พบศพชายถูกฆ่าโบกปูน คาดเสียชีวิตไม่น้อยกว่า 10 วัน ตร.เร่งตามหาญาติ

พบศพชายถูกฆ่าโบกปูน คาดว่าจะเสียชีวิตไม่น้อยกว่า 10 วัน ตำรวจเร่งตามหาญาติ เบื้องต้นเจ้าหน้าได้มอบศพให้กู้ภัยกันตัง นำศพไปตรวจหาสาเหตุการตาย และตรวจสอบดีเอ็นเอยืนยันตัวบุคคล

วันที่ 20 สิงหาคม 2560 เวลา 12.30 น. พ.ต.ต.มนตรี ไชยมล สารวัตร(สอบสวน) สภ.กันตัง เปิดเผยว่า เมื่อเวลา 09.30 น. รับแจ้งจากผู้พบเห็นศพลอยน้ำในแม่น้ำตรัง บริเวณหน้าแพขนานยนต์ หมู่ที่ 4 ต.บ่อน้ำร้อน อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง จึงเดินทางไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยกันตัง

จากการตรวจสอบพบผิวหนังหลุดลอก สวมเสื้อยืดสีฟ้า ด้านหน้าและด้านหลังเสื้อ มีอักษรภาษาอังกฤษ www.woodworkgroup.co.th นุ่งกางเกงแบบมีสายรัด อวัยวะบางส่วนหลุดหายไปจากศพ มีคราบปูนตามร่างกาย และยังพบบาดแผลที่ราวนมซ้าย ลักษณะถูกแทง และบริเวณกกหูซ้ายกะโหลกร้าว ซึ่งจากสภาพศพคาดว่าจะเสียชีวิตไม่น้อยกว่า 10 วัน

สอบถามชาวบ้านทั่วไปในละแวกที่พบศพก็ไม่มีใครรู้จัก จึงได้ประสานหัวหน้าสถานีตำรวจใน จ.ตรัง ตรวจสอบการรับแจ้งบุคคลสูญหายในพื้นที่ เพื่อประสานสืบสวนสอบสวนทางคดีต่อไป ทั้งนี้คาดว่าผู้ตายอาจทำงานอยู่ที่บริษัทไม้ยางพาราบริษัทใดบริษัทหนึ่ง ซึ่งตั้งอยู่ในจังหวัดตรัง โดยจะดำเนินการประสานขอข้อมูลลูกจ้างที่สูญหายต่อไป

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มอบศพให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยกันตัง เพื่อนำศพไปตรวจหาสาเหตุการตาย และตรวจสอบดีเอ็นเอยืนยันตัวบุคคล ในวันพรุ่งนี้ (21 ส.ค.) ที่ รพ.สงขลานครินทร์

ด้าน นายวิฑูรย์ วรรณา หัวหน้าหน่วยกู้ภัยกันตัง กล่าวว่า หลังจากชาวบ้านแจ้งพบศพลอยน้ำก็นำเรือของหน่วยฯ ลงไปลากศพกลับขึ้นฝั่งที่บ้านท่าส้ม ตำบลบ่อน้ำร้อน อำเภอกันตัง ซึ่งใช้เวลาประมาณกว่า 1 ชม. ในการดำเนินการ ก่อนนำให้แพทย์รพ.กันตัง ตรวจสอบ เบื้องต้นยังไม่ทราบสัญชาติว่าเป็นคนไทยหรือแรงงานต่างด้าว ส่วนปูนที่ใช้โบกคาดว่าเพื่อปกปิดกลิ่นของศพ

เรียกร้องถอนแจ้งความนักวิชาการ ม.เชียงใหม่ จากคดีชุมนุมเกิน 5 คน

เครือข่ายนักวิชาการ ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้ถอนแจ้งความนักวิชาการ ม.เชียงใหม่ จากคดีชุมนุมเกิน 5 คน

เครือข่ายนักวิชาการ 301 คนจากมหาลัยทั้งไทยและต่างชาติ ออกแถลงการณ์ดังนี้ 1. ถอนการแจ้งความ ดร.ชยันต์ วรรธนะภูติ, นางสาวภัควดี วีระภาสพงษ์, นายชัยพงศ์ สำเนียง, นายธีรพล บัวงาม และนายนลธวัช มะชัย จากข้อกล่าวหาชุมนุมเกิน 5 คน ในการจัดประชุมทางวิชาการที่มีนักวิชาการจากทั่วโลกเข้าร่วมประชุม

พร้อมให้รื้อฟื้นความเชื่อมั่นและบรรยากาศในการแลกเปลี่ยนเพื่ออนาคตของสังคมไทย และยุติการคุกคามเสรีภาพทางวิชาการรวมถึงเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น โดยให้ยกเลิกคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 3/2558

แถลงการณ์กรณีการออกหมายเรียกคณะผู้จัดงานและผู้เข้าร่วมการประชุมวิชาการไทยศึกษานานาชาติครั้งที่ 13

จากกรณีที่รองผู้บัญชาการกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยจังหวัดเชียงใหม่ ได้แจ้งความกับสถานีตำรวจภูธรช้างเผือก อ.เมือง จ.เชียงใหม่ และสถานีตำรวจภูธรช้างเผือกได้ออกหมายเรียกให้ผู้จัดการประชุมและผู้เข้าร่วมประชุมวิชาการไทยศึกษานานาชาติ ครั้งที่ 13 ให้ไปรับทราบข้อกล่าวหาฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 3/2558 เรื่องการมั่วสุมหรือชุมนุมทางการเมือง ณ ที่ใดๆ ที่มีจำนวนตั้งแต่ห้าคนขึ้นไป โดยไม่ได้รับอนุญาตจากหัวหน้า คสช. หรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย

ข้าพเจ้าทั้งหลายผู้มีรายชื่อท้ายแถลงการณ์ฉบับนี้ ยืนยันว่า การประชุมวิชาการไทยศึกษานานาชาติ ถือเป็นเวทีวิชาการหลักที่ทำให้เกิดแลกเปลี่ยนองค์ความรู้เกี่ยวกับไทยศึกษาทั้งในด้านภาษาศาสตร์ เศรษฐกิจ สังคม การเมือง รวมไปถึงอนาคตของสังคมไทยท่ามกลางความท้าทายของโลกโลกาภิวัตน์ การจัดประชุมวิชาการไทยศึกษาจะจัดขึ้นทุก 3 ปี และในการประชุมแต่ละครั้ง มีนักวิชาการทั้งจากในประเทศและระหว่างประเทศมาร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาสังคมไทย

สำหรับการประชุมครั้งนี้ มีนักวิชาการจากทั่วโลกเข้าร่วมการประชุมมากกว่า 1,000 คน พร้อมกับหัวข้อการประชุมกว่า 200 หัวข้อ มีกิจกรรมควบคู่ไปกับการสัมมนา อาทิ การออกร้านหนังสือ ภาพยนตร์สารคดี การแสดงนิทรรศการ เป็นต้น ซึ่งถือว่าสามารถสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้และแลกเปลี่ยนเพื่ออนาคตของประเทศไทยอย่างยิ่ง การถือป้ายมหาวิทยาลัยไม่ใช่ค่ายทหารเป็นกิจกรรมเล็กน้อยที่เป็นเพียงการสื่อสารถึงความไม่เหมาะสมของการแทรกตัวของเจ้าหน้าที่ความมั่นคงในการสัมมนาเท่านั้น

โดยนัยนี้ การออกหมายเรียกผู้จัดการประชุมและผู้เข้าร่วมในข้อกล่าวหาฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 3/2558 เรื่องการมั่วสุมหรือชุมนุมทางการเมือง จึงไม่สมเหตุสมผล ก่อให้เกิดการคุกคามเสรีภาพทางวิชาการและเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น ซึ่งก่อให้เกิดการทำลายบรรยากาศของสังคมในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้เพื่อสังคมไทยในอนาคตเป็นอย่างมาก

ด้วยเหตุนี้ข้าพเจ้าทั้งหลายผู้มีรายชื่อท้ายแถลงการณ์ฉบับนี้ จึงขอเรียกร้องให้

1. ถอนการแจ้งความกล่าวหา ดร.ชยันต์ วรรธนะภูติ นางสาวภัควดี วีระภาสพงษ์ นายชัยพงศ์ สำเนียง นายธีรพล บัวงาม และนายนลธวัช มะชัย โดยทันที

2. รื้อฟื้นความเชื่อมั่นและบรรยากาศในการแลกเปลี่ยนเพื่ออนาคตของสังคมไทย ยุติการคุกคามเสรีภาพทางวิชาการและเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น โดยยกเลิกคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 3/2558

ทั้งนี้ การแลกเปลี่ยนถกเถียงเพื่อกำหนดอนาคตควรเป็นสิทธิที่ทุกคนสามารถมีส่วนร่วม มิได้ถูกผูกขาดหรือจำกัดสิทธิโดยกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งด้วยความสมานฉันท์

ฟ้าหญิงฯ รับสั่งจัดแพทย์ดูแลประชาชนที่เดินทางมากราบพระบรมศพ

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ทรงมีรับสั่งจัดหน่วยแพทย์พระราชทาน ดูแลประชาชนที่เดินทางมากราบถวายบังคมพระบรมศพ

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ และพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์ ทรงห่วงใยในพสกนิกรที่เดินทางมากราบถวายบังคมพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงมีรับสั่งให้จัดตั้งเต้นท์หน่วยแพทย์พระราชทาน 906 ภายในท้องสนามหลวง ตรงข้ามศาลฎีกา เพื่อดูแลสุขภาพประชาชนเป็นประจำทุกวัน

โดยวันนี้ทาง รพ.เจ้าพระยา ได้จัดบุคลากรร่วมให้บริการประชาชนที่มีปัญหาด้านสุขภาพตลอดทั้งวัน ประกอบด้วย แพทย์ 1 คน พยาบาล 2 คน เภสัชกร 1 คน และบุคลากรด้านอื่นๆ รวม 9 คน เบื้องต้นวันนี้ประชาชนส่วนใหญ่มาขอรับบริการ เกี่ยวกับ มีอาการเป็นลม เป็นหวัด ท้องเสีย และเลือดกำเดาไหล

ด้าน คุณกิริยา เจริญพร พยาบาลวิชาชีพ รพ.เจ้าพระยา แนะนำว่า ให้ทานข้าวให้อิ่มท้อง และพักผ่อนให้เพียงพอ รวมถึงให้พกลูกอมติดตัวไว้