บินรบจีนไฟลุกไหม้ หลังชนนกระหว่างฝึก โชคดีนำเครื่องลงจอดปลอดภัย

นกชนเครื่องขับไล่ J-15 ไฟลุก นักบินจีนเกือบต้องสละเครื่อง แต่สุดท้ายลงจอดปลอดภัย

เมื่อวันที่ 21 ส.ค. 60 ที่ผ่าน เพจ CCTV ได้มีการเผยแพร่คลิปนาทีระทึก ขณะเครื่องบินรบของจีนลำหนึ่ง เกิดไฟไหม้เครื่องยนต์ หลังชนเข้ากับฝูงนกขณะทำการฝึก โชคดีที่นักบินมีสติและสามารถนำเครื่องลงได้อย่างปลอดภัย แม้ว่าเขาจะบินวนอยู่ 3 รอบก็ตาม

โดยคลิปได้เผยให้เห็นภาพของฝูงบินขับไล่ เจ-15 ของจีน  ได้ขึ้นบินเพื่อทำการฝึก แต่เมื่อเวลาผ่านไปแค่ประมาณนาทีเศษ นักบินรายหนึ่งได้มีการแจ้งไปยังศูนย์บังคับการบินว่าเกิดปัญหาที่เครื่องยนต์ เขาต้องนำเครื่องลงเป็นการด่วน ซึ่งระหว่างที่นำเครื่องลงจอดสำเร็จ เหตุการณืไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เมื่อเครื่องยนต์ของเครื่องบินเกิดไฟลุกไหม้ ทำให้เจ้าหน้าที่ดับเพลิงที่มารอสแตนด์บายอยู่ ต้องช่วยกันฉีดน้ำสกัดไฟไม่ให้ลุกลาม โดยใช้เวลาไม่กี่นาทีจึงสามารถควบคุมได้

ด้าน  หยวน เว่ย ซึ่งเป็นนักบินของเครื่องบินรบลำดังกล่าวเผยหลังเหตุระทึกว่า  ที่จริงในคู่มือสามารถให้เขาสละเครื่องได้หากเสียการควบคุม แต่เขาคิดว่าสถานการณ์ไม่น่าจะเลวร้ายถึงขั้นนั้น จึงใช้สติคุมเครื่องให้ลงจอดได้อย่างปลอดภัย แม้ว่าตอนแรกเขาก็รู้สึกกลัวและสิ้นหวังโดยมือขวาเขาได้จับห่วงชูชีพเอาไว้เตรียมดีดตัวออกจากเครื่องแล้วก็ตาม

ภรรยาอดีตนักบอล ร้องทนายรื้อคดี หลังศาลตัดสินจำคุกแหกด่านตรวจ เชื่อสามีเป็นแพะ

ภรรยาอดีตนักบอลศรีษะเกษ ร้องสภาทนายความ ช่วยรื้อคดี หลังถูกศาลตัดสินจำคุกกรณีแหกด่านตรวจตำรวจ เชื่อสามีตกเป็นแพะ

นางอัจฉริญาวดี เขื่อนคำ ภรรยาของ นายปรีชา เขื่อนคำ อดีตนักฟุตบอลสโมสร ศรีสะเกษ เอฟซี ที่ถูกศาลตัดสินจำคุกกรณีแหกด่านตรวจตำรวจ สภ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี เหตุเกิดเมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2557 เดินทางเข้าพบ สภาทนายความเพื่อร้องขอให้ช่วยเหลือเรื่องการรื้อฟื้นคดี หลังสามีถูกศาลอุทธรณ์ตัดสินดำเนินคดีในข้อหา ครอบครองอาวุธปืน พกพาอาวุธปืนไปในที่สาธารณะ ครอบครองยาเสพติด และแหกด่านตรวจเจ้าหน้าที่ เป็นเวลา 3 ปี 6 เดือน

โดย นางอัจฉริญาวดี ระบุว่า หลังศาลตัดสิน ตนเองไม่เชื่อว่าสามีเป็นผู้กระทำความผิด จึงไปสืบหาพยานหลักฐานด้วยตนเองและพบข้อมูลว่า วันเกิดเหตุสามีนั่งดื่มสังสรรค์กับเพื่อนอยู่ที่ จ.ศรีสะเกษ พร้อมมีการถ่ายรูปโพสต์เฟสบุ๊ค ไม่ได้เดินทางไปที่ จ.อุบลราชธานี และพบข้อมูลจากเจ้าของรถกระบะคันก่อเหตุว่า วันดังกล่าวมีบุคคลชื่อนายหวานเป็นคนยืมรถไปขับ

ส่วนที่พบบัตรประชาชนของสามีในกระเป๋าที่รถกระบะโยนทิ้งนั้น เชื่อว่า อาจจะถูกนำมาจากรถเก๋งคันที่ถูกขายต่อไปให้กับภรรยาของนายหวาน โดยวันนี้ได้นำเอกสารคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ เอกสารทะเบียนรถยนต์คันก่อเหตุ รายชื่อพยานที่เป็นเจ้าของรถคันก่อเหตุ รายชื่อพยานที่ยืนยันตัวของสามีว่าขณะเกิดเหตุอยู่ที่ จ.ศรีสะเกษ มามอบให้กับสภาทนายความเพื่อพิจารณา

หนุ่มพิการ ร้องสภาทนาย หลังโดนคดียาเสพติด เผยรับสารภาพเพราะทนายแนะ ไม่ได้ทำ

หนุ่มพิการทางสายตาร้องสภาทนายความ หลังถูกดำเนินคดียาเสพติด พร้อมยอมรับว่ารับสารภาพเพราะทนายแนะนำ ทั้งที่ตนไม่ได้ทำ

วันนี้(22 ส.ค.) นายสามารถ สุขสุด อายุ 39 ปีพร้อมญาติ เข้าร้องเรียนสภาทนายความให้ช่วยเหลือด้านคดี หลังถูกศาลตัดสินในคดีเสพยาเสพติด ครอบครองและจำหน่ายยาเสพติดโดยผิดกฎหมาย เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา

นายสามารถ ระบุว่า ตนป่วยและเป็นผู้พิการทางสายตา โดยปกติจะอยู่บ้านที่ จ.อุทัยธานีเพียงคนเดียวและแม่จะเป็นผู้นำอาหารมาให้กิน ซึ่งเมื่อเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว มีรุ่นน้องที่เคยรู้จักกันบวชเป็นพระในวัดแห่งหนึ่ง ได้มาเยี่ยมตนที่บ้านพร้อมกับลูกศิษย์วัด และตนได้บอกว่ามีอาการปวดหลัง จากนั้นอีก 2 วัน พระรูปนั้นได้กลับมาอีกครั้งพร้อมกับนำอาหารและยาที่อ้างว่าแก้ปวดหลังมาฝาก หลังจากนั้นได้มีตำรวจมาที่บ้าน ตรวจปัสสาวะพบเป็นสีม่วง จึงเพิ่งทราบว่าเป็นยาเสพติด และจับกุมตนไปทำบันทึกจับกุม

นายสามารถ เล่าต่อว่า แม่จึงจ้างทนายเป็นเงิน 4 หมื่นบาทว่าความให้ แต่ทนายระบุค่าดำเนินการเพิ่มรวมจ่ายไปทั้งหมด 6 หมื่นบาท ก่อนจะให้ตนรับสารภาพ โดยอ้างว่าศาลจะตัดสินให้รอลงอาญา แต่ก็ถูกสั่งจำคุก4ปี 9เดือน ก่อนจะประกันตัวเป็นเงิน 4 หมื่นบาท ออกมาเพื่อมาร้องสภาทนายความ