ชาวบ้านประท้วง ขับไล่เจ้าอาวาสวัดธงทอง อ้างบริหารวัดไม่โปร่งใส

ชาวบ้านในจังหวัดนครศรีธรรมราช รวมตัวขับไล่ เจ้าอาวาสวัดธงทอง อ้างบริหารไม่โปร่งใส ปล่อยให้วัดรกร้าง ด้านเจ้าอาวาส แจงเหตุเกิดจากความบาดหมางกับพระรูปหนึ่ง

ชาวบ้านนับร้อยคน รวมตัวชี้แจงและขับไล่พระครูปลัดจัด ปัญญาวุฑโฒ เจ้าอาวาสวัดธงทอง พื้นที่หมู่ 6 ตำบลเสาธง อำเภอร่อนพิบูลย์ จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยให้เหตุผลว่า บริหารวัดไม่โปร่งใส, มีปัญหาเรื่องเงินทอดผ้าป่า, ไม่รับกิจนิมนต์, ไม่ปฏิบัติกิจของสงฆ์ และปล่อยให้วัดรกร้าง แต่กลับไปพัฒนาวัดแห่งหนึ่งในอำเภอปากพนัง จนมีความเจริญ

ส่วนการชุมนุมครั้งนี้ มีเลขานุการเจ้าคณะจังหวัดนครศรีธรรมราช, เจ้าคณะตำบลร่อนพิบูลย์, ปลัดอำเภอร่อนพิบูลย์, ผู้แทนสำนักงานพระพุทธศาสนานครศรีธรรมราช และหน่วยงานท้องถิ่น ร่วมรับฟังปัญหา โดยมีเจ้าหน้าที่ทหาร, ตำรวจ สภ.ร่อนพิบูลย์ และฝ่ายปกครอง กว่า 20 นาย เข้าดูแลความสงบ เนื่องจากมีชาวบ้านที่สนับสนุนเจ้าอาวาส รวมตัวชุมนุมเช่นกัน

ด้านเจ้าอาวาสวัดธงทอง อ้างว่า ก่อนหน้านี้ได้มีปัญหากับพระลูกวัดรูปหนึ่ง เนื่องจากมีพฤติกรรมไม่เหมาะสม เช่น เลี้ยงไก่ชน และปลากัด พร้อมโพสต์ขายผ่านเฟสบุ๊ก ก่อนจะไล่ออกจากวัด ตั้งแต่นั้นมา ก็มีเรื่องบาดหมางกับญาติของพระรูปดังกล่าว อีกทั้งยังมีผู้นำท้องถิ่นคอยยุยงชาวบ้านให้เกลียดชัง นอกจากนี้ ยังมีเรื่องบาดหมางกับชาวบ้านบางราย หลังตักเตือนพฤติกรรมดื่มเหล้าและเล่นพนันในวัด ตลอดจนการไม่รับผู้ติดยาเสพติดมาบวช จึงมีการปลุกระดมชาวบ้านมาประท้วงขับไล่

ทั้งนี้ สถานการณ์เป็นไปอย่างตึงเครียด นานกว่า 4 ชั่วโมง แต่ในที่สุด ก็ไม่สามารถหาทางอออกได้ จึงได้รายงานให้เจ้าคณะจังหวัด รับทราบทางโทรศัพท์ จากนั้นได้มีคำสั่งให้เจ้าอาวาสวัดธงทอง หยุดปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราว 30 วัน และตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ซึ่งคาดว่าจะทราบผลใน 30 วัน

ผู้เสียหาย ร้องที่ปรึกษา สบ.10 หลังถูกฉ้อโกง 200 ล้านบาท

ผู้เสียหาย เข้าร้องเรียนต่อที่ปรึกษา สบ.10 หลังถูกหลอกร่วมลงทุนผ่านเฟซบุ๊ก มูลค่าความเสียหายกว่า 200 ล้านบาท

ผู้เสียหายคดีฉ้อโกงเงินเข้าร้องเรียนกับ พลตำรวจเอกวิระชัย ทรงเมตตา ที่ปรึกษา สบ.10 กรณีที่ถูกหลอกให้ร่วมลงทุนเงินสด โดยจะได้ดอกเบี้ย 15% ต่อเดือน มีการเปิดเฟซบุ๊กชื่อเพจ “รวมพลคนแบ่งปัน บาย ณิชาภัทร” มีสมาชิกในเพจกว่า 900 คน ดำเนินการมาเกือบ 2 ปี ช่วงแรกมีการจ่ายเงินปันผลให้สมาชิกตามปกติ

เมื่อสมาชิกตายใจเห็นว่าได้รับเงินปันผลจริง จึงมีการลงเงินเพิ่ม บางรายลงทุนหลายล้านบาท บ้างก็ไปกู้เงินนอกระบบ จำนองที่ดิน เพื่อมาลงทุน แต่ระยะหลังกลับไม่ได้เงินปันผลตามตกลง พอทวงเงินต้นก็ไม่ได้คืน รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 200 ล้านบาท จึงมาร้องเรียนตำรวจเพื่อช่วยดำเนินการติดตามตัวมิจฉาชีพ

ด้าน พลตำรวจเอกวิระชัย เปิดเผยว่า เจ้าของเพจดังกล่าว คือ นางสาวณิชาภัทร ซึ่งมีสามีเป็นชาวเกาหลี ถือว่ามีพฤติกกรรมเป็นแชร์ลูกโซ่ จึงประสานให้กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ หรือ ปอศ. ดำเนินการทำคดีนี้ ซึ่งผู้เสียหายรายอื่นที่ไม่ได้มาร้องเรียน สามารถไปให้ปากคำได้ทันที และฝากถึงประชาชนว่าอย่าหลงเชื่อ เกี่ยวกับการลงทุนที่ไม่มีที่มาที่ไป เพราะอาจตกเป็นเหยื่อได้

ไฟไหม้กุฏิทรงไทย วัดร้อยไร่อยุธยา เสียหายทั้งหลัง มูลค่ากว่า 40 ล้านบาท

เกิดเพลิงไหม้ กุฏิทรงไทย วัดร้อยไร่ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เจ้าหน้าที่เร่งใช้น้ำสกัดนานกว่า 2 ชั่วโมง ตรวจสอบพบเสียหายทั้งหลัง มูลค่ากว่า 40 ล้านบาท

18 สิงหาคม 2560 เมื่อเวลาประมาณ 04.30 น.  เกิดเพลิงไหม้กุฏิทรงไทย ภายในวัดร้อยไร่ ต.ท่าช้าง อ.นครหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา เจ้าหน้าที่จึงระดมรถน้ำจากพื้นที่ใกล้เคียงเร่งใช้น้ำสกัด ใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมง จึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ ซึ่งการจากตรวจสอบ พบสิ่งของภายในกุฎิที่สร้างด้วยไม้สักมาประมาณ 5 ปี ได้รับความเสียหาย โดยเหลือเพียงพระพุทธรูปองค์ใหญ่องค์เดียวเท่านั้น และเหตุการณ์ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด ส่วนมูลค่าความเสียหาย จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบความเสียหายกว่า 40 ล้านบาท

ภาพจาก:ท่าช้าง301