เด็กช่างใจหล่อ สละเสื้อให้หญิงสาว หลังพบนุ่งกระโปรงสั้นนั่งรถสองแถว

ประทับใจหนุ่มนักเรียนช่าง สละเสื้อให้หญิงสาวนำไปคลุมขา หลังพบนุ่งกระโปรงสั้นระหว่างนั่งรถสองแถวกลับบ้าน

วันนี้ (17 ส.ค. 60) ในโลกออนไลน์ผู้คนจำนวนหนึ่ง ได้มีการส่งต่อเรื่องราวสุดประทับใจจากผู้ใช้เฟซบุ๊ก ชื่อ’ การ์ตูนน’นน ที่ได้เผยว่า เมื่อวันที่ 15 ส.ค. 60 ที่ผ่านมา ระหว่างที่เธอกำลังนั่งรถสองแถวเพื่อกลับบ้าน ได้มีนักเรียนช่าง 2 คน ถอดเสื้อช็อปให้ เพื่อใช้คลุมขาหลังจากพบว่าเธอใส่กระโปรงสั้นขณะกำลังนั่งรถสองแถว โดยมีข้อความระบุว่า

#ผู้ชายดีๆในสังคม #เรื่องคือก็ไม่ได้สำคัญอะไรเเต่คือผู้ชายเเบบนี้หายาก #1ในล้าน
📌ความกระโปรงทรงเอนั่งรถโดยสาร
มันก็จะสั้นๆ คือขึ้นมานั่งรอรถออกมีความดึงกระโปรงลงตลอด 10 นาที คือปกติเเล้วก็เป็นเเบบนี้ถ้าผู้ชายอยู่
มีผู้ชายนั่งปลายรถเป็นเด็กนร.ปวส.เทคนิคถามว่า
💥เด็กเทคนิค : น้องครับลงตรงไหน
🙈ตูน : กระเฉดจ้ะ (มีความงงถามไมว๊า)
💥เด็กเทคนิค : โห้ไกลน่ะ…. เพื่อนนางถามมึงรู้จักน้องเขาเหรอ จากนั้นเขาถอดเสื้อช็อปออกมาเเล้วยื่นบอกว่าเอาเสื้อผมคุมไว้ได้ครับมันไกล

#โอ้ยมีความหายาก #สุภาพบุรุษ #เขิน80ระดับ #ขอบคุณจริงๆ

ทั้งนี้เมื่อเรื่องราวดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไปก็ทำให้มีคนเข้าไปแสดงความเห็นเป็นจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่ชื่นชมในความเป็นสุภาพบุรุษตัวจริงของนักเรียนช่างคนดังกล่าว พร้อมยกให้เป็นแบบอย่างที่ชายไทยทุกคนสมควรจะเลียนแบบ

ยันคุมอยู่! บชน.จัด ตำรวจ 2,500 นาย เข้ม 25 ส.ค. ตัดสินคดีจำนำข้าว

รอง ผบช.น. เรียกประชุมฝ่ายความมั่นคง ถกเตรียม รปภ. วันศาลนัดฟังคำตัดสินคดีทุจริตจำนำข้าว จัด 17 กองร้อยคุม – ไร้ข่าวมือ 3 ป่วน

พล.ต.ต.ภาณุรัตน์ หลักบุญ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เรียกประชุมฝ่ายความมั่นคง อาทิ หน่วยข่าวกรองทหารบก สำนักงานข่าวกรองแห่งชาติ สันติบาล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเตรียมพร้อมการรักษาความสงบเรียบร้อย ในวันที่ 25 สิงหาคม นี้ ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง นัดฟังคำพิพากษาคดีจำนำข้าว ที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นจำเลย

โดย พล.ต.ต.ภาณุรัตน์ เปิดเผยหลังการประชุม ว่า เจ้าหน้าที่มีการประเมินว่ากลุ่มมวลชนจะเดินทางมาให้กำลังใจและฟังคำพิพากษาที่ศาลเป็นจำนวนมากกว่าครั้งที่ผ่านมา แต่ครั้งนี้ศาลจะมีการกำหนดขอบเขตอำนาจศาล ซึ่งเบื้องต้นจะมีการตั้งแนวรั้วเหล็กกั้นตั้งแต่บริเวณริมถนนเพื่อให้เกิดความเรียบร้อยโดยรอบพื้นที่ศาล แต่ตำรวจไม่ได้มีการปิดกั้น ผู้ที่จะเดินทางมาให้กำลังใจ แต่เป็นการขอความร่วมมือให้มวลชนติดตามฟังข่าวคำพิพากษาอยู่ในฐานที่ตั้งน่าจะการดีกว่าเข้ามาในพื้นที่เพื่อความสะดวกและความเรียบร้อยในพื้นที่

ขณะที่การดูแลความปลอดภัย ตำรวจจะเน้นดูแลทั้งมวลชนรวมไปถึงองค์คณะผู้พิพากษาอย่างเต็มที่ เนื่องจากถือเป็นหน้าที่ที่ต้องปฏิบัติ อีกทั้งจะเข้มงวดในการตรวจค้น เพื่อป้องกันอาวุธหรือสิ่งผิดกฎหมาย แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีรายงานเรื่องมือที่ 3 ที่จะเข้ามาก่อเหตุความวุ่นวาย ขณะเดียวกันจะมีการขอไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอกำลังจากภูธรภาค 1 ภาค 2 และ ภาค 7 จำนวน 17 กองร้อย ประมาณ 2,500 นาย ในการดูแลพื้นที่ โดย ซึ่งเชื่อว่าจะสามารถดูแลสถานการณ์ให้มีความเรียบร้อยได้

อย่างไรก็ตาม รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ยังย้ำถึงมวลชนที่เดินทางมา ขอให้ระวังพฤติกรรมที่อาจเข้าข่าย ฐานละเมิดอำนาจศาล ทั้งการขนคนมาให้กำลังใจ การเชิญชวนผ่านทางโซเชียลมีเดีย ที่ก่อนหน้านี้มีการดำเนินคดีไปบ้างแล้ว

ข้อมูลจาก INN

ทบ. สั่งขัง 15 วัน ทหารทำร้ายผู้ต้องหาค้ายาหลังการจับกุม

ทบ.สั่ง จำขัง 15 วัน กำลังพลทำร้าย เตะ ตี ผู้ต้องหายาเสพติด หลังถุกจับกุมที่เกาะล้าน

รายงานข่าวแจ้งว่า วันนี้ (17 ส.ค. 60) พ.อ.หญิงศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก ได้ออกมาเปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีที่เกิดเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์หลังปรากฏคลิปทหารนายหนึ่งใช้กำลังทำร้ายผู้ต้องหาค้ายาเสพติด ด้วยการใช้ไม้ตี และเตะไปหลายครั้ง หลังทำการจับกุมได้ที่เกาะล้าน เมื่อวันที่ 15 ส.ค. ที่ผ่านมานั้น ว่า

จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหน่วยต้นสังกัดของผู้ก่อเหตุได้มีการตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงแล้ว ซึ่งได้มีคำสั่งให้ชุดรักษาความสงบเรียบร้อยประจำพื้นที่เกาะล้านพ้นจากการปฏิบัติงานในพื้นที่ และสั่งจำขังกำลังพลที่ปรากฏในคลิปเป็นเวลา 15 วันทันที

พร้อมกันนี้หน่วยได้มีการประสานกับทางญาติของผู้ต้องหา เพื่อขอโทษในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเรียบร้อยแล้ว รวมทั้งหน่วยต้นสังกัดได้เรียกกำลังพลทุกส่วนที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ดังกล่าว มาดำเนินการปรับปรุงวินัย และย้ำให้ปฏิบัติหน้าที่ตามนโยบายของกองทัพบกบนพื้นฐานของหลักกฎหมายและมนุษยธรรมโดยเคร่งครัด

อย่างไรก็ตาม กองทัพบกขอแสดงความเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แม้จะเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสมของกำลังพลเพียงคนเดียวก็ตาม และขอย้ำว่ากองทัพบกไม่มีนโยบายให้กำลังพลใช้อำนาจหน้าที่เกินขอบเขตกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นการปฏิบัติงานในภารกิจใดๆ ก็ตาม