สหรัฐฯ คว่ำบาตร 13 นักการเมืองเวเนซุเอลา

สหรัฐฯ กดดันเวเนซุเอลา ด้วยการเพิ่มมาตรการคว่ำบาตร แบน “นักการเมือง” เพิ่มอีก หลังจากแบน-อายัติทรัพย์ “นิโคลัส มาดูโร” ขณะที่เวเนซุเอลาตอบโต้ว่า ไม่มีประเทศใดในโลกแบนเวเนซุเอลาได้อย่างชอบธรรม

รอยเตอร์ส รายงานว่า กระทรวงการคลังสหรัฐฯ เปิดเผยเมื่อวันพุธที่ผ่านมาว่า สหรัฐฯ ตัดสินใจคว่ำบาตรนักการเมืองเวเนซุเอลาเพิ่มอีก 8 ราย โดยหนึ่งในรายชื่อเหล่านั้นคือ นายอาดัน ชาเวซ พี่ชายของอดีตประธานาธิบดี ฮูโก ชาเวซ ที่เคยปกครองเวเนซุเอลามาอย่างยาวนานและเสียชีวิตไปแล้ว

สหรัฐฯ ระบุว่า รายชื่อของนักการเมืองและข้าราชการเวเนซุเอลาทั้ง 8 รายนี้ ต่างเป็นผู้ที่ช่วยสนับสนุนการปกครองที่ไม่ชอบธรรมของนายนิโคลัส มาดูโร ซึ่งมาตรการคว่ำบาตรในครั้งนี้จะอายัติทรัพย์สินของบุคคลดังกล่าวที่มีความเกี่ยวข้องกับสหรัฐฯ และห้ามไม่ให้ชาวสหรัฐฯ และบริษัทต่างๆ ในสหรัฐฯ ทำธุรกิจหรือธุรกรรมใดๆ กับบุคคลเหล่านี้ รวมถึงห้ามเดินทางเข้าประเทศสหรัฐฯ ด้วย

ด้านเอพี รายงานว่า นายโฮเฆ อาร์เรียซา รัฐมนตรีต่างประเทศเวเนซุเอลา ตอบโต้มาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ ผ่านทางสถานีโทรทัศน์ของรัฐบาลเวเนซุเอล่าในวันเดียวกันว่า ไม่มีประเทศใดในโลกแบนเวเนซุเอล่าได้อย่างชอบธรรม และแน่นอนว่าเราปฏิเสธการกระทำอันก้าวร้าวนี้ของสหรัฐฯ

ทั้งนี้ การคว่ำบาตรของสหรัฐในครั้งนี้ เป็นการตอบโต้ต่อกรณีที่นายนิโคลัส มาดูโร และพรรคพวกทางการเมืองได้จัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ที่มีจำนวนสมาชิก 545 ราย เพื่อร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ในขณะที่ฝ่ายค้านของประเทศและประชาชนส่วนหนึ่งไม่ยอมรับ และนานาชาติต่างรุมประณามว่า การกระทำดังกล่าวเป็นการปูทางให้นายมาดูโรครองอำนาจเบ็ดเสร็จได้ยาวนานขึ้นอีก

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 31 สิงหาคมที่ผ่านมา สหรัฐฯ ได้คว่ำบาตรนายมาดูโร ด้วยมาตราการเดียวกันกับที่กระทำต่อบรรดานักการเมือง เพื่อเป็นการตอบโต้ที่การจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญชุดใหม่สำเร็จเสร็จสิ้น และเมื่อวันที่ 26 กรกฎาคมที่ผ่านมา ก่อนจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ สหรัฐฯ ก็ได้แบนนักการเมืองเวเนซุเอล่า 13 ราย ด้วยมาตรการเดียวกันนี้

ด้านนายมาดูโร ได้ออกมาตอบโต้เมื่อตนถูกคว่ำบาตรว่า การกระทำของนายทรัมป์ในครั้งนี้ สะท้อน “ความสิ้นหวัง” ในตัวนายทรัมป์ และเขาไม่มีวันยอมรับคำสั่งใดๆ ที่มาจากรัฐบาลต่างประเทศเป็นอันขาด

นอกจากนี้ นายมาดูโร่ยังตอบโต้สหรัฐฯ หลังจากคว่ำบาตรนักการเมือง 13 รายแรก ด้วยการมอบดาบให้นักการเมืองเหล่านั้น และระบุว่า ดาบนี้เป็นเกียรติยศสูงที่สุดของประเทศนับแต่เคยมีมา ทั้งนี้ หนึ่งในรายชื่อของผู้ที่ได้รับดาบคือ นางทีบีไซ ลูซีน่า ประธานกรรมการการเลือกตั้ง ที่ช่วยสนับสนุนนายมาดูโร ให้จัดการเลือกตั้งเลือกตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญได้สำเร็จ

รอยเตอร์ส ระบุว่า หลายฝ่ายมองว่า มาตรการคว่ำบาตรนายมาดูโร และนักการเมืองที่สนับสนุนเขาเหล่านี้ยังไม่รุนแรงเพียงพอ

ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญ ระบุว่าการคว่ำบาตรเป็นรายบุคคลส่งผลกระทบต่อนโยบายของนายมาดูโร น้อยมาก และการคว่ำบาตรธุรกิจเกี่ยวกับน้ำมันของเวเนซุเอล่าเท่านั้นที่จะทำให้รัฐบาลนายมาดูโร สั่นสะเทือนในทางเศรษฐกิจ เนื่องจากเศรษฐกิจเวเนซุเอล่าพึ่งพิงเงินสดที่ได้จากการขายน้ำมันดิบสูงถึงร้อยละ 95

สั่งเด้ง! ข้าราชการ ลวนลามลูกจ้างสาว

กระทรวงสาธารณสุข สั่งย้ายข้าราชการที่ลวนลามลูกจ้างสาว พร้อมตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง

ตำรวจ.สภ.เมืองนนทบุรี เปิดเผยถึงความคืบหน้าคดี พนักงานอัตราจ้าง แจ้งความจับ หัวหน้าแผนก ในสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ในข้อหากระทำการอนาจารต่อหน้าธารกำนัล จนเกิดความอับอาย เสื่อมเสียชื่อเสียง ว่า พนักงานสอบสวนได้สอบปากคำผู้เสียหายและพยานไว้หมดแล้ว พร้อมออกหมายเรียกให้ หัวหน้าแผนกคนดังกล่าว มารับทราบข้อกล่าวหาภายใน 15 วัน

ผู้เสียหาย เปิดเผยว่า ตนเป็นลูกจ้างพนักงานอัตราจ้างปีต่อปี ของสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ตั้งแต่เข้ามาทำงานเมื่อปี 2557 ได้ถูกหัวหน้าแผนก ทำอนาจารมาโดยตลอด แรกๆ ก็แค่หยอกล้อแตะเนื้อต้องตัว เริ่มหนักข้อเป็นกอดรัด หนักที่สุดคงเป็นการขยำหน้าอก ตนทนไม่ไหวร้องเรียนไปยังผู้ใหญ่เรื่องก็เงียบ กระทั่งมาโดนลวนลามบีบหน้าอกอีก คราวนี้เพื่อนช่วยถ่ายคลิปไว้ให้ จึงใช้เป็นหลักฐานในการแจ้งความเพิ่ม

ล่าสุด นายแพทย์โสภณ เมฆธน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า เหตุการณ์นี้เป็นการร้องทุกข์กับข้าราชการของกระทรวงสาธารณสุข เบื้องต้นได้สั่งให้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงตามระเบียบราชการแล้ว และได้ย้ายหัวหน้างานที่อยู่ในคลิปไปยังสำนักงานสาธารณสุขอำเภอเมืองนนทบุรี ตั้งแต่วันที่ 8 สิงหาคมที่ผ่านมา

นายกฯปลื้ม “กรุงเทพมหานคร” ขึ้นแท่นเมืองท่องเที่ยวสุดคุ้มค่าในโลก

นายกรัฐมนตรี ปลื้มใจที่สื่อต่างประเทศ ยกย่อง กรุงเทพมหานครเป็นเมืองท่องเที่ยวสุดคุ้มค่าในโลก พร้อมเร่งแก้ปัญหา ด่านตรวจคนเข้าเมือง (ตม.)ล่าช้า

พลโทสรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ยินดีที่ได้ทราบว่า เว็บไซต์เดอะมิเรอร์ของอังกฤษได้รายงานผลการจัดอันดับราคาค่าใช้จ่ายการท่องเที่ยวระยะยาวของเมืองต่าง ๆ ทั่วโลก ซึ่งสำรวจโดย Post Office Travel Money ปรากฏว่า กรุงเทพเป็นเมืองที่สามารถเดินทางท่องเที่ยวโดยใช้ระยะเวลานานแต่คุ้มค่ามากที่สุดอันดับ 1 ของโลก ประจำปี 2017

โดยนักท่องเที่ยวใช้จ่ายเงินน้อยที่สุดและได้รับบริการในระดับคุณภาพ เมื่อเปรียบเทียบกับเมืองอื่น ๆ ทั้งค่าโรงแรมที่พัก ค่าใช้จ่ายในการเข้าชมสถานที่สำคัญ ค่าพาหนะ และค่าอาหาร ซึ่งผลการสำรวจดังกล่าวสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวใช้เวลาท่องเที่ยวในประเทศไทยนานขึ้น และจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น เพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจของประเทศ

พลโทสรรเสริญ ยืนยันว่า นายกรัฐมนตรีใส่ใจในปัญหาทุกเรื่องและย้ำด้วยว่า เมื่อเกิดปัญหาขึ้นก็จะต้องแก้ไขให้สำเร็จ เช่น กรณีที่นักท่องเที่ยวติดอยู่ที่ด่าน ตม. จำนวนมาก เนื่องจากเจ้าหน้าที่มีไม่เพียงพอ ก็ได้สั่งการให้มีการแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน ทำให้ทุกอย่างกลับเข้าสู่ภาวะปกติ และได้รับคำชื่นชมจากสังคม

สำหรับ 10 เมืองที่มีความคุ้มค่าในการท่องเที่ยวมากที่สุดในโลก

อันดับ 1 กรุงเทพฯ ประเทศไทย

อันดับ 2 กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น

อันดับ 3 กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน

อันดับ 4 นครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

อันดับ 5 เมืองเคปทาวน์ ประเทศแอฟริกาใต้

อันดับ 6 สิงคโปร์

อันดับ 7 กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. สหรัฐอเมริกา

อันดับ 8 เมืองโทรอนโต ประเทศแคนาดา

อันดับ 9 นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา

อันดับ 10 นครบอสตัน สหรัฐอเมริกา