ตำรวจพัทยา แจงปมคลิปว่อนเน็ต ทหารตีเตะคนร้าย หลังจับข้อหาเสพยา

ตำรวจพัทยา แจงปมคลิปว่อนเน็ต ทหารตีเตะคนร้าย หลังจับข้อหาเสพยาเสพติด และมียาบ้าไว้ครอบครอง 

จากกรณีที่เพจดัง แหม่มโพธิ์ดำ โพสต์คลิปเผยภาพทหารลงมือใช้ไม้และกระบองทุบตี และใช้เท้าเตะชายรายหนึ่ง พร้อมระบุข้อความว่า “#ทหารใส่กุญแจมือหวดยับผู้ต้องหาเสพยา #ชาวบ้านถามแบบนี้ก็ได้หมือ #พิกัดเกาะล้าน เหตุเกิดเมื่อวันที่ 15 สิงหาคมที่เกาะล้านควีน คือเรื่องมีอยู่ว่า ผู้ชายคนที่ถูกทำร้ายนอนอยู่ที่บ้าน แล้วตำรวจเค้าพาทหารเข้าตรวจค้นที่บ้าน ปรากฏว่าเจอฉี่ม่วงเค้าเลยนำตัวมาป้อมบนเกาะ(ไม่มีโรงพักเพราะเกาะล้านขึ้นอยู่กับโรงพักซอย9พัทยา) พอมาถึงป้อมทหารคนนี้ก็ถามว่า มึงฉี่ม่วงเหรอ แล้วใช้ปลายเท้าเตะที่หน้าอก 1 ที ตรงคอ 1 ที แล้วก็ตีแบบในคลิปเลยค่ะ ก่อนหน้านี้มีคนโดนหนักกว่านี้แต่ถ่ายไม่ทันค่ะ ให้นั่งตากแดดแล้วเอาไม้ตีบ้างไรบ้าง ถามว่าต้องทำขนาดเลยเหรอ คุณเป็นทหาร มีสิทธิ์ซ้อมเค้าแบบนี้หรือเปล่า? เราขอแอบส่งคลิปให้ลับๆ นะ เราก็กลัวตายเหมือนกัน”

ล่าสุดวันนี้(16 ส.ค. 60) ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจาก พ.ต.อ.อภิชัย กรอบเพชร ผกก.สภ.เมืองพัทยา เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวว่า ผู้ชายในคลิปที่ถูกเจ้าหน้าที่ทหารทำร้าย หลังถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารจับกุม ในข้อเสพยาเสพติด และมียาบ้าไว้ครอบครอง 1 เม็ด ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ส่งดำเนินการตามขั้นตอนของกฏหมาย ส่วนในวันที่ส่งตัวมาดำเนินคดีนั้นตามร่างกายไม่พบบาดแผลที่ชัดเจนแต่อย่างใด และทางผู้ที่ถูกทำร้ายไม่มีการร้องขอเกี่ยวกับเรื่องการถูกทำร้ายหรือไม่มีการแจ้งความดำเนินคดีเอาผิดกับทหารรายนั้น ส่วนผู้ชายคนในคลิปมีประวัติเคยถูกจับกุมเกี่ยวกับยาเสพติดมาแล้ว 5-6 ครั้ง

ส่วนกรณีดังกล่าวจริงๆ แล้วเจ้าหน้าที่ไม่มีอำนาจกระทำแบบนั้น ในบางครั้งหรือบางพื้นที่อาจจะมีการตกลงกับผู้นำท้องถิ่นในการลงโทษลูกบ้านผู้ที่มีการเข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ซึ่งหากผู้เสียหายต้องการเอาผิด ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องให้ความเป็นธรรมอยู่แล้ว

ด้านผู้เสียหายนั้นผู้สื่อข่าวได้ประสานไปและได้รับคำตอบว่าตอนนี้ยังไม่สะดวกในการให้สัมภาษณ์ เพราะกลัวมีผลกระทบกับครอบครัว ซึ่งประกอบธุรกิจเกี่ยวกับร้านอาหารอยู่บนเกาะล้าน นอกจากนี้ ทางญาติยังบอกผู้สื่อข่าวว่าในเบื้องต้นทางทหารคนในคลิปได้เดินทางมาขอโทษที่เกี่ยวกับเหตุการณ์ดังกล่าวแล้ว ซึ่งหากน้องคนในคลิปพร้อมเมื่อไรจะเป็นคนออกมาให้สัมภาษณ์ด้วยตนเอง

นาทีระทึก! เพจดังไลฟ์สด เจ้าหน้าที่ไล่ล่าโจรปล้นรถ กดระเบิดสนั่น

โลกออนไลน์ได้มีการแชร์คลิปนาทีระทึก จากเพจดังไลฟ์สด ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจไล่ล่าโจรปล้นรถ จับตัวประกัน กดระเบิดสนั่น

วันนี้(16 ส.ค.) โลกออนไลน์ได้มีการแชร์เหตุการณ์เจ้าหน้าที่กำลังไล่ล่าคนร้าย จากเฟซบุ๊กเพจดัง หม่อมถนัดแดก เผยให้เห็นภาพในรถ ขณะที่ตำรวจไล่คนร้ายระทึก จากนั้นคนร้ายได้กดระเบิดรถคันหนึ่งทิ้ง

ทั้งนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวคนร้ายได้ก่อเหตุปล้นเต็นท์รถยนต์มือสอง ในพื้นที่หมู่ 3 ตำบลนาทวี อำเภอนาทวี จังหวัดสงขลา โดยคนร้ายได้ปล้นรถจำนวน 5 คน พร้อมเอาตัวพนักงานขายขึ้นรถไปด้วย 4 คน จากนั้นพาไปยิงทิ้ง ห่างจากจุดเกิดเหตุ 10 กิโลเมตร 2 คน ได้รับบาดเจ็บ ส่วนอีก 2 คนหลบหนีมาได้ ก่อนคนร้ายจะกดระเบิดใน อ.หนองจิก จ.ปัตตานี

หลังจากที่คลิปดังกล่าวได้ถูกเผยแพร่ออกไปในโลกออนไลน์ บรรดาชาวเน็ตต่างแชร์ส่งต่ออย่างกว้างขวาง พร้อมทั้งเข้ามาแสดงความคิดเห็นเป็นห่วงความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในพื้นที่เป็นจำนวนมาก และให้กำลังใจการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ

ขอบคุณภาพจาก หม่อมถนัดแดก

อย. เชื่อ ขึ้นภาษีน้ำหวาน ไม่ผลักภาระประชาชน

อย. ชี้ เก็บภาษีเครื่องดื่มตามปริมาณ “น้ำตาล” หวังหนุนให้เป็นเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพแท้จริง เชื่อ ไม่เป็นภาระ ปชช. เหตุผู้ประกอบการหันทำสูตรน้ำตาลน้อยมากขึ้น

น.ส.ทิพย์วรรณ ปริญญาศิริ ผู้อำนวยการสำนักอาหาร สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กล่าวถึงกรณีกระทรวงการคลังเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาอัตราภาษีเครื่องดื่มตามระดับความหวาน รองรับ พ.ร.บ. ภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560 ว่า

การขึ้นภาษีดังกล่าว ไม่ได้มีแค่เครื่องดื่มที่เป็นน้ำเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงเครื่องดื่มผงที่ต้องชงดื่ม เช่น กลุ่มทรีอินวัน หรือเครื่องดื่มที่เป็นหัวเชื้อ เช่น น้ำหวานเข้มข้น ที่จะต้องนำมาผสมน้ำตามอัตราส่วนบนฉลากเพื่อเป็นเครื่องดื่มในการบริโภค ทั้งนี้ยังรวมไปถึงน้ำผักและน้ำผลไม้ด้วย เพราะจะเป็นการจัดเก็บภาษีที่ทัดเทียมกัน

ส่วนข้อกังวลว่าจะเป็นการผลักภาระให้ผู้บริโภค เพราะเมื่อเสียภาษีมากขึ้นจากน้ำตาล อาจมีการขึ้นราคาเครื่องดื่มตามไปด้วยนั้น น.ส.ทิพย์วรรณ เผยว่า ไม่น่าจะเป็นอย่างนั้น เพราะหลังมีการส่งสัญญาณก็ทำให้ผู้ประกอบการปรับตัว ลดการใส่น้ำตาล และผลิตสูตรที่มีน้ำตาลน้อยออกมาจำหน่าย เพื่อให้เป็นเครื่องดื่มที่ดีต่อสุขภาพอย่างแท้จริง

สำหรับการคิดภาษีน้ำหวานจะคิดแบบ “โทเทิลซูการ์ (Total Sugar)” คือ น้ำตาลทั้งหมดในเครื่องดื่ม ไม่มีการแยกว่าเป็นน้ำตาลที่เกิดจากวัตถุดิบของเครื่องดื่มอยู่แล้ว เช่น น้ำตาลจากผักและผลไม้ เป็นต้น แล้วจะไม่คิดภาษี เพราะการตรวจสอบทำได้ยากและค่าใช้จ่ายสูงมาก จึงใช้วิธีการคิดน้ำตาลทั้งหมดในเครื่องดื่มแทน อย่างไรก็ดีการคิดภาษีน้ำหวานใหม่ไม่มีใครได้เปรียบเสียเปรียบ เพราะเป็นการเริ่มพร้อมกันทั่วประเทศ