ธ.ก.ส. พร้อมโอนเงินช่วยน้ำท่วม 3,000 บาท สัปดาห์นี้

ธ.ก.ส. คาดจะทยอยโอนเงินช่วย น้ำท่วม ครัวเรือนละ 3,000 บาท สัปดาห์นี้ พร้อมเตรียมเสนอบอร์ดปล่อยกู้ฉุกเฉินวงเงิน 1 หมื่นล้านบาท คิดดอกเบี้ย 0% 6 เดือน

นายสมบูรณ์ ดาศรี ผู้อำนวยการฝ่ายกิจการนโยบายรัฐ ธนาคารเพื่อการเกษตร และสหกรณ์การเกษตร หรือ ธ.ก.ส. ได้กล่าวถึงมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ที่อนุมัติเงินช่วยเหลือเกษตรกรที่ประสบภัยน้ำท่วมครัวเรือนละ 3,000 บาท โดยระบุว่า ธนาคารฯพร้อมโอนเงินเข้าบัญชีผู้ประสบภัย ทั้งที่เป็นลูกค้าธนาคารและไม่ใช่ลูกค้าธนาคารภายในสัปดาห์นี้

รวมถึงเตรียมเสนอคณะกรรมการ ธนาคารฯ พิจารณามาตรการสินเชื่อฉุกเฉินบรรเทาความเดือดร้อนผู้ประสบภัยน้ำท่วม 44 จังหวัด ตามระดับความเสียหายที่ได้รับ วงเงิน 1 หมื่นล้านบาท โดยจะปล่อยกู้รายละไม่เกิน 5 หมื่นบาท คิดดอกเบี้ยร้อยละ 0 ต่อปี นาน 6 เดือน จากนั้นจะคิดดอกเบี้ย ร้อยละ 7 ต่อปี กำหนดชำระคืนภายใน 3 ปี

ส่วนการขอรับเงินเงินสินไหมจากการทำประกันภัยนาข้าว เกษตรกรที่ทำประกันภัย ต้องแจ้งความเสียหายกับเกษตรท้องที่ พร้อมกรอกแบบฟอร์ม เพื่อเข้าสู่กระบวนการประเมินความเสียหาย หากเอกสารครบถ้วน บริษัทประกัน จะสามารถจ่ายสินไหมตามเงื่อนไข สูงสุด ไร่ละ 1260 บาทได้ ภายใน 15 วัน

เพื่อไทย มั่นใจไม่มี อปท. ใช้งบขนคนเชียร์ ‘ยิ่งลักษณ์’ ท้าเปิดรายชื่อ

เพื่อไทย มั่นใจไม่มี อปท. ใดใช้งบขนคนเชียร์ ‘ยิ่งลักษณ์’ จี้ สตง. หากมีจริงเปิดเผยชื่อป้องกันสับสน 

นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึงกรณีที่สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เสนอให้ตรวจสอบการใช้งบประมาณขององค์การปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) โดยอ้างว่าพบการใช้งบส่วนหนึ่งเป็นค่าใช้จ่ายในการนำประชาชนมาให้กำลังใจ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่า ส่วนตัวยังไม่เห็นเอกสารหลักฐานแต่เชื่อว่าไม่มีการใช้งบประมาณของ อปท. เพื่อนำประชาชนมาให้กำลังใจอดีตนายกรัฐมนตรีอย่างแน่นอน

เพราะเป็นเรื่องที่ผิดกฎหมาย และเชื่อว่าทุกคนจะไม่ทำ ส่วนที่มีประชาชนมาให้กำลังใจอดีตนายกรัฐมนตรีนั้น เชื่อว่าเกิดจากความรักและความผูกพันในสมัยที่ นางสาวยิ่งลักษณ์ ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีที่มาจากการเลือกตั้ง

ด้าน นายสุรสาล ผาสุข อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) กำกับ ควบคุมการใช้งบประมาณของ อปท. อย่างเข้มงวด ดังนั้นเชื่อว่า อปท. จะระมัดระวังในการใช้งบประมาณเพื่อไม่ให้ผิดกฎหมายของ สตง. และมั่นใจว่าไม่มี อปท. ใช้งบประมาณแผ่นดินมาทำเรื่องดังกล่าว อย่างแน่นอน หากมีจริง สตง. ควรเปิดเผยรายชื่อ อปท. ออกมาแต่ไม่ควรเปิดประเด็นกว้างๆ เพื่อให้สังคมเกิดความสับสน

นายสุรสาล ยังกล่าวถึงกรณีที่คณะทำงานพรรคเพื่อไทยยื่นหนังสือถึงนายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เพื่อขอให้มีการตรวจสอบโครงการระบายข้าวในสต็อกของรัฐว่ามีการทุจริตจริงหรือไม่ หลังพบข้อมูลการระบายข้าวล็อตสุดท้าย นำข้าวดีไปทำเป็นอาหารสัตว์ จำนวนกว่า 2.14 ล้านตัน เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคมที่ผ่านมา ขณะที่ผู้ว่า สตง. ออกมาเปิดเผยว่า ได้รับหนังสือร้องเรียนของคณะทำงานพรรคเพื่อไทยแล้ว และยืนยันว่าไม่พบสิ่งใดที่บ่งบอกความไม่ชอบมาพากลนั้น

นอกจากนี้ นายสุรสาล กล่าวว่า ผู้ว่า สตง.เคยลงพื้นที่ตรวจสอบหรือตั้งคณะกรรมการตรวจสอบหลังได้รับหนังสือจากคณะทำงานพรรคเพื่อไทยหรือไม่ ถึงระบุว่า ไม่พบความไม่ชอบมาพากล ทางผู้ว่า สตง. ควรทบทวนว่าข้อมูลที่ได้รับไปนั้นมีน้ำหนักมากพอหรือไม่ที่จะทำให้ลงไปตรวจสอบข้อมูลพร้อมยืนยันว่า ข้อมูลดังกล่าวเป็นข้อเท็จจริง มีหลักฐานที่ชัดเจน ไม่ได้ปั้นแต่งแต่อย่างใด จึงอยากเรียกร้องไปยังผู้ว่า สตง. ให้พิจารณาหลักฐานและข้อมูลดังกล่าวอีกครั้งหนึ่ง

เชียงใหม่นำร่องติดอุปกรณ์ไฮเทค ช่วยโรงเรียนลดค่าไฟสูงสุดเดือนละ 50%

สนพ.นำร่องติดอุปกรณ์ไฮเทคช่วย 10 โรงเรียนลดค่าไฟฟ้า โรงเรียนวชิรวิทย์คว้าอันดับหนึ่งลดใช้ไฟสูงสุดเดือนละ 50% เตรียมขยายผลเพิ่มจำนวนโรงเรียนอนุรักษ์พลังงานทั่วไทย  

นายกฤษณ์ ลิขิตอนุรักษ์ วิศวกรสถาบันวิจัยและพัฒนาพังงานนครพิงค์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ อธิบายการทำงานของมิเตอร์ดิจิตอลและกล่องควบคุมซอฟแวร์ ที่นำไปติดตั้งในโรงเรียนนำร่อง 10 แห่ง ในภาคเหนือและภาคใต้ เพื่อติดตามการใช้พลังงานไฟฟ้าในแต่ละโรงเรียนนำไปสู่การบริหารจัดการการใช้ไฟฟ้าและลดการใช้ไฟฟ้า จนทำให้โรงเรียนทั้ง 10 แห่ง สามารถลดการใช้ไฟฟ้าได้เดือนละ 12.33 เปอร์เซ็นต์

โดยอุปกรณ์ชุดนี้เรียกว่า เรียลไทม์ พาวเวอร์ มอนิเตอริ่ง ( Real Time Power Moitoring ) ถูกพัฒนาขึ้นในโครงการพัฒนาวิธีตรวจติดตามการใช้พลังงานภายในโรงเรียน อุปกรณ์ชุดนี้จะแสดงผลสัดส่วนของการใช้ไฟฟ้าภายในอาคารแบบเรียลไทม์ทุกจุดที่มีการใช้ไฟฟ้า พร้อมบันทึกเป็นสถิติรายชั่วโมง รายวัน และ รายเดือน ทำให้แต่ละโรงเรียนทราบว่ามีการใช้พลังงานไฟฟ้าในส่วนใดที่เกินความจำเป็น หรือส่วนไหนที่สามารถประหยัดได้ นำไปสู่การจัดทำแผนและรณรงค์ลดการใช้พลังงานไฟฟ้า

ในปี 2559 ก่อนโรงเรียนเข้าโครงการ มีปริมาณการใช้พลังงานไฟฟ้า 10 โรงเรียนรวมกัน 551,667 กิโลวัตต์ต่อชั่วโมง ( kWh ) ปัจจุบันในปี 2560 หลังจากเข้าร่วมโครงการ ทางโรงเรียนได้บริหารจัดการใช้พลังงานไฟฟ้าอย่างรู้คุณค่า ลดจะรั่วไหลของพลังงาน ทำให้สามารถลดการใช้พลังงานไฟฟ้าเหลือรวมกัน 10 โรงเรียน อยู่ที่ 484,175 กิโลวัตต์ต่อชั่วโมง ลดลง 67,492 กิโลวัตต์ต่อชั่วโมง หรือร้อยละ 12.23

ผศ.ดร.พฤกษ์ อักกะรังสี ผูู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาพังงานนครพิงค์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวว่า โครงการนี้ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน สำนักงานนโบายและแผนพลังงาน กระทรวงพลังงาน หรือ สนพ. เพื่อสร้างจิตสำนึกด้านการอนุรักษ์พลังงานอย่างเป็นรูปธรมให้แก่นักเรียนและบุคลากรในโรงเรียน โดยอุปกรณ์ชุดนี้ถือเป็นตัวช่วยในการประหยัดและอนุรักษ์พลังงาน

หลังจากนี้จะมีการขยายโครงการเฟส 2 ไปอีกหลายโรงเรียนทั่วประเทศ ส่วนหน่วยงานหรอองค์กรใดที่สนใจนำไปใช้สามารถติดต่อสอบถามได้ที่สถาบันวิจัยและพัฒนาพังงานนครพิงค์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 053 – 942007 ต่อ 101 , 359  สำหรับโครงการเฟสแรกนี้มีการประกวดแข่งขันการลดพลังงานระหว่างโรงเรียน โดยโรงเรียนวชิรวิทย์เชียงใหม่ คว้าชนะเลิศ โดยสามารถลดการใช้พลังงานไฟฟ้าได้ถึงร้อยละ 50 ตั้งแต่ต้นปี 2560 ที่ผ่านมา