ชาวบ้านร้องสื่อฯ ถนนเป็นหลุมบ่อ ต้องทนกินฝุ่นแทนข้าว

ชาวบ้าน ต.กำแพงเซา จ.นครศรีธรรมราช ร้องสื่อฯ ถนนแค่ 1 กม.ฝุ่นกระจายทั่วหมู่บ้าน ทนกินฝุ่นแทนข้าวไม่ไหววอนขอถนนลาดยางด่วน!

เมื่อวันที่ 24 ก.ค. ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าว จ.นครศรีธรรมราช รายงานว่ามีประชาชนได้ร้องเรียนขอความช่วยเหลือจากศูนย์ข่าวนคร 24 ชม. สมาคมสื่อมวลชนจังหวัดนครศรีธรรมราช กรณีชาวบ้านจำนวนมากอาศัยอยู่สองฝั่งถนนสายบ้านตาล-สวนพล-เหนือคลอง ต.กำแพงเซา อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช เป็นเส้นทางเดียวกับทางเข้าโรงเรียนประทีปศาสน์ ระยะทางแค่ 1 กม.เศษ ซึ่งเป็นถนนหินคลุก เป็นหลุมเป็นบ่อ

โดยนักเรียนและชาวบ้านจำนวนมากที่ใช้รถใช้ถนนได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก ซึ่งเมื่อรถวิ่งจะมีฝุ่นละอองกระจายฟุ้งไปทั่วบริเวณและปกคลุมหลังคาบ้าน ข้าวของเครื่องใช้ แม้กระทั่งต้นไม้สองข้างทางขาวโพลนไปด้วยฝุ่นละออง

ทางด้านนายอับดุลบาซีร กันติชล อายุ 50 ปี ชาวบ้านซึ่งประกอบอาชีพเปิดร้านขายน้ำชา – กาแฟริมถนนสายดังกล่าว เปิดเผยว่า ชาวบ้านได้เรียกร้องขอให้มีการราดยางถนนสายนี้มานานแล้ว เพียงระยะทาง 1 กม. เศษเท่านั้น เพราะได้รับความเดือดร้อนทั้งในบ้านละนอกบ้านเต็มไปด้วยฝุ่นละออง ต้องทนกินฝุ่นกันมานานแล้ว เด็กเล็กและคนชราล้มป่วยโดยโรคทางเดินหายใจหลายราย โดยเฉพาะนายดะเร้ะ กันติชล อายุ 95 ปี พ่อของตน แม้จะหลบเข้าไปนอนในห้อง แต่ก็ยังมีฝุ่นฟุ้งกระจายเข้าไปได้ ไม่รู้จะป้องกันฝุ่นได้ด้วยวิธีการใด

ซึ่งตอนนี้ที่เท่าที่พอจะทำได้คือหน้าบ้านใครก็ต้องนำต้นไม้ กิ่งไม้มาวางไว้ เพื่อให้รถที่วิ่งไปมาชะลอความเร็วลงบ้าง บางบ้านก็พยายามนำน้ำมาราดพื้นถนนลดฝุ่นละออง ตนประกอบอาชีพขายน้ำชา-กาแฟ ก็ได้รับผลกระทบลูกค้าที่มาอุดหนุนต้องนั่งกินท่ามกลางฝุ่นละออง จนในปัจจุบันลูกค้าหนีหน้าไปเกือบหมดแล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากจะร้องเรียนขอความช่วยเหลือผ่านศูนย์ข่าวนคร 24 ชม.สมาคมสื่อมวลชนจังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อเป็นสื่อกลางประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ไขปัญหาแล้ว ยังมีการถ่ายภาพส่งเผยแพร่ทางเฟซบุ๊ก และไลน์ พร้อมข้อความระบุว่า

” ทนไม่ไหวแล้วครับ ถนนทางเข้าซอยบ้านสวนพล – เหนือคลอง” ผ่านทางโรงเรียนประทีปศาสน์ เพียงแค่ประมาณ 1 กิโลเมตร ชาวบ้านแถวปากซอยนอนกินฝุ่นกันมานานแล้ว ไม่สามารถดำเนินการอะไรได้ เพียงแค่ลาดยาง คนชราที่นอนป่วย ต้องนอนกินฝุ่นนี้กันอีกนาน ต้องเอากิ่งไม้ ต้นกล้วยมาขวางไว้ เผื่อจะให้รถที่วิ่งไปมาลดความเร็วกันบ้าง มีรถเข้าออกเยอะมากแต่ละวัน ช่วยแก้ปัญหาให้หน่อย ผู้หลักผู้ใหญ่ที่รับผิดชอบ พวกคุณนิ่งเฉยกันอยู่ใย คุณปู่ผมเกิดในปี พ.ศ. 2475 ยังมีชีวิตอยู่เลยครับ อาศัยอยู่บ้านเลขที่ 160 หมู่ 6 ตำบลกำแพงเซา อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ครับ”

“เสี่ยเอ็ม” หลานอาม่า ขอเวลาตั้งหลัก 7 วัน ก่อนเข้ามอบตัว

เตรียมออกหมายเรียก ‘เสี่ยเอ็ม’ หลานอาม่า ทำร้ายร่างกายภรรยาท้อง 2 เดือน ด้านเจ้าตัวติดต่อขอเวลาตั้งหลัก 7 วัน

ความคืบหน้ากรณี เสี่ยเอ็ม หรือ นายชลวิทย์ หิรัญชัชวาลย์ ก่อเหตุทำรายร่างกายแฟนสาวจนได้รับบาดเจ็บสาหัส
ล่าสุดเมื่อวานนี้ ( 24 กค.) แฟนสาวของ เสี่ยเอ็ม ได้เดินทางเข้าให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สถานีตำรวจนครบาลสายไหม พร้อมเผยว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างรอผลตรวจร่างกายจากทางโรงพยาบาลคาดว่า จะได้ภายใน 1 สัปดาห์ นอกจากนี้ยังมีการแจ้งข้อกล่าวเพิ่มเติมในเรื่องของการยืมเงินที่ เสี่ยเอ็ม ยืมไปร่วม 150,000 บาท แต่ยังไม่คืน

ด้าน พันตำรวจเอกธนกรณฑ์ ก้อนแก้ว ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลสายไหม เปิดเผยว่า ทางเสี่ยเอ็มได้มีการติดต่อมาเพื่อขอเวลา 1 สัปดาห์ ก่อนจะเดินทางมาเข้าพบเจ้าหน้าที่ด้วยตนเอง โดยให้เหตุผลว่าขอเวลาเพื่อตั้งหลักก่อน ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ยืนยันว่าคงทำไม่ได้ เนื่องจากทางผู้เสียหายได้ให้ปากคำเพิ่มเติมต่อพนักงานสอบสวนเสร็จเรียบร้อยแล้ว

ทั้งนี้ คาดว่า พนักงานสอบสวนกำลังจะส่งหมายเรียกตัว เสี่ยเอ็ม และหากส่งหมายเรียกไป 2 ครั้ง แล้วยังไม่มาพบ ก็จะมีการออกหมายจับต่อไป โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการแจ้งข้อกล่าวหา เสี่ยเอ็ม ในข้อหาทำร้ายร่างกายจนทำให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บรวมถึงจะมีการดำเนินคดีทำร้ายร่างกาย ในพื้นที่ สน.คลองตัน ที่ เสี่ยเอ็ม ได้เคยก่อไว้เมื่อปี 2557

ตำรวจบุกค้นบ้านหรู ย่านราม174 ยึดยาบ้ากว่า 4 ล้านเม็ด ไอซ์ 30 โล

ตำรวจปราบปรามยาเสพติด สนธิกำลังค้นบ้านพักย่านรามคำแหง ยึดยาเสพติดจำนวนมาก พร้อมจับกุมผู้ดูแลได้ 1 คน สารภาพ ได้ค่าจ้างดูแลและกระจายยาเสพติด ครั้งละ 2 แสนบาท

วันนี้(25 ก.ค.) ตำรวจปราบปรามยาเสพติด พร้อมด้วยตำรวจสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ 191 และเจ้าหน้าที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด สนธิกำลังเข้าตรวจค้นบ้านพัก 2 ชั้น ในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ซอยรามคำแหง 175 หลังพบเป็นที่พักยาเสพติดจำนวนมาก โดยจากการตรวจค้นพบยาบ้ากว่า 4 ล้านเม็ด ไอซ์กว่า 30 กิโลกรัม / เคตามีนกว่า 5 พันขวด / เฮโรอีนกว่า 4 กิโลกรัม ถูกเก็บไว้ในลังบรรจุภัณฑ์อย่างมิดชิด พร้อมจับกุม นายธีระพงษ์ สวนแย้ม อายุ 27 ปี ที่ทำหน้าที่ดูแลยาเสพติดดังกล่าวได้ด้วย

พล.ต.ต.วุฒิพงศ์ เพ็ชรกำเหนิด ผู้บังคับการตำรวจปราบปรามยาเสพติด 3 ระบุว่า จากการสืบสวนทราบว่า นายธีระพงษ์ เช่าบ้านหลังนี้ มานานกว่า 9 เดือน ค่าเช่าเดือนละ 25,000 บาท เพื่อใช้เป็นที่พักยาเสพติด ก่อนจะนำยาเสพติดไปส่งให้กับผู้ซื้อตามจุดต่างๆ โดยตำรวจสามารถจับกุม นายธีระพงษ์ ได้ขณะกำลังนำยาบ้าไปส่งในพื้นที่ใกล้เคียงกับบ้านพัก โดยใช้รถยนต์หรูเป็นพาหนะ ซึ่งจะได้ค่าจ้าง ครั้งละ 2 แสนบาท ทำมาแล้ว 5 ครั้ง ขณะที่เชื่อว่ายาเสพติดเหล่านี้มาจากภาคเหนือ ถูกส่งมาเก็บไว้ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เพื่อรอการกระจายออกตามพื้นที่ต่างๆ

ทั้งนี้ ตำรวจอยู่ระหว่างขยายผลเครือข่ายผู้ร่วมขบวนการ ผู้ให้เช่าบ้าน รวมทั้งยังต้องตรวจสอบข้อมูลการใช้โทรศัพท์ เพื่อหาความเชื่อมโยงกับผู้กระทำความผิดที่เกี่ยวข้องทั้งหมด