแมงมุมมีพิษกัด จึงให้ยาแก้ปวด แก้อักเสบกลับมารับประทานที่บ้าน แต่กลับมีแผลพุงพอง มีอาการแสบร้อนที่บาดแผลเพิ่มมากขึ้น จึงไปพบแพทย์ที่คลินิกอีกครั้งก็ได้ยามารับประทานอาการดีขึ้นเล็กน้อย แต่ 2 – 3 วัน อาการก็กลับมารุนแรงอีกครั้ง จึงเข้ารับการตรวจรักษาที่ รพ.ท่าศาลา แพทย์ระบุว่าแพ้ผงซักฟอก พร้อมจัดยากิน ยาทามาให้ สามีนำตนเข้ารักษาตามคลินิกอย่างต่อเนื่องถึง 13 แห่ง จนเมื่ออาการทรุดหนักลงไปเรื่อย ๆ จึงเข้ารับการรักษาที่ รพ.ท่าศาลา ระหว่างวันที่ 10 – 28 มี.ค.60 แต่อาการมีแต่ทรงกับทรุด จึงตัดสินใจเดินทางไป รพ.สงขลานครินทร์ หรือ มอ.สงขลา แพทย์ได้ทำการตรวจวินิจฉัยก่อนระบุว่า ตนถูกแมงมุมมีพิษกัด พิษของแมงมุมทำลายภูมิคุ้มกันของร่างกายจนร่างกายไม่สามารถต้านทานพิษร้ายของแมงมุมได้
โดยแพทย์บอกว่าตนเป็นโรค pemphigus vulgaris ซึ่งเกิดจากพิษแมงมุม 1 ในล้านคนเท่านั้น ที่จะเป็นในลักษณะนี้ การรักษาพยาบาลให้หายเป็นปกติทำได้ยากมากต้องใช้เวลารักษา 2 -3 ปี ที่สำคัญค่าใช้จ่ายในการรักษาพยายามสูงหลายล้านบาท ซึ่งสามีและลูก ๆ พยายามนำตนมา รพ. มอ. จนเงินเก็บในครอบครัว และเงินที่ลูก ๆ ญาติ ๆ ช่วยเหลือรวมกว่า 4 แสนบาท หมดไป ตนคิดว่าถึงอย่างไรก็ต้องตาย จึงขอให้สามีและลูกๆ พาออกจาก รพ.มอ. กลับมาบ้าน ตนขอมาตายที่บ้านดีกว่า นางแดงกล่าวด้วยเสียงแผ่วเบา
ด้าน น.ส.ชดาภรณ์ ทองหยู บุตรสาวคนโต กล่าวว่า นอกจากแผลผุพอง เน่าเปื่อยทั่วร่างของแม่ จนต้องนอนนิ่ง ๆ แทบจะเคลื่อนไหวไม่ได้ เพราะได้รับความเจ็บปวดเป็นอย่างมากแล้ว แม่ยังมีแผลกดทับที่ตะโพกและแผ่นหลัง เนื่องจากนอนที่เดียวนานเกินไป แม้แพทย์จะระบุว่า มีหนทางรักษาให้หาย โดยต้องใช้เวลาอย่างน้อย 2 ปี แต่มีค่าใช้จ่ายสูงมาก แต่ตนและครอบครัวรวมทั้งญาติๆ คงหมดหวังที่จะรักษาแม่ให้รอดชีวิตได้ เพราะไม่รู้จะหาเงินจากที่ไหนมารักษาแม่ ตามปกติตนและญาติๆ ก็ทำงานรับจ้างหาเช้ากินค่ำเงินเก็บของพ่อแม่ ของตน ไม่เหลือแล้วจริง อยากวิงวอนแพทย์หรือใครก็ได้ที่มียาดีสามารถรักษาแม่ของตนให้หายได้โปรดยื่นมือเข้ามาช่วยแม่ของตนด้วย
ขณะที่นายไชยพร ทองหยู สามีของนางแดง เผยว่า แม้ตนจะไม่เห็นตัวว่าสัตว์อะไรกัดภรรยา แต่เชื่อว่าเป็นแมงมุมมีพิษที่มีมากในสวนยาง ส่วนจะเรียกว่า “แมงมุมแม่ม่าย ” ตนเห็นสภาพของภรรยาแล้วอดสงสารไม่ได้ ซึ่งตนหมดหนทางรักษานางแดง ภรรยาสุดที่รักแล้วจริง ๆ จึงอยากวจะวิงวอนขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหรือผู้ใจบุญ โปรดยื่นมือเข้าช่วยยื้อชีวิตภรรยาของตนด้วย สามารถโอนเงินช่วยเหลือได้ที่ชื่อบัญชีนายไชยพร ทองหยู ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขา อ.พรหมคีรี จ.นครศรีธรรมราช เลขบัญชี 720-227500-5
