วัยรุ่นขี่รถจักรยานยนต์ขึ้นทางด่วนเผย แค่หลงทางไม่ได้ท้าทายกฎหมาย

2 วัยรุ่น ขี่รถจักรยานยนต์ขึ้นบนทางด่วนเผย แค่หลงทางไม่ได้ท้าทายกฎหมาย เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีในข้อหาฝ่าฝืนเครื่องหมายจราจร

จากกรณีที่เฟซบุ๊ก Social Hunter ได้มีการเปิดเผยคลิปวิดีโอ 2 วัยรุ่นทำเรื่องผิดกฎหมาย ด้วยการขี่รถจักรยานยนต์ขึ้นบนทางด่วน โดยที่ซ้อนสองและไม่ได้สวมหมวกกันน็อกแต่อย่างใด นำมาซึ่งกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากในขณะนี้ เพราะเหตุการณ์ในลักษณะนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเป็นครั้งแรก แต่ก่อนหน้านี้ไม่นานก็เพิ่งมีคลิปหญิงสติไม่ดีขี่รถบนทางด่วนมาแล้ว

พลตำรวจตรีจิรพัฒน์ ภูมิจิตร รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยว่า เบื้องต้นในวันเกิดเหตุ ศูนย์ควบคุมการจราจรบนทางด่วนสามารถตรวจพบวัยรุ่นทั้งสองคนได้จากกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งอยู่บนทางด่วน จึงแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจทางด่วนอโศก 2 ทราบจนไปติดตามจับกุมได้ขณะขับขี่อยู่บนทางด่วน ซึ่งคาดว่าน่าจะเกิดเหตุการณ์ขึ้นหลังจากที่มีผู้ถ่ายคลิปได้ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ดำเนินคดีในข้อหาฝ่าฝืนเครื่องหมายจราจรมีโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท และข้อหาไม่สวมหมวกนิรภัยปรับคนละ ไม่เกิน 1,000 บาท นอกจากนี้ยังได้ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจประสานกับการทางพิเศษแห่งประเทศไทย พิจารณาความผิดตามพรบ.ทางพิเศษซึ่งมีโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาทเพิ่มด้วย

จากการสอบสวนผู้ขับขี่รถจักรยานทั้ง 2 คนอ้างว่าไม่ได้ตั้งใจขับรถขึ้นมาบนทางด่วนแต่หลงทาง โดยใช้เส้นทางจากบริเวณเลียบทางด่วนมาจากย่านคลองเตยและเข้าใจผิดว่าบริเวณทางลงด่วนสุขุมวิท 62 เป็นสะพานข้ามแยก เมื่อขึ้นมาด้านบนก็พบว่าหลงขึ้นมาบนทางด่วนแล้ว ไม่ได้ต้องการขึ้นมาขับขี่เล่นท้าทายกฎหมาย

รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาลเพิ่มเติมว่า หลังจากได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจของกองบังคับการตำรวจจราจรและสถานีตำรวจทางด่วนต่างๆไปตรวจสอบว่ามีด่านเก็บเงินและทางลงด่วนในจุดไหนที่เป็นช่องโหว่ จนมีผู้ฝ่าฝืนขึ้นมาใช้ทางพิเศษบ่อยครั้ง และหารือกับการทางพิเศษแห่งประเทศไทยเพื่อวางมาตรการการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้นมาอีก ันอกจากนี้ยังขอความร่วมมือผู้ที่ขับขี่รถจักรยานยนต์อย่าฝ่าฝืนขึ้นมาใช้เส้นทางพิเศษต่างๆเพราะอาจได้รับอันตรายจากกระแสลมแรง และอุบัติเหตุจอดรถที่ใช้ความเร็วได้

‘เกาหลีเหนือ’ ชะลอแผนยิงขีปนาวุธโจมตีเกาะกวม

ทางการเกาหลีเหนือปล่อยภาพผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ ขณะกำลังหารือกับทหารระดับสูง เพื่อทบทวนแผนโจมตีเกาะกวมของสหรัฐฯ

สถานีโทรทัศน์ KRT ของทางการเกาหลีเหนือ เผยแพร่ภาพนายคิม จอง-อึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ ขณะกำลังตรวจเยี่ยมหน่วยยุทธศาสตร์ของกองทัพ และทบทวนแผนการโจมตีเกาะกวมของสหรัฐฯ เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา โดยผู้นำสูงสุดเกาหลีเหนือส่งสัญญาณชะลอแผนโจมตีที่เคยประกาศว่าจะดำเนินการในช่วงกลางเดือนนี้

โดยแผนที่ขนาดใหญ่ในภาพ แสดงให้เห็นเส้นทางการปล่อยขีปนาวุธจากเมืองซินโป ทางตะวันออกของเกาหลีเหนือ ที่ซึ่งมีเรือดำน้ำประจำการอยู่ ไปยังเกาะกวมของสหรัฐฯ ในมหาสมุทรแปซิฟิก

ในภาพที่เผยแพร่เมื่อวานนี้ นายคิม จอง-อึน นั่งอยู่ท่ามกลางนายทหารระดับสูง ซึ่งรวมถึง นายคิม จอง-ซิก ผู้รับผิดชอบการวิจัยในโครงการพัฒนาขีปนาวุธของเกาหลีเหนือ นอกจากนี้ ภายในห้องประชุม ยังมีแผนที่สำหรับปฏิบัติการโจมตีอื่นๆ ติดอยู่บนผนังห้อง ซึ่งรวมถึงแผนที่ของเกาหลีใต้และญี่ปุ่น

นายคิม จอง-อึน ระบุว่า เกาหลีเหนือจะดำเนินตามแผนการเดิม หากสหรัฐฯ ยังคงมีท่าทีคุกคามคาบสมุทรเกาหลีและพื้นที่โดยรอบ พร้อมทั้งกล่าวว่า ทางการสหรัฐฯ ควรจะไตร่ตรองอย่างมีเหตุผล และตัดสินใจอย่างเหมาะสม เพื่อไม่สร้างความอับอายให้กับประเทศ

สำหรับบรรยากาศบนเกาะกวมผ่อนคลายลงแล้วเมื่อวานนี้ หลังผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือส่งสัญญาณชะลอแผนการยิงขีปนาวุธโจมตีเกาะกวม

ด้านประธานาธิบดีมูน แจ-อิน ของเกาหลีใต้ ระบุว่า การแก้ปัญหาโครงการนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือต้องใช้วิธีการที่สันติ และเขาได้ย้ำจุดยืนนี้ต่อสหรัฐฯ แล้ว พร้อมระบุว่า เกาหลีใต้จะเป็นผู้ตัดสินใจเรื่องมาตรการทางทหารบนคาบสมุทรเกาหลี โดยหากเกาหลีใต้ไม่ยินยอม ก็จะไม่มีชาติใดดำเนินการทางทหารได้

ขณะที่พลเอกโจเซฟ ดันฟอร์ด ประธานคณะเสนาธิการร่วมของสหรัฐฯ และพลเอกฟาง เฟิงฮุ่ย ผู้แทนคณะกรรมาธิการกลางด้านการทหารของจีน ได้ตกลงที่สื่อสารกันมากขึ้น โดยเฉพาะในประเด็นที่อ่อนไหว เช่น ปัญหาเกาหลีเหนือ

สลด! แม่อุ้มลูก 3ขวบ กินเหล้าขากลับสวนเลนชนกะบะดับคู่

สาวชาวลาววัย 34 ปี หอบลูกชายไปนั่งดื้มเหล้าเครียดปัญหาชีวิต ขากลับขับสวนเลนเจอกระบะชนดับทั้งคู่ 

วันที่ 16 ส.ค. 60 ร.ต.อ.พหล วิเชียรนรา รอง สว.สอบสวน สภ.ปากน้ำชุมพร ได้แจ้งอุบัติเหตุรถยนต์กระบะชนรถ จยย.มีผู้เสียชีวิต 2 ราย บนถนนสายชุมพร-ปากน้ำชุมพร บริเวณ กม.ที่ 11 จึงรุดไปตรวจสอบพร้อม รพ.ปากน้ำชุมพร หน่วยกู้ภัยรักศีลธรรมและหน่วยกู้ภัยสายชล

ที่เกิดเหตุอยู่เยื้องทางเข้าวัดบางคอย หมู่ 1 ต.ท่ายาง อ.เมืองชุมพร ป่าหญ้าริมถนน ทางไปปากน้ำชุมพร พบผู้เสียชีวิต เป็นหญิง อายุ 34 ปี ทราบชื่อภายหลังคือ นางเว เป็นหญิงชาวลาว สวมเสื้อยืดขาสั้นสีขาว กางเกงขาสั้นสีน้ำเงิน สภาพคอหัก ขาข้างขวาขาด นอนหงายจมกองเลือด ห่างไปเพียงเล็กน้อยบริเวณเสาไฟฟ้าส่องสว่างริมทาง มีรถ จยย.ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นคลิ๊ก สีดำ ทะเบียน กลล 995 ชุมพร ช่วงล้อด้านหน้าชนอัดติดคาอยู่ ใต้รถ จยย.พบศพเด็กเป็นเพศชาย อายุประมาณ 3 ขวบ นอนเสียชีวิต อยู่ในสภาพร่างกายเป็นแผลเหวะหวะกระดูกหัก

ส่วนคู่กรณีเป็นรถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้า ตอนครึ่งสีดำ ทะเบียน บม 7292 ชุมพร สภาพช่วงหน้ารถด้านขวาพังยับเยิน จอดอยู่ไหล่ทาง มุ่งหน้าไปทางชุมพร ทราบชื่อคนขับคือนายวัชรินทร์ หมั่นการ อายุ 34 ปี อยู่บ้านเลขที่ 47/6 ม.9 ต.บางหมาก อ.เมืองชุมพร ไม่ได้หนีไปไหนยืนเจ้าหน้าที่ตำรวจ

สอบถามนายตันติกร พันธคาร อายุ 25 ปี อยู่บ้านเลขที่ 79/4 ม.11 ต.บางหมาก อ.เมืองชุมพร ซึ่งนั่งมากับรถยนต์กระบะ บอกว่า พวกตนได้ขับรถมารับแฟน ที่ปากน้ำชุมพร แล้วจะกลับบ้านที่ ต.บางหมาก แต่ขณะขับรถมาถึงที่เกิดเหตุ สังเกตเห็นรถ จยย.ที่วิ่งสวนทาง ขับมาในลักษณะส่ายไปมา ก่อนจะเซกินเลนข้ามมาชนประสานงาเข้าอย่างจังจนทำให้มีผู้เสียชีวิตดังกล่าว

ด้านนางเถาวัลย์ ไชยมาศ อายุ 48 ปี อยู่บ้านเลขที่ 58/1 ม.1 ต.ท่ายาง อ.เมืองชุมพร ได้เปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุ นางเว ชาวลาว ผู้ตาย ได้มานั่งดื่มเหล้ากับตนอยู่ที่บ้าน ซึ่งอยู่ห่างจากที่เกิดเหตุเพียง 300 เมตร พร้อมระบายความในใจว่าทะเลาะกับสามีบ่อยครั้งและจะโดนสามีตบตีทุกครั้งที่ทะเลาะกัน ตนก็ได้เพียงปลอบโยนตามประสาลูกผู้หญิงด้วยกัน จนกระทั่งสามีได้มีโทรศัพท์ให้นางเว กลับบ้านเดี๋ยวนี้ ด้วยความกลัวว่าสามีจะตบตีอีก จึงได้ลุกขึ้นออกไปขึ้นรถ จยย.ที่จอดอยู่หน้าบ้าน โดยให้ลูกชายนั่งด้านหน้าสตาร์ทเครื่องออกไปอย่างเร่งรีบ และเพียงไม่ถึง 10 นาที ก็มีคนมาบอกตนว่า นางเว และลูกชาย เกิดอุบัติเหตุรถชนกันเสียชีวิต

เบื้องต้นทางตำรวจได้นำตัวนายวัชชรินทร์ คนขับไปสอบปากคำที่ สภ.ปากน้ำ พร้อมได้แจ้งข้อหา ขับรถโดยประมาททำให้ผู้อื่นเสียชีวิตกับนายวัชชรินทร์ ไว้ก่อนๆจะสอบสวนพยานแวดล้อมเพื่อหาข้อเท็จจริงของสาเหตุการชนต่อไป