ชาวบ้านรุมสาปส่ง คนร้ายเผาทำลายศาลเจ้าแม่ตะเคียนทอง

​คนร้ายเผาทำลายศาลเจ้าแม่ตะเคียนทองที่อยุธยา ชาวบ้านรุมสาปแช่ง

ผู้สื่อข่าว MThai รายงานว่า ศาลเจ้าแม่ตะเคียนทอง ที่ตั้งอยู่ริมถนนสายอยุธยา-อ่างทอง สายใน ต.บ้านกุม อ.บางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา ถูกคนร้ายเข้าทุบ-เผาทำลายรูปปั้นเจ้าแม่ตะเคียนทองได้รับความเสียหาย จึงเดินทางไปตรวจสอบ

พบกลุ่มชาวบ้านจำนวนมากมุงดูศาลเจ้าแม่ตะเคียนทอง ที่มีร่องรอยการถูกราดน้ำมันแล้วจุดไฟเผา จนฝาผนังศาลได้รับความเสียหาย รูปปั้นเจ้าแม่ตะเคียนทองถูกทุบทำลายเสียหาย พานวางถวายของทุบเสียหาย ห้องเก็บชุดไทยที่ชาวบ้านมาแก้บนถวายถูกก้อนหินปาจนเป็นรู

ขณะที่ที่ทางขึ้นศาล ติดป้ายข้อความระบุว่า ชาวตำบลบ้านกุม 1-9 มีความเสียใจเป็นอย่างมากที่มีผู้ไม่ประสงค์ดี ปาก้อนหินใส่ศาลเจ้าแม่ตะเคียนทอง ซึ่งเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ เคารพกราบไหว้ ทางผู้ดูแลศาลได้แจ้งความไว้แล้ว ขอความกรุณาอย่ามาทำอีก ชาวบ้านพากันจุดธูปสาบแช่งคนร้ายที่มาเผาทำลาย

ด้านนายสายชล หนูปั้น อายุ 48 ปี ชาวบ้าน กล่าวว่า เมื่อช่วงคำวันที่ 15 ส.ค.มีชาวบ้านขับรถผ่านมาเห็นศาลเจ้าแม่ไฟลุกไหม้ จึงโทรมาบอกตนเองพร้อมกับชาวบ้าน รีบออกมาช่วยกันดับไฟไว้ได้ทัน คนร้ายยังได้ทุบรูปปั้นเจ้าแม่ จนแตกหัก ซึ่งก่อนหน้านี้ศาลเจ้าแม่ถูกทุบทำลายมาหลายครั้ง

แต่ก็ไม่ทราบวัตถุประสงค์ของคนที่ก่อเหตุ ศาลเจ้าแม่ตะเคียนทอง เป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจชาวบ้าน เคารพ ศรัทธา ใครมีเรื่องทุกข์เดือดร้อนใจ จะทำอะไรที่ติดขัด สอบเข้างานเข้าเรียน ติดต่องานอะไร ขอเจ้าแม่จะสมหวัง พ่อค้าแม่ค้าที่วิ่งผ่านเส้นทางนี้จะแวะเข้ากราบไหว้ขอให้ขายดิบขายดีสมหวัง พวงมาลัยจะแขวนเต็มทุกเย็นชาวบ้านจะสับเปลี่ยนกันมาทำความสะอาด บางคนขอโชคลาภแล้วสมหวัง

ขณะที่ นายชนก ไกรจรูญ อายุ 38 ปี เจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลบางบาล กล่าวว่า เมื่อคืนตนเองพร้อมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้มาซุ่มดักรอคนร้าย เพราะเชื่อว่าคนร้ายต้องย้อนกลับมาอีก ช่วงกลางดึกมีรถจยย.กับรถยนต์เก๋งขับเข้ามาจอด ตนพร้อมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้เดินออกมาเพื่อจะสอบถาม รถจยย.และรถยนต์เก๋งได้ขับหลบหนีไปทันที

คนที่มาทุบทำลายศาลเจ้าแม่ตะเคียนทอง ไม่น่าจะเป็นคนสติไม่ดี คนที่ทำต้องเป็นคนที่เสียผลประโยชน์จากศาลเจ้าแม่ตะเคียนทอง ไม่น่าจะเป็นคนในพื้นที่ เพราะคนในพื้นที่จะเคารพกราบไหว้ ส่วนเจ้ามือหวยจะมาทำลายก็ไม่น่าจะใช่เพราะมีคนถูกแต่ไม่ได้มากมายอะไร ส่วนใหญ่ชาวบ้านจะมาขอในเรื่องของความสำเร็จมากกว่า

ตำรวจคุมมือฆ่า “น้องพลอย” ทำแผน 8 จุด

ตำรวจคุมมือฆ่า น้องพลอย ทำแผน 8 จุด จัดกำลังเจ้าหน้าที่เข้ม สอบปากคำยังไม่ซักทอด เตรียมฝากขังศาลทหารสระบุรีพรุ่งนี้

พล.ต.ต.ชัยรัตน์ ทิพยจันทร์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสระบุรี พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัว นายพลกฤต วิเศษ ผู้ต้องหาฆ่าเผานั่งยางนางสาว พลอยนรินทร์ ผลิผล หรือ น้องพลอย ออกจาก สภ.แก่งคอย เพื่อทำแผนประกอบคำรับสารภาพ พร้อมเปิดเผยว่า การทำแผนในวันนี้จะเรียงลำดับตามคำให้การของผู้ต้องหาซึ่งจุดแรกจะเป็นปั้มน้ำมัน ใกล้โรงงานในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา

โดยเป็นสถานที่ ที่นายพลกฤต รอรับน้องพลอย และไล่เรียงไปยัง จ.ลพบุรี ซึ่งเป็นบ้านของพ่อผู้ต้องหา อยู่ในค่ายทหาร ที่ นายพลกฤต ไปเอายางรถยนต์ ซึ่งจุดนี้จะไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าไปในพื้นที่ ก่อนจะมายังจังหวัดสระบุรีพื้นที่ สภ.หินซ้อน ที่เป็นจุดเผานั่งยางน้องพลอย

โดยหลังจากที่ทำแผนประกอบคำรับสารภาพเสร็จสิ้นแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวนายพลกฤต มายัง สภ. แก่งคอย อีกครั้ง และในวันรุ่งขึ้นจะควบคุมตัวไปฝากขังที่ศาลทหารจากมณฑลทหารบกที่ 18 จังหวัดสระบุรี ทั้งนี้การสอบสวนนายพลกฤต ยังไม่ซักทอดไปถึงบุคคลใดเพิ่มเติม แต่ตำรวจก็จะต้องดำเนินการขยายผลต่อไป

ขายแล้วสลากแบบใหม่!! ผู้ค้า ชี้ ปชช.ยังกังวลการใช้งาน “คิวอาร์โค้ด รีดเดอร์”

ขายแล้วสลากแบบใหม่ โดยมีขนาดเล็กลงเพื่อป้องกันการปลอมแปลง ด้านผู้ค้า ชี้ ประชาชนบางส่วนยังกังวลการใช้งาน “คิวอาร์โค้ด รีดเดอร์”

นายธนวรรธน์ พลวิชัย โฆษกคณะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล เปิดเผยว่า สลากกินแบ่งรัฐบาลรูปแบบใหม่ งวดวันที่ 1 กันยายนนี้ จะเริ่มวางขายแก่ประชาชนทั่วไปตั้งแต่วันนี้ ( 17 สิงหาคม ) เป็นต้นไป โดยได้ปรับจากเดิมที่ขายเป็นคู่ 1 ฉบับมี 2 ใบ ใบละ 40 บาท หรือคู่ละ 80 บาท มาเป็น 1 ฉบับ มีเพียง 1 ใบ แต่ขายราคาเท่าเดิม 80 บาท อีกทั้งจะมีขนาดเล็กลงเหลือเพียงขนาด 5.9×11.8 เซนติเมตร

พร้อมกับมีการปรับเนื้อกระดาษให้มีความหนาขึ้น เพิ่มความคมชัดของลายน้ำบนกระดาษเป็นรูปนกวายุภักษ์ขนาดใหญ่ จากเดิมเป็นรูปนกวายุภักษ์ขนาดเล็กกระจายทั่วใบ เพื่อป้องกันการปลอมแปลง โดยสามารถตรวจสอบได้ผ่านแอพพลิเคชั่น คิวอาร์ โค้ด รีดเดอร์ สำหรับไอโฟน

ส่วนระบบแอนดรอยด์ใช้ชื่อ เครื่องสแกนคิวอาร์และบาร์โค้ด เมื่อสแกนแล้วจะมีข้อมูลระบุปี งวดที่ ชุดที่ และหมายเลขสลาก 6 หลัก ขณะที่เงินรางวัลยังคงได้เท่าเดิม จากเดิมขายเป็นคู่ 1 ฉบับ 80 บาท จะแยกรางวัลเป็นใบละ 3 ล้านบาท หรือฉบับละ 6 ล้านบาท แต่ในสลากใหม่ ใบเดียว 80 บาท จะได้เงินรางวัล 6 ล้านบาท เช่นเดียวกับรางวัลอื่นจะมีการคูณสองเข้าไป

ทั้งนี้ทีม MThaiNews ได้สอบถามผู้ค้าปลีกชื่อ นายสำเนียง สุพรรณพิมพ์ อายุ 61 ปี เปิดเผยว่าตนเองขายสลากฯ มา 25 ปี รูปแบบสลากฯใหม่ มีขนาดเล็กกระทัดรัดดี มีน้ำหนักเบาพกง่าย ถึงแม้เวลาเรียกใส่แผงขายจะไม่ค่อยสวยเหมือนสลากฯรูปแบบเดิม ส่วนเรื่องเงินรางวันก็ได้เหมือนเดิมตนเฉยๆมากกว่าเพราะรู้อยู่แล้ว โดยรายได้การค้าขายนายสำเนียงบอกว่าพอได้ใช้ มีเก็บบ้างกินบ้าง ส่งลูกเรียนจบปริญญาโท รับราชการไปแล้วสบายใจ

ด้าน ผู้ค้ารายย่อย บอกว่า ช่วงแรกอาจต้องปรับตัว เพราะสลากเล็กลงทำให้ดูเหมือนสลากมีน้อยลง แต่น่าจะได้รับความสนใจจากประชาชน เนื่องจากป้องกันการปลอมแปลงได้ดี เพราะที่ผ่านมาเคยมีผู้ที่แอบอ้างนำสลากปลอมมาขึ้นรางวัลหลายคน แต่อาจต้องศึกษาวิธีการใช้งาน เพราะยังไม่คุ้นชินกับเทคโนโลยี เช่นเดียวกับ ผู้ซื้อสลากบางส่วน ที่ยังกังวลเกี่ยวกับการใช้งาน เเอพพลิเคชั่น QR Code Reader เพราะหลายคนยังใช้เทคโนโลยีไม่เป็น

อย่างไรก็ตามสำหรับเงินรางวัล ประกอบด้วย รางวัลที่ 1 รางวัลละ 6 ล้านบาท, รางวัลที่ 2 มี 5 รางวัล รางวัลละ 200,000 บาท, รางวัลที่ 3 มี 10 รางวัล รางวัลละ 80,000 บาท, รางวัลที่ 4 มี 50 รางวัล รางวัลละ 40,000 บาท, รางวัลที่ 5 มี 100 รางวัล รางวัลละ 20,000 บาท, รางวัลข้างเคียงรางวัลที่ 1 มี 2 รางวัล รางวัลละ 100,000 บาท, รางวัลเลขหน้า 3 ตัว เสี่ยง 2 ครั้ง มี 2,000 รางวัล รางวัลละ 4,000 บาท, รางวัลเลขท้าย 3 ตัว เสี่ยง 2 ครั้ง มี 2,000 รางวัล รางวัลละ 4,000 บาท และรางวัลเลขท้าย 2 ตัว เสี่ยง 1 ครั้ง มี 10,000 รางวัล รางวัลละ 2,000 บาท