ภาพว่อนร้านลาบ ตั้งโต๊ะ-เก้าอี้ เต็มทางเท้า

ชาวเน็ตจี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบ หลังร้านลาบทำไม่เหมาะสมตั้งโต๊ะเต็มทางเท้า ทำประชาชนสัญจรลำบาก ต้องลงไปเดินบนถนนเสี่ยงรถชน

วันนี้ (13 ส.ค. 60) ในโลกออนไลน์ได้เกิดเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง เมื่อผู้ใช้เฟซบุ๊ก นักรบ ลาวา ฮีโน่เซราะกราว ได้มีการเผยแพร่ภาพไม่เหมาะสม ของร้านลาบร้านหนึ่งที่มีการวางโต๊ะ – เก้าอี้ ไว้รองรับลูกค้าอยู่เต็มทางเท้าคนเดิน จนเกือบจะเต็มพื้นที่ มีเพียงช่องเล็กๆ ไว้ให้คนใช้สัญจรนิดเดียวเท่านั้น

โดยผู้โพสต์ได้มีข้อความระบุว่า เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นที่บริเวณถนนพหลโยธินขาออก เลยบิ๊กซีนวนครไปไม่ไกล ซึ่งบางครั้งคนที่สัญจรไปมา ถึงกับต้องลงไปเดินบนถนนกันเลยทีเดียว

ทั้งนี้หลังจากเรื่องราวดังกล่าวถูกเผยแพร่ไปทำให้มีคนเข้าไปแสดงความเห็นจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับการกระทำดังกล่าว พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปตรวจสอบเป็นการด่วน เพื่อคืนพื้นที่ให้กับประชาชนส่วนใหญ่ไม่ให้คนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งครอบครองพื้นที่ที่เป็นสาธารณะ

เห็นด้วยไหม? คนหนุนจัดทำใบขับขี่ Bigbike โดยเฉพาะ

ผู้ใช้เน็ตตั้งเคมเปญผ่าน เว็บไซต์ change.org  รณรงค์ให้ผู้ขับ Bigbike ต้องมีใบขับขี่เฉพาะ หวังเพิ่มความปลอดภัยของผู้ขับขี่เอง และความปลอดภัยของผู้ใช้ถนนคนอื่นๆ

วันนี้ (13 ส.ค. 60) ผู้คนในโลกออนไลน์ได้พากันตั้งแคมเปญผ่านเว็บไซต์ change.org เพื่อชวนคนลงชื่อร่วมรณรงค์ให้กรมการขนส่งทางบก จัดให้ผู้ขับ Bigbike ต้องมีใบขับขี่เฉพาะ หลังจากในช่วงที่ผ่านมาข้อมูลของกระทรวงสาธารณสุขเผยว่า 39 % ของอุบัติเหตุบนท้องถนนมาจากรถจักรยานยนต์ แม้ยังไม่มีการจำแนกประเภทรถอย่างชัดเจน ทว่าขับขี่รถที่มีสมรรถนะความเร็วสูง ย่อมมีโอกาสที่จะเกิดอุบัติเหตุรุนแรงเพิ่มขึ้นยามเกิดการพลิกคว่ำ เฉี่ยวชน หรือประสานงากันขึ้นได้

โดยเฉพาะการใช้จักรยานยนต์ขนาดใหญ่ หรือ Bigbike ที่มีจำนวนเพิ่มขึ้น แต่การสอบใบอนุญาตขับขี่ยังเป็นการทดสอบเดิมๆ อยู่ ซึ่งบางคนได้ใช้รถในการสอบ 100cc. หรือ รถเล็กในการสอบ ซึ่งต่างจากต่างประเทศ อย่างเช่น ประเทศญี่ปุ่น ในการสอบใบอนุญาตขับขี่นั้นจะแบ่งตามขนาดความจุเครื่องยนต์

ดังนั้น จึงอยากกราบเรียนผู้เกี่ยวข้องให้จัดทำการสอบใบขับขี่โดยเฉพาะของมอเตอร์ไซค์ใหญ่หรือ Bigbike โดยผู้ที่จะทำการสอบต้องอบรมทักษะในการบังคับมอเตอร์ไซค์ขนาดใหญ่เสียก่อนกับผู้ชำนาญการ หรือสถาบันที่ทำการเปิดสอนหลักสูตรการขับขี่รถมอเตอร์ไซค์ใหญ่ หรือ Bigbike และนำมาประกอบกับการขออนุญาตใบขับขี่มอเตอร์ไซค์ใหญ่ เพื่อความปลอดภัยของผู้ขับขี่เอง และความปลอดภัยของผู้ใช้ถนนคนอื่นๆ

เปิดใจนายตำรวจ ถูกสลากกินแบ่งรัฐบาล 30 คู่ เป็นเงิน 180 ล้านบาท

นายตำรวจเปิดใจผู้โชคดี หลังถูกสลากกินแบ่งรัฐบาล 30 คู่ เป็นเงิน 180 ล้านบาท

จากกรณีที่ พ.ต.อ.ศรศักดิ์ แก้วรักษา อายุ 75 ปี อดีต รองผบก.ปปป. ดวงเฮงสุดๆเพราะถูกรางวัลที่ 1 สลากกินแบ่งรัฐบาล ถึง 30 คู่ ได้เงินรางวัลถึง 180 ล้านบาท นับเป็นผู้โชคดีรายใหญ่ที่ถูกรางวัลมากที่สุดตั้งแต่มีการก่อตั้งสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลมานานกว่า 70 ปี เนื่องจากในอดีตมีคนถูกรางวัลที่ 1 สูงสุด 60 ล้านบาท จึงนับว่านายตำรวจผู้นี้เป็นผู้โชคดีมากที่สุดคนหนึ่งเลยก็ว่าได้

โดย พ.ต.อ.ศรศักดิ์ เคยกล่าวให้สัมภาษณ์ว่าจะนำเงินที่ได้ส่วนหนึ่งตระเวณช่วยเหลือหน่วยงานข้าราชการตำรวจ เพราะตนเองมีจิตวิญญาณที่รักในอาชีพตำรวจและตั้งใจจะช่วยเหลือตำรวจตามที่เคยตั้งใจไว้เพื่อแบ่งเบาความเดือดร้อนของผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ทั้งที่เกษียณแล้วและยังรับราชการ

เมื่อเวลา 17.30 วันที่ 13 ส.ค.60 ที่ห้องอาหารแห่งหนึ่งในอำเภอปากเกร็ด พ.ต.อ.ศรศักดิ์ ได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า วันนี้ตนเองได้ทำตามความตั้งใจที่เคยพูดไว้แล้วว่าจะช่วยเหลือข้าราชการตำรวจเพราะในอดีตตนเองผ่านความลำบากยากจนมาก่อนต้องหาเงินเรียนหนังสือด้วยตนเองต่อสู้ผ่านอุปสรรคผ่านร้อนผ่านหนาวมามากมาย

โดยเรียนจบจากมัธยมเบญจมราชูทิศ จ.นครศรีธรรมราช แล้วมาจบบัญชีที่จุฬา ก่อนจะหันเหชีวิตมาเป็นพลตำรวจและเทียบวุฒิเป็นนายตำรวจชั้นสัญญาบัตรจนกระทั่งไต่เต้าเรื่อยมาและเกษียณอายุราชการในตำแหน่ง รอง ผบก. ปปป. ดังกล่าว

ตอนนี้หลังจากที่รับเงินรางวัลมาแล้วตนเองก็ได้เดินสายมอบเงินช่วยเหลือให้กับหน่วยงานตำรวจไปแล้ว อาทิ สภ.รัตนาธิเบศร์ กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนนทบุรี 200,000 บาท และเตรียมที่จะมอบเงินให้กับ ตำรวจ สภ.อ่าวลึก จ.กระบี่ อีก 200,000 บาท สมาคมตำรวจ 100,000 บาท

สมาคมพนักงานสอบสวน 100,000 บาท ชมรมพนักงานสอบสวนหญิง 100,000 บาท มูลนิธิตำรวจ 100,000 บาท สมาคมศิษย์เก่าโรงเรียนเบญจมราชูทิศ จ.นครศรีธรรมราช 100,000 บาท สมาคมตำรวจนครศรีธรรมราช 100,000 บาท สมาคมชาวปักษ์ใต้ 200,000 บาท โดยได้นัดหมายหน่วยงานดังกล่าวไว้แล้วและเตรียมจะมอบเงินให้ตามที่ตั้งใจไว้

นายตำรวจผู้โชคดีรายนี้ยังให้ข้อคิดถึงการปฎิรูปตำรวจว่า ตำรวจต้องทำงาน 24 ช.ม. งบประมาณก็น้อยต้องควักกระเป๋าออกเองในการทำคดีสอบสวน สืบสวน ประกอบกับเงินเดือนตำรวจน้อยมาก ผมเองก็อยู่บ้านพักหลวงจนเกษียณย่อมรู้เรื่องดีและเห็นใจตำรวจ “ตำรวจดี มี 99.99 % ส่วนที่ไม่ดีแค่ .1% เท่านั้นเอง

การปฎิรูปตำรวจสิ่งแรกควรช่วยเหลือให้พวกเขามีสวัสดิการที่ดี รัฐบาลควรเข้ามาให้ความช่วยเหลือ ไม่ใช่ให้เขาออกเงินเองในการทำสำนวนคดีต่างๆทั้งสืบสวน สอบสวน ถ้าเปรียบกับหน่วยงานอื่นของราชการทุกแห่งจะมีวันหยุด เสาร์-อาทิตย์ แต่ตำรวจต้องทำงาน อันนี้จึงเป็นเรื่องน่าเห็นใจและต้องช่วยกันปฎิรูปเป็นเรื่องเร่งด่วน”

อดีตนายตำรวจผู้โชคดีรายนี้ยังฝากช้อคิดถึงผู้ที่เคยถูกหวยหลาบสิบล้านจนบางคนถึงกับเป็นทุกข์ลาภว่าควรใช้เงินให้ถูกต้องไม่เช่นนั้นก็หมด ส่วนตนเองไม่ต้องเป็นห่วงเพราะบริหารจัดการเงินด้วยความสุขุมเพราะจบบัญชีมาสามารถเอาเงินไปต่อยอดสร้างผลกำไรได้อย่างสบายๆ ส่วนตัวคงไม่กล้าไปเป็นครูสอนสั่งหรอกเพียงแต่อยากฝากข้อคิดคำแนะนำถึงผู้โชคดีที่อาจมีแบบตนก็ได้