อุตุเตือน!! พายุโซนร้อน “เซินกา” เคลื่อนตัว ชี้น้ำมาแน่!!

กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศเตือนพายุโซนร้อน “เซินกา” (SONCA) บริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน

วันนี้ (24 ก.ค. 60) พายุโซนร้อน “เซินกา” (SONCA) บริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน มีศูนย์กลางอยู่ห่างประมาณ 350 กิโลเมตรทางตะวันออกของเมืองวิญ ประเทศเวียดนาม หรือที่ละติจูด 17.2 องศาเหนือ ลองจิจูด 111.2 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลาง ประมาณ 65 กม./ชม. พายุนี้กำลังเคลื่อนที่ทางตะวันตกอย่างช้าๆ

คาดว่าจะเคลื่อนขึ้นฝั่งประเทศเวียดนามในพรุ่งนี้ (25 ก.ค. 60) และจะอ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชันและหย่อมความกดอากาศต่ำ ก่อนเคลื่อนผ่านประเทศลาว ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน และภาคเหนือ ตามลำดับ ลักษณะเช่นนี้ส่งผลทำให้ประเทศไทยตอนบนจะมีฝนตกชุกหนาแน่น กับมีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่ โดยมีพื้นที่ได้รับผลกระทบตามภาคต่างๆ ดังนี้

ในช่วงวันที่ 25-26 กรกฎาคม 2560

ภาคเหนือ: บริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ สุโขทัย พิษณุโลก และ เพชรบูรณ์

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จังหวัดหนองคาย บึงกาฬ อุดรธานี หนองบัวลำภู ขอนแก่น ชัยภูมิ นครราชสีมา สกลนคร นครพนม กาฬสินธุ์ มุกดาหาร อำนาญเจริญ ยโสธร สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี

ภาคตะวันออก: จังหวัดปราจีนบุรี สระแก้ว ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด ในช่วงวันที่ 27-28 กรกฎาคม 2560

ภาคเหนือ: บริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน สุโขทัย กำแพงเพชร และ ตาก

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: บริเวณจังหวัดเลย หนองบัวลำภู ชัยภูมิ และนครราชสีมา

สำหรับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนจะมีกำลังแรงขึ้น โดยจะมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 24-29 ก.ค. 60 ไว้ด้วย

จึงขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักถึงหนักมากและฝนตกสะสม อาจทำให้เกิด “น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง”  

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : กรมอุตุนิยมวิทยา

จับทางถูก!! หนุ่มสิงห์บุรี เลี้ยงปูนาโกยเงินล้านต่อเดือน

หนุ่มสิงห์บุรีทิ้งงานประจำมาดูแลพ่อป่วย ใช้งบที่เหลือเลี้ยงปูนาสร้างรายได้หลักล้านบาทต่อเดือน

หลังจากผู้ที่เป็นพ่อ พลัดตกต้นไผ่!! ความสูงเกือบ 2 เมตร แถมแม่ก็ป่วย!! ทำให้ ปานศิริ ปาดกุล หรือ “ตูมตาม” ลูกชายคนเดียวในวัยเพียง 22 ปี ต้องกลายเป็นเสาหลักหาเลี้ยงครอบครัว เคยลำบากแม้กระทั่งไม่มีเงินซื้อข้าวสารกิโลกรัมละ  33 บาท เคยเป็นหนี้นอกระบบ ต้องทำสารพัดอาชีพ แต่สุดท้าย…จับทางถูก

” หันมาเลี้ยงปูนา บังคับผสมพันธุ์ปีละ 3 ครั้ง ส่งขายร้านอาหาร บางเดือนสร้างรายได้หลักล้านบาท!! “

ตูมตาม เล่าว่า หลังจบปริญญาตรี คณะรัฐประศาสนศาสตร์ ทำงานที่แรกในแผนกบัญชีบริษัทแห่งหนึ่ง จากนั้นย้ายไปอยู่โรงงานผลิตอะไหล่โทรศัพท์มือถือที่จังหวัดปทุมธานี ทำงานประจำได้ราว 5 เดือน ก็ลาออก เพราะต้องกลับบ้านเกิดที่จังหวัดสิงห์บุรีไปดูแลพ่อซึ่งประสบอุบัติเหตุขาหัก เดินไม่ได้

“ผมทำงานประจำ รับเงินเดือน 2 หมื่นบาท อยู่ราว 5 เดือน พอรู้ว่าพ่อในวัย 60 ปี ประสบอุบัติเหตุตกต้นไผ่ความสูงกว่า 2 เมตร ก็เลือกที่จะลาออก แล้วกลับบ้านมาดูแล พร้อมกับแบ่งเบาภาระบุพการี ด้วยการเป็นเสาหลักหารายได้เลี้ยงปากท้อง 3 คน”

ทว่าผ่านไปซักระยะ เงินเก็บเริ่มไม่พอต้องไปกู้เงินทั้งในระบบและนอกระบบ  เนื่องจากพ่อเดินไม่ได้ ต้องกินอาหารผ่านสายยางอยู่ 5 เดือน แม่ก็ป่วย ขณะที่ทั้งบ้านเหลือเงินเพียง 1,000 บาท

เงินติดตัวเพียง 1,000 บาทสุดท้าย เด็กหนุ่มใช้วิธีนำไปลงทุน “ขายไก่ย่าง หมูปิ้ง” เจ้าตัว บอกว่า ขายดี พอมีรายได้มาหล่อเลี้ยงครอบครัว  แต่จู่ๆ ขายไปสักระยะเริ่มมีคู่แข่งมากขึ้น หนที่สุดจำต้องเลิกขาย แล้วหันมาใช้วิธี “พรีออเดอร์สินค้าผ่านเฟซบุ๊ก กินกำไรส่วนต่าง

ตูมตาม เล่าว่า รายได้จากการพรีออเดอร์สินค้าจำพวกอาหารสดค่อนข้างดี มีเงินหมุนเวียนในครอบครัวแต่ละเดือนเป็นหมื่น แต่นานวันอยากหาความยั่งยืนให้กับชีวิต และแล้วจู่ๆ ก็คิดเลี้ยงปูนาขึ้นมา

“ในตลาดมีคนรับพรีออเดอร์สินค้ามากขึ้น ผมเลยคิดว่าอยากจะขยับขยายหาอาชีพอื่นที่มั่นคงกว่า ประกอบกับส่วนตัวชอบกินปูนามาก (ปูที่ใส่ส้มตำ) เคยไปหาตามท้องนา 5-6 ชั่วโมง ไม่สามารถหาได้ เลยเกิดความคิด จะเลี้ยงขาย”

ด้วยความชอบกินปูนา ตูมตาม บอกว่า ใช้เงินเก็บที่มีอยู่จากการรับพรีออเดอร์สินค้า 2 หมื่นบาท ลงทุนเลี้ยงปูนาในบ่อปูน บนที่ดินที่มีอยู่ 1ไร่ 44 ตารางวา  สั่งปูนา คละไซซ์มาจากหลายจังหวัด ครั้งแรกราว 4 ตัน

การเลี้ยงปูนาครั้งแรกของตูมตามนั้นไม่สำเร็จ ตายหมดเลย 4 ตัน  เนื่องจากว่าเลี้ยงในบ่อปูน ซึ่งมีความเย็น อีกทั้งใส่น้ำประปาลงไปอีกมีคลอรีน ปูนาปรับสภาพไม่ทัน ตายเกลี้ยง

แต่ด้วยความไม่ยอมแพ้ และกลับไปหาข้อมูลเพิ่มเติม คราวนี้ตูมตามสั่งปูนามาเลี้ยงอีกครั้ง แต่เขาพัฒนาด้วยการเลือกซื้อพ่อแม่พันธุ์ปูนามาเลี้ยงแทนการซื้อตัวเล็ก เพราะปูนาตัวเล็กจะบอบบางตายง่ายกว่าพ่อแม่พันธุ์ ปัจจุบันเลี้ยงปู 2 สายพันธุ์  คือ ปูนาธรรมดา ตัวจะมีขนาดเล็ก และ ปูนาพันธุ์กำแพง ตัวใหญ่ รสชาติมัน

  • สำหรับวิธีการเลี้ยง เจ้าของฟาร์ม บอกเส้นทางเศรษฐีว่า หลังจากได้ปูนาพ่อแม่พันธุ์มาแล้ว ให้เลี้ยงในบ่อดินเหนียว ใส่น้ำให้ดินแฉะๆ สร้างบรรยากาศตามธรรมชาติ เลี้ยงต่อไป จนปูนาเริ่มกินอาหารได้เอง ประมาณ 5 วัน ค่อยย้ายไปอยู่บ่อปูน บ่อปูนที่ใช้เลี้ยงปู มี 70 บ่อ ขนาดบ่อละ 2×3 เมตร 1 บ่อเลี้ยงปูได้ประมาณ 10,000 ตัว
  • การให้อาหาร สำหรับพ่อแม่พันธุ์ เจ้าของฟาร์ม จะให้อาหารวันละ 2 มื้อ ช่วงเช้ามืด และช่วงค่ำ เป็นอาหารปลาดุกเม็ดเล็กโปรตีน 32 หรือจะเสริมด้วยรำข้าวก็ได้ วางตามพื้นดิน เมื่ออาหารเม็ดโดนน้ำและดินก็จะละลาย ช่วงกลางคืนและช่วงเช้ามืด ปูนาจะออกมากิน ส่วนอาหารของลูกปูนาลงเดิน จนถึงอายุ 3 เดือน เป็นไข่แดงต้มสุก ให้อาหารวันละ 1 มื้อช่วงเช้า
  • สำหรับเทคนิคบังคับผสมพันธุ์ปีละ 3 ครั้ง ตูมตามเผยว่า โดยปกติปูนาจะออกลูกเพียงปีละ 1 ครั้ง ช่วงประมาณต้นเดือนพฤษภาคม-มิถุนายนแต่เพื่อให้มีปูจำหน่ายตลอดทั้งปี ผมบังคับให้ปูผสมพันธุ์และออกลูกได้ปีละ 2-3 ครั้ง วิธีการคือ หลังจากปูนาออกลูกไปแล้วในช่วงฤดูฝน ให้ปล่อยดินแห้งแตกระแหง  จากนั้นให้ฉีดน้ำเข้าไปเต็มที่ ทำให้ปูนาคิดว่าเข้าฤดูฝนอีกครั้งก็จะออกมาผสมพันธุ์กันเอง
  • ด้านการตลาด เด็กหนุ่มคนเมืองสิงห์ บอกเส้นทางเศรษฐีว่า ขายทั้งปูสด ปูดอง และนำปูมาแปรรูปเป็นน้ำพริกเผา กะปิปู ส่งขายร้านอาหาร บางเดือนสร้างรายได้หลักล้านบาท

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก : sentangsedtee  , StoriesTh

ชื่นชม! สองเด็กหญิงใช้วันหยุดเก็บลำไยหาเงินเรียน

ชื่นชม! สองเด็กนักเรียนชั้นประถมศึกษา ใช้เวลาวันหยุดเรียนช่วยผู้ปกครองเหมารับจ้างเก็บลำไย หาเงินเป็นค่าเล่าเรียน

วันนี้ 24 ก.ค. 60 ผู้สื่อข่าว จ.เชียงใหม่ รายงานว่าที่สวนลำไยบ้านห้วยม่วงฝั่งซ้าย ต.แม่สอย อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ นายมงคล พวงทอง พ่อค้ารับซื้อลำไยได้นำคนงานรวมกว่า 20 คน เร่งเก็บเกี่ยวผลผลิตลำไยในสวนดังกล่าวที่ได้ซื้อเหมาจากเจ้าของสวน เพื่อนำไปส่งให้กับล้งรับซื้อลำไยของนายทุนชาวจีนรายหนึ่งใน อ.จอมทอง

โดยในกลุ่มคนงานมีนายเช อวย ชาวบ้าน อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน ได้นำบุตรสาวสองคนคือ ด.ญ.ประภาวดี วชิระกูล หรือ น้องยา อายุ 10 ขวบ เรียนอยู่ชั้น ป.3 โรงเรียนบ้านสบแจ่มฝั่งซ้าย และ เด็กหญิง ดวงกมล วชิระกูล อายุ 10 ขวบ เรียนอยู่ ป.4 โรงเรียนชุมชนบ้านท่าข้ามใต้ อ.ฮอด จ.เชียงใหม่ มาช่วยเก็บลำไยซึ่งทั้งสองใช้เวลาว่างจากวันหยุดเสาร์อาทิตย์มาช่วยผู้ปกครองเก็บลำไยใส่ตะกร้า ซึ่งเด็กทั้งสองต่างก็ทำได้เก่งและคล่องแคล่วไม่แพ้ผู้ใหญ่ แถมยังมีความละเอียดแม่นยำ เนื่องจากการคัดลำไยใส่ตะกร้าต้องใช้ความละเอียดในการคัดแยกขนาดลำไยให้ได้น้ำหนัก 11.5 กิโลกรัม

จากการสอบถามเด็กหญิงทั้งสองคนบอกว่ามารับจ้างช่วยผู้ปกครองเก็บลำไยประมาณ 4 สัปดาห์แล้ว แต่ละวันจะได้ค่าแรงเฉลี่ย 300-400 บาท เงินค่าแรงที่ได้จะเก็บออมใช้เป็นค่าเล่าเรียน พร้อมบอกด้วยว่าการมารับจ้างทำให้รู้คุณค่าของเงินที่ไม่ได้หามาง่าย ๆ โดยตั้งใจจะใช้เวลาวันหยุดติดตามผู้ปกครองไปเก็บลำไยจนกว่าจะหมดฤดูเก็บเกี่ยวในเดือนสิงหาคมนี้