ใบสั่งแบบใหม่ ทันสมัยมากขึ้น เพิ่มบาร์โค้ดสะดวกในการจ่าย

รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แจงแบบใบสั่งตำรวจจราจรปรับปรุงใหม่ ทันสมัยสากล เพิ่มบาร์โค้ดสะดวกในการชำระค่าปรับ

พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ตามที่เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ข้อกำหนดเจ้าพนักงานจราจรทั่วราชอาณาจักร เรื่องกำหนดแบบใบสั่งของเจ้าพนักงานจราจรหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ และใบรับแทนใบอนุญาตขับขี่ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๖๐ ซึ่งลงนามโดย พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. นั้น ได้มีการปรับปรุงแก้ไขเพิ่มเติม

โดยแบบที่ ๑ คือ แบบใบสั่งของเจ้าพนักงานจราจร หรือพนักงานเจ้าหน้าที่ และใบรับแทนใบอนุญาตขับขี่  และแบบที่ ๓ คือ แบบใบสั่งของเจ้าพนักงานจราจรหรือพนักงานเจ้าหน้าที่แบบส่งทางไปรษณีย์  โดยทั้ง ๒ แบบเป็นการปรับปรุงเนื้อหาเพิ่มเติมข้อความภาษาอังกฤษให้มีความทันสมัยสากล เพิ่มคำเตือน เพิ่มการปฏิเสธการกระทำความผิดตามใบสั่ง มีหมายเลขบาร์โค๊ดเพื่อเพิ่มความสะดวกในการชำระเงิน ตามสถานที่ที่มีเครื่องหมาย PTM (Police Ticket Management) เช่น ธนาคารกรุงไทย ตู้บุญเติม

การบันทึกมาตรการด้านคะแนน ของผู้ขับขี่ในการกระทำความผิดจราจรในใบสั่งจราจร รวมทั้งมีการระบุชื่อ-ยศ ของผู้ออกใบสั่งให้ชัดเจนขึ้น ซึ่งในส่วนของแบบส่งทางไปรษณีย์นั้น มีการย้ายรูปภาพการกระทำความผิด จากแต่เดิมอยู่มุมขวาบนย้ายมาด้านขวาล่าง อีกทั้งทำรูปให้มีขนาดใหญ่กว่าเดิม โดยจะมีผลบังคับใน ๑๒๐ วัน ในการปรับปรุงแก้ไขแบบใบสั่งครั้งนี้ ได้มีการนำเอาเทคโนโลยีมาปรับใช้ตามนโยบายของรัฐบาล

ทั้งนี้ ยังมีรูปแบบใบสั่งอีกหนึ่งแบบ ซึ่งเรียกว่าใบสั่งแบบอิเล็กทรอนิกส์ E-Ticket โดยยังอยู่ระหว่างการปรับปรุงและพัฒนา คาดว่าใช้เวลาอีกไม่นานจะสามารถใช้งานได้

‘ศานิตย์’ ลงตรวจเหตุไฟไหม้ CTW ชี้อาจเข้าข่ายประมาทเลินเล่อ

พล.ต.ท.ศานิตย์ ตรวจสอบความเสียหายไฟไหม้ร้านอาหารภายในห้างเซนทรัลเวิร์ด จ่อเรียกกุ๊กและพนักงานสอบ ชี้อาจเข้าข่ายประมาทเลินเล่อ

พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ลงพื้นที่ตรวจสอบความเสียหายเหตุไฟไหม้ห้องครัวของร้านอาหารฮั่วเซ่งฮง ชั้น 6 ฝั่งเซน ในห้างสรรพสินค้าเซนทรัลเวิล์ด ซึ่งพบว่ามีเตาใช้ประกอบอาหาร 3 – 4 หัว ที่ได้รับความเสียหายและมีคราบน้ำมันหยดจากฝ้าเพดานจำนวนหนึ่ง

ทั้งนี้ ผู้จัดการร้านที่เกิดเหตุ เล่าว่า ขณะเกิดเหตุที่กุ๊กประจำร้านกำลังทำอาหารประเภทผัดที่ใช้น้ำมันมาก ก็ได้เกิดเพลิงลุกไหม้ ไปที่ปล่องดูดควันด้านบนและลุกลามไปติดฝ้าเพดานก่อนที่เจ้าหน้าที่ดับเพลิงของห้างสรรพสินค้าเซนทรัลเวิล์ดจะเข้าควบคุมเพลิง

ด้าน ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล กล่าวว่า จากการสอบสวนสาเหตุหลักมาจากปล่องดูดควันเสีย ประกอบมีน้ำมันเวลาทำอาหารเข้าค้างในท่อจำนวนมาก ทำให้เมื่อมีการประกอบอาหารอีกจึงเกิดเพลิงลุกไหม้ ซึ่งมีน้ำมันที่ค้างอยู่ในปล่องดูดควันเป็นเชื้อเพลิง

อย่างไรก็ตาม เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจจะเรียกกุ๊กและพนักงานร้านมาสอบปากคำ เพราะเหตุดังกล่าวเข้าข่ายประมาทเลินเล่อ จนทำให้เกิดเพลิงไหม้ ทั้งนี้เหตุไฟไหม้ห้างสรรถพสินค้าเชนทรัลเวิล์ด ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการให้บริการโดยยังเปิดทำการตามปกติหลังเพลิงสงบแต่ปิดกั้นในส่วนของร้านอาหารดังกล่าวเพื่อรอให้ทางร้านปรับปรุงแก้ไขต่อไป