พรุ่งนี้! ทดลองเดินรถเมล์เลขสายใหม่ 8 เส้นทาง

พรุ่งนี้! ทดลองเดินรถเมล์เลขสายใหม่ 8 เส้นทาง โดยช่วงแรกจะใช้เลขสายเดิมควบคู่ไปกับเลขสายใหม่

วันนี้ (14 ส.ค. 60) ที่ อู่เลียบทางด่วนรามอินทรา พนักงาน ขสมก. ได้ตรวจเช็คความพร้อมรถเมล์สาย B44 หรือ สาย 54 เดิม หลังจากตรวจเช็ดทำความสะอาดแล้วเสร็จ รถสายนี้จะมีแถบสีน้ำเงินติดคาดบริเวณหน้ารถสำหรับเตรียมทดลองเดินรถทั้ง 8 เส้นทางใหม่ ในวันพรุ่งนี้ (15 ส.ค. 60 ) จนถึง วันที่ 15 ก.ย. 60 เริ่มวิ่งตั้งแต่เวลา 06.30–18.30 น. โดยช่วงแรกจะใช้เลขสายเดิมควบคู่ไปกับเลขสายใหม่ เพื่อให้ประชาชนเกิดความคุ้นเคยและง่ายต่อการจดจำของประชาชน ขณะที่การปรับเปลี่ยนเลขสายรถเมล์นั้น เพื่อรองรับการเชื่อมโยงของการขนส่ง ทั้งรถไฟฟ้า ทางบกและทางราง รวมถึงการคมนาคมอื่นๆ ในอนาคต

ทั้งนี้ แบ่งเป็นเส้นทางทดลองเดินรถจำนวน 8 เส้นทาง ซึ่งในเบื้องต้นจะแบ่งรถจากเส้นทางเดิม เส้นทางละ 5 คัน เพื่อทดลองเดินรถให้บริการควบคู่กับการให้บริการในเส้นทางเดิม ดังนี้

สายที่ G21 รังสิต-ท่าเรือพระราม 5 (เทียบเคียงสาย 114 อ.ต.ก.3-แยกลำลูกกา)

สายที่ G59E มีนบุรี-ท่าเรือสี่พระยา (ทางด่วน) (เทียบเคียงสาย 514 มีนบุรี-ถ.รัชดาภิเษก-สีลม)

สายที่ R3 สวนหลวง ร.9-สถานีรถไฟฟ้าสนามกีฬาแห่งชาติ (เทียบเคียงสาย 11 อู่เมกาบางนา-มาบุญครอง)

สายที่ R41 ถนนตก-แฮปปี้แลนด์ (เทียบเคียงสาย 22 อู่โพธิ์แก้ว-สาธุประดิษฐ์)

สายที่ Y59 สถานีรถไฟชุมทางตลิ่งชัน-กระทุ่มแบน (เทียบเคียงสาย 189 สนามหลวง-กระทุ่มแบน)

สายที่ Y61 หมู่บ้านเศรษฐกิจ-สถานีขนส่งจตุจักร (เทียบเคียงสาย 509 สถานีขนส่งจตุจักร-บางแค)

สายที่ B44 วงกลมพระราม 9-สุทธิสาร (เทียบเคียงสาย 54 วงกลมรอบเมืองห้วยขวาง)

กำหนดเวลาการเดินรถให้มีความเหมาะสม และจัดเก็บอัตราค่าโดยสารเป็นอัตราเดียวกับที่ ขสมก. จัดเก็บ และเพื่อให้ประชาชนผู้โดยสารง่ายแก่การจดจำ บริเวณด้านหน้ารถและด้านข้างรถจะมีแถบสีแสดงพื้นที่ให้บริการและเส้นทาง รวมถึงแสดงชื่อเส้นทางใหม่ ควบคู่กับเลขสายและชื่อเส้นทางเดิม พร้อมจัดทำสื่อประชาสัมพันธ์ติดตั้งบริเวณป้ายรถเมล์ และผ่านสื่อทุกช่องทาง รวมถึงจัดเจ้าหน้าที่กรมการขนส่งทางบกและเจ้าหน้าที่ ขสมก. ประจำพื้นที่ให้บริการเพื่ออำนวยความสะดวกและให้ข้อมูลแก่ประชาชนผู้ใช้บริการ

สำหรับเส้นทางนำร่องซึ่งเป็นเส้นทางที่กำหนดขึ้นใหม่ตามแผนปฏิรูปฯ จากการสำรวจความต้องการใช้บริการของประชาชนและการเกิดขึ้นใหม่ของชุมชน กรมการขนส่งทางบกได้เปิดรับคำขอแล้วจำนวน 2 เส้นทาง ได้แก่ สายที่ R26E สถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์-โรงพยาบาลรามาธิบดี (ทางด่วน) และสายที่ Y70E มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ ศาลายา-สถานีรถไฟฟ้าหมอชิต (ทางด่วน) โดยจะเริ่มใช้หลักเกณฑ์การพิจารณาคัดเลือกเชิงคุณภาพ ทั้งการคัดเลือกผู้ประกอบการ และรถโดยสารที่ได้มาตรฐานและมีความเหมาะสม

2 เพื่อนบ้านเป็นงง! ถูกมือมืดใช้แสตมป์ 7-Eleven ส่งจดหมายด่า-ขู่

2 เพื่อนบ้านเป็นงง! ถูกมือมืดใช้แสตมป์ 7-Eleven ส่งจดหมายมาต่อว่าด้วยคำหยาบคาย พร้อมขู่อีกด้วย ทั้งที่เพิ่งเข้าอยู่ได้ 5 วัน

วันนี้ (14 ส.ค. 60) ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่หมู่บ้านการุณรังษี 3 เขตเทศบาลนครนครสวรรค์ อ.เมือง จ.นครสวรรค์ เพื่อไปพบกับ นายเสริมกิจ สรวงวัฒนา อายุ 55 ปี อาชีพรับราชการ และ นายสุริยพงษ์ เรืองวิทยาเวทย์ อายุ 23 ปี อาชีพช่างสัก หลังทราบว่า ทั้งคู่มีบ้านอยู่ฝั่งตรงข้ามกัน แต่รับจดหมายปริศนา มีข้อความด่าทอด้วยคำหยาบคายและขู่เตือน ซึ่งสร้างความงุนงงเป็นอย่างมาก อีกทั้ง ยังไม่ทราบว่า จดหมายดังกล่าว ผู้ใดเป็นคนส่งมา เนื่องจากที่ซองจดหมาย มีเขียนระบุแค่บ้านเลขที่ของผู้รับจดหมายเพียงเท่านั้น

จากการเข้าพบ นายเสริมกิจ และ นายสุริยพงษ์ ได้นำจดหมายมาให้ตรวจสอบ ซึ่งมีด้วยกันทั้งหมด 3 ฉบับ โดยนายเสริมกิจได้รับ 2 ฉบับ และนายสุริยพงษ์ ได้รับ 1 ฉบับ ภายในจดหมายทั้ง 3 ฉบับนี้ จะมีการเขียนด้วยปากกาหมึกสีดำ รวมถึงลายมือในการเขียนเหมือนกันทั้งหมด อีกทั้ง ภายในข้อความที่เขียน จะมีแต่ถ้อยคำหยาบคายและการกล่าวเตือนสั่งสอนไปในทำนองว่า อย่างสร้างความเดือดร้อนให้กับคนในหมู่บ้านแบบเดียวกันด้วย โดยทั้งคู่ต่างได้รับจดหมายพร้อมกันจากไปรษณีย์ตั้งแต่เมื่อวันที่ 11 ส.ค. ที่ผ่านมา และพบว่ามีซองจดหมายฉบับหนึ่ง ใช้แสตมป์ของเซเว่นแทนแสตมป์ไปรษณีย์ไทยด้วย

นายเสริมกิจ เปิดเผยว่า ตนยังรู้สึกงงอยู่เหมือนกัน ที่จู่ๆ ก็ได้รับจดหมายเขียนต่อว่า ทำตัวใหญ่โตคับซอยไม่เกรงใจคนในหมู่บ้าน รวมถึงให้ทำตัวเสียใหม่ ระวังจะตายโหงแล้วจะเดือดร้อนถึงพ่อแม่ ซึ่งตนขอยืนยันเลยว่า ซื้อบ้านหลังนี้อยู่อาศัยมานานกว่า 20 ปี ไม่เคยมีปัญหาหรือไปสร้างความเดือดร้อนใดๆ ให้กับเพื่อนบ้านเลยสักครั้ง อีกทั้ง ตนยังเป็นผู้พิการทางขาด้วย ไม่สามารถทำได้ตามแบบที่จดหมายเขียนกล่าวหาทำนองว่า ตนเล่นส่งเสียงได้อย่างแน่นอน และตนนั่งอ่านอย่างละเอียดหลายรอบแล้ว รู้สึกว่าจดหมายทั้ง 2 ฉบับ น่าจะเป็นการเขียนต่อว่ากลุ่มวัยรุ่นนักศึกษามากกว่า เพราะมีเนื้อหาบางตอนให้ตั้งใจศึกษาเล่าเรียน แต่ตนก็แปลกใจว่ามีจดหมายแบบนี้ส่งมาที่บ้านตนได้อย่างไร เนื่องจากที่บ้านตนไม่เคยมีกลุ่มวัยรุ่นหรือนักศึกษามาพักอาศัย

ด้าน นายสุริยพงษ์ กล่าวว่า ตนมีอาชีพเป็นช่างสัก และเพิ่งจะมาเช่าบ้านอยู่อาศัยกับแฟนได้เพียง 5 วัน เท่านั้น แต่ก็มาได้รับจดหมายเขียนต่อว่าหยาบคายในแบบเดียวกันกับที่ นายเสริมกิจ ได้รับ ตนรู้สึกงงอย่างมาก พยายามเดินไล่ถามเพื่อนบ้านแทบทุกหลัง แต่ก็ไม่มีใครรับว่าเป็นเจ้าของจดหมาย อีกทั้ง เพื่อนบ้านแต่ละคนก็ไม่มีใครบอกว่า คนภายในบ้านตนแสดงพฤติกรรมตามที่จดหมายเขียนต่อว่าด้วย ตนไม่กลัวนะ แต่รู้สึกเหมือนเป็นภัยคุกคามที่มองไม่เห็น

นอกจากนี้ ในเวลาต่อมา ทั้งคู่ได้นำจดหมายเดินทางเข้าพบกับ พ.ต.ต.พงษ์นริฐ ภัคพงค์รัตนกุล พนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครสวรรค์ ขอลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน ส่วนการตรวจสอบข้อความในจดหมายทั้งหมด ทางเจ้าหน้าที่เชื่อว่า เนื้อความในจดหมายน่าจะเป็นการขู่เตือนสั่งสอนมากกว่าที่จะเป็นภัยคุกคามต่อชีวิต อีกทั้ง

อย่างไรก็ตาม จากการสอบถามบ้านเช่าที่ นายสุริยพงษ์ เช่าอยู่ในปัจจุบัน ทราบว่า ก่อนหน้านี้เคยมีกลุ่มวัยรุ่นนักศึกษามาเช่าอยู่ก่อน จึงคาดว่า อาจจะเป็นการเขียนจดหมายมาต่อว่ากลุ่มวัยรุ่นนักศึกษากลุ่มดังกล่าวก็เป็นได้ ประกอบกับ เชื่อว่า จดหมายทั้ง 3 ฉบับ เป็นการส่งจดหมายทางตู้ไปรษณย์ด้วย โดยมีการประทับตราบนซองจดหมาย ระบุวันที่ 9 ส.ค. จึงทำให้การส่งถึงผู้รับล่าช้า ส่วนการที่นายเสริมกิจได้รับจดหมายต่อว่าด้วยนั้น ก็ยังเป็นที่น่าสงสัย