กลุ่มองค์กรสตรี เรียกร้องแก้ไขปัญหาคุกคามทางเพศในการทำงาน

กลุ่มเครือข่ายองค์กรสตรี เข้ายื่นหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เพื่อเรียกร้องให้มีมาตราการแก้ปัญหาการคุกคามทางเพศในที่ทำงาน

จากกรณีที่มีการแฉคลิปข้าราชการลวนลามบีบหน้าอกลูกจ้างสาวในที่ทำงาน พร้อมขู่หากขัดขืนจะไม่ต่อสัญญาจ้างงาน เนื่องจากลูกจ้างสาวทำสัญญาแบบปีต่อปี โดยโดนกระทำมานานตั้งแต่ปี 2557 ร้องเรียนไปก็ไม่ยอมเปลี่ยนแปลง จึงตัดสินใจร่วมมือกับเพื่อนร่วมงานที่ถูกกระทำคล้ายกันติดตั้งกล้องในห้องของหัวหน้างาน จนสามารถบันทึกภาพพฤติกรรมขณะลวนลามไว้ได้

ซึ่งในเวลาต่อมา นพ.โสภณ เมฆธน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ได้สั่งให้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงตามระเบียบราชการ และได้ย้ายหัวหน้างานที่อยู่ในคลิปไปยังสำนักงานสาธารณสุข อ.เมืองนนทบุรี ตั้งแต่วันที่ 8 ส.ค. ที่ผ่านมา และได้เข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อทำการสอบปากคำ โดยให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา และขอไปให้การในชั้นศาล เจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัว พร้อมสำนวนคดีส่งฟ้อง ซึ่งทางทนายความได้ยื่นเอกสารพร้อมเงินสดวงเงิน 200,000 บาท เพื่อขอประกันตัว

ล่าสุดวันนี้ (18 ส.ค. 60) เวลาประมาณ 11.00 น. นายจะเด็จ เชาวน์วิไล ผอ.มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล พร้อมด้วย องค์กรสตรี เครือข่ายที่ทำงานด้านคุ้มครองผู้ถูกกระทำ เครือข่ายรณรงณ์ยุติความรุ่นแรง กว่า 30 คน ได้นัดรวมตัวเข้ายื่นจดหมายเปิดผนึกถึง นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เพื่อเรียกร้องให้มีมาตราการแก้ปัญหาการคุกคามทางเพศในที่ทำงาน และสืบสาวว่า มีใครเกี่ยวข้องบ้าง ร่วมทั้งมีองค์กรที่เป็นกลางร่วมตรวจสอบ เพื่อความเป็นธรรม และป้องกันการเกิดข้อครหา

ทั้งนี้ นายจะเด็จ กล่าวว่า ทางมูลนิธิฯ อยากทราบความคืบหน้าของคดี พร้อมเสนอวิธีการแก้ปัญหา โดยทำความจริงให้ปรากฏ มีความเป็นกลาง โปร่งใส และให้ความเป็นธรรมกับผู้ถูกกระทำ ซึ่งขอให้มีการลงโทษที่เด็ดขาด หากเกิดลักษณะนี้อีก ร่วมทั้งกระบวนการเยียวยาเหยื่อ ตลอดจนมีการป้องกันแก้ไขการถูกแทรกแซง หรือคุกคาม

ด้าน นพ.ปิยะสกล เผยว่า ได้มีการเรียกตัวผู้เสียหายมาพูดคุยให้กำลังใจ พร้อมบอกให้พูดไปตามความจริงทุกอย่างไม่ต้องกลัว ไม่เข้าข้างคนผิดแน่นอน และดูแลเต็มที่สำหรับคดีนี้ ต้องยุติธรรม ส่วนตัวของผู้ก่อเหตุได้มีการสั่งย้ายเรียบร้อย หน่วยที่สั่งให้เขาย้ายไปก็มีแต่ผู้ชาย

แม่น้องพลอยร่ำไห้รับกระดูกลูก รับทำใจไม่ได้ เชื่อมีคนอื่นร่วมลงมือด้วย

แม่น้องพลอยร่ำไห้รับกระดูกลูกไปบำเพ็ญกุศล ยอมรับทำใจไม่ได้ เชื่อมีคนอื่นร่วมลงมือด้วย

วันที่ 18 ส.ค. 60 ที่สถาบันนิติเวชวิทยา นางพัชรี ปั้นทอง มารดาน้องพลอย เดินทางมารับกระดูก นางสาวพลอยริน ผลิผล หรือ น้องพลอย ผู้เป็นลูกสาว ที่ถูกนายพลกฤต วิเศษ อายุ 29 ปี อดีตทหาร ยศ ส.อ. สังกัดศูนย์การทหารปืนใหญ่ ค่ายพหลโยธิน จ.ลพบุรี อดีตแฟนหนุ่มอุ้มฆ่าเผาอำพรางศพ บริเวณป่าแห่งหนึ่งใน อ.แก่งคอย จ.สระบุรี เมื่อ 3 ปีก่อน

นางพัชรี ปั้นทอง มารดา กล่าวว่า ตนเชื่อว่ามีคนที่ร่วมกันทำร้ายน้องอีกแน่นอน ไม่เชื่อว่าทำคนเดียว ที่ผ่านมาได้คุยกับ นายพลกฤต เขาก็ขอโทษและกราบเท้าแม่บอกว่าไม่ได้ตั้งใจ และญาติขอไปงานสวดศพน้องด้วย แต่แม่ไม่อนุญาติ เพราะไม่อยากให้งานน้องวุ่นวาย

ส่วนเรื่องคดีความฝากตำรวจให้ช่วยเหลือ อย่าให้น้องตายฟรี เพราะเรื่องนี้ตนติดตาม เกาะติดมานานมาก แม่ตื่นมาก็ร้องให้ ตั้งแต่เกิดมาอยู่ด้วยกันกับน้องพลอยตลอด แม่รอน้องมา3ปี ยิ่งรู้ว่าน้องเสียชีวิตก็ยิ่งเสียใจ แม่เข้าบ้านเห็นแต่รอยยิ้มของน้อง ยอมรับว่าทำใจไม่ได้ ขอให้เรื่องนี้เป็นอุทาหรณ์ อย่าให้ทำร้ายกันเพราะอารมชั่ววูบ

อยากฝากบอกน้องไม่ต้องห่วง ขอให้น้องเป็นกำลังใจแม่ แม่รักน้องเหมือนเดิม ไม่มีวันไหนไม่รักน้อง สำหรับกระดูกจะนำไปบำเพ็ญกุศลที่วัดกลาง อ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา โดยจะมีพิธีฌาปนกิจศพในวันที21 สิงหาคมนี้

ขอนแก่นอ่วม! ฝนตกต่อเนื่องทั้งคืนทำน้ำท่วมในหลายจุด

จ.ขอนแก่น ฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งคืนส่งผลให้เกิดปัญหาน้ำท่วมในหลายจุด นักเรียนคนตาบอด กว่า 100 ชีวิต เดินทางด้วยความยากลำบาก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ฝนที่ตกลงมาอย่างหนักตลอดทั้งคืนที่ผ่านมาส่งผลให้เช้าวันนี้เกิดน้ำท่วมขังในหลายจุดของเขตเทศบาลนครขอนแก่นและพื้นที่ตำบลข้างเคียง โดยเฉพาะที่หมู่บ้านพิมานเพลส และหมู่บ้านจุไรรัตน์ กว่า 50 หลังคาเรือนรวมไปถึงโรงเรียนการศึกษาพิเศษคนตาบอดขอนแก่นที่ตั้งในพื้นที่บ้านคำไฮ หมู่ 6ต.บ้านเป็ด อ.เมือง จ.ขอนแก่น ที่มีระดับน้ำท่วมสูงกว่า 1 เมตร รถทุกชนิดไม่สามารถสัญจรผ่านเข้า-ออก ในจุดดังกล่าวได้ ขณะที่มวลน้ำได้ไหลเข้าท่วมภายในตัวบ้านได้รับความเสียหายทั้งหมด

ขณะที่เจ้าหน้าที่ อปพร. และ ปภ.ได้นำเรือท้องแบนมาทำการรับ-ส่งคนในชุมชนและนักเรียนตาบอด ในระดับชั้น ม.1-ม.6 ที่พักอาศัยอยู่ภายในโรงเรียนและจะต้องเดินทางไปเรียนหนังสือร่วมกันกับโรงเรียนมัธยมในเข้าตัวเมืองรวมกว่า 60 คน เพื่อไปขึ้นรถบัสของโรงเรียนที่จอดรออยู่หน้าทางเข้าเนื่องจากปัญหาน้ำท่วมรถไม่สามารถเข้าไปรับหนังเรียนได้ ขณะที่นักเรียนระดับชั้นอนุบาล – ป.6 บางส่วนที่ไม่ได้พักอาศัยภายในโรงเรียนผู้ปกครองต้องมาส่งขึ้นเรือเพื่อเข้าไปเรียนหนังสือในวันนี้ด้วยความยากลำบากอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม จากอิทธิพลของพายุฝนที่ตกลงมาอย่างหนักในช่วง 1-2 วันนี้ ส่งผลให้ระดับน้ำได้ไหลเข้าท่วมเส้นทางเข้า-ออกของโรงเรียน และบริเวณพื้นทีหมู่บ้านโดยรอบ และถือเป็นสถานการณ์น้ำท่วมที่ต่องเนื่องจากผลกระทบจากอิทธิพลของพายุเซินกาเมื่อช่วงปลายเดือน ก.ค.ที่ผ่านมมา ซึ่งพื้นที่ชุมชนแห่งนี้ มีระดับน้ำท่วมสูงกว่า 2 เมตร ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งพื้นที่ของ จ.ขอนแก่น ที่ประสบปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก

ที่มา… INN