สนพ.นำร่องติดอุปกรณ์ไฮเทคช่วย 10 โรงเรียนลดค่าไฟฟ้า โรงเรียนวชิรวิทย์คว้าอันดับหนึ่งลดใช้ไฟสูงสุดเดือนละ 50% เตรียมขยายผลเพิ่มจำนวนโรงเรียนอนุรักษ์พลังงานทั่วไทย
นายกฤษณ์ ลิขิตอนุรักษ์ วิศวกรสถาบันวิจัยและพัฒนาพังงานนครพิงค์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ อธิบายการทำงานของมิเตอร์ดิจิตอลและกล่องควบคุมซอฟแวร์ ที่นำไปติดตั้งในโรงเรียนนำร่อง 10 แห่ง ในภาคเหนือและภาคใต้ เพื่อติดตามการใช้พลังงานไฟฟ้าในแต่ละโรงเรียนนำไปสู่การบริหารจัดการการใช้ไฟฟ้าและลดการใช้ไฟฟ้า จนทำให้โรงเรียนทั้ง 10 แห่ง สามารถลดการใช้ไฟฟ้าได้เดือนละ 12.33 เปอร์เซ็นต์
โดยอุปกรณ์ชุดนี้เรียกว่า เรียลไทม์ พาวเวอร์ มอนิเตอริ่ง ( Real Time Power Moitoring ) ถูกพัฒนาขึ้นในโครงการพัฒนาวิธีตรวจติดตามการใช้พลังงานภายในโรงเรียน อุปกรณ์ชุดนี้จะแสดงผลสัดส่วนของการใช้ไฟฟ้าภายในอาคารแบบเรียลไทม์ทุกจุดที่มีการใช้ไฟฟ้า พร้อมบันทึกเป็นสถิติรายชั่วโมง รายวัน และ รายเดือน ทำให้แต่ละโรงเรียนทราบว่ามีการใช้พลังงานไฟฟ้าในส่วนใดที่เกินความจำเป็น หรือส่วนไหนที่สามารถประหยัดได้ นำไปสู่การจัดทำแผนและรณรงค์ลดการใช้พลังงานไฟฟ้า
ในปี 2559 ก่อนโรงเรียนเข้าโครงการ มีปริมาณการใช้พลังงานไฟฟ้า 10 โรงเรียนรวมกัน 551,667 กิโลวัตต์ต่อชั่วโมง ( kWh ) ปัจจุบันในปี 2560 หลังจากเข้าร่วมโครงการ ทางโรงเรียนได้บริหารจัดการใช้พลังงานไฟฟ้าอย่างรู้คุณค่า ลดจะรั่วไหลของพลังงาน ทำให้สามารถลดการใช้พลังงานไฟฟ้าเหลือรวมกัน 10 โรงเรียน อยู่ที่ 484,175 กิโลวัตต์ต่อชั่วโมง ลดลง 67,492 กิโลวัตต์ต่อชั่วโมง หรือร้อยละ 12.23

ผศ.ดร.พฤกษ์ อักกะรังสี ผูู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาพังงานนครพิงค์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวว่า โครงการนี้ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน สำนักงานนโบายและแผนพลังงาน กระทรวงพลังงาน หรือ สนพ. เพื่อสร้างจิตสำนึกด้านการอนุรักษ์พลังงานอย่างเป็นรูปธรมให้แก่นักเรียนและบุคลากรในโรงเรียน โดยอุปกรณ์ชุดนี้ถือเป็นตัวช่วยในการประหยัดและอนุรักษ์พลังงาน
หลังจากนี้จะมีการขยายโครงการเฟส 2 ไปอีกหลายโรงเรียนทั่วประเทศ ส่วนหน่วยงานหรอองค์กรใดที่สนใจนำไปใช้สามารถติดต่อสอบถามได้ที่สถาบันวิจัยและพัฒนาพังงานนครพิงค์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 053 – 942007 ต่อ 101 , 359 สำหรับโครงการเฟสแรกนี้มีการประกวดแข่งขันการลดพลังงานระหว่างโรงเรียน โดยโรงเรียนวชิรวิทย์เชียงใหม่ คว้าชนะเลิศ โดยสามารถลดการใช้พลังงานไฟฟ้าได้ถึงร้อยละ 50 ตั้งแต่ต้นปี 2560 ที่ผ่านมา
